Jared Kushner's Albania Resort Project Triggers Mass Protests | Vantage on Firstpost | N18G | 4K
Firstpost
Premiered 23 hours ago
Thousands of Albanians are protesting a luxury resort project linked to Jared Kushner, Donald Trump’s son-in-law. The project involves 10,000 hotel rooms across 2.5 square kilometres of protected coastal land on Sazan Island and the Vjosa-Narta nature reserve. Albania’s powerful anti-corruption body has opened a formal investigation into how the land was acquired. Private security guards were filmed dragging a protester along a cliff. Ivanka Trump called Sazan a private island they discovered. Hem Kaaur Saroya breaks down what the project involves and why the pattern keeps repeating.
https://www.youtube.com/watch?v=PBSv4DQ4yDk
.....
Why “allegedly” linked to Jared Kushner?
— Phantom Pain (@phantompain1984) June 4, 2026
Jared literally admitted he “found” the island while on the Rothschild boat
We’re looking at Epstein Island 2.0 being built!
Full details in the clip and thread: https://t.co/mOiofjBHvy
A planned luxury resort in Albania linked to Jared Kushner, US President Donald Trump’s son-in-law, is under an anti-corruption investigation over changes to protected coastal land, amid growing protests.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) June 4, 2026
Al Jazeera's Cara Legg reports. pic.twitter.com/avKuUbK7zs
โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งขนาดใหญ่ที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับ Jared Kushner ลูกเขยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านที่เพิ่มสูงขึ้นในแอลเบเนีย
กระแสต่อต้านโครงการรีสอร์ตหรูริมชายฝั่งในแอลเบเนีย ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 1.4 ถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการสนับสนุนโดย Jared Kushner และ Ivanka Trump นั้น มีประเด็นความขัดแย้งหลัก 3 ประการ ได้แก่ การทำลายสิ่งแวดล้อม ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต และการสูญเสียพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Edi Rama จะชูโครงการนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมแอลเบเนียให้ก้าวเข้าสู่ตลาดการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่สถานการณ์จริงในพื้นที่กลับก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั้งในกรุง Tirana และตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกระแสต่อต้านที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีดังนี้:
1. ภัยคุกคามทางนิเวศวิทยาต่อถิ่นที่อยู่อาศัยที่ได้รับการคุ้มครอง
โครงการรีสอร์ตแบบครบวงจรที่วางแผนไว้นี้ ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมหรู วิลล่า และท่าจอดเรือยอชต์ (marina) จะตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีความเปราะบางทางนิเวศสูง 2 แห่ง ซึ่งเดิมเคยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ได้แก่:
Narta Lagoon (พื้นที่ Zvërnec): พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งและป่าสนแห่งนี้เป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญและได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของนกอพยพกว่า 200 สายพันธุ์ รวมถึงนกที่มีชื่อเสียงอย่างนกฟลามิงโกสีชมพูและนกกระทุง Dalmatian กลุ่มผู้ประท้วงได้ออกมารวมตัวกันบนท้องถนนพร้อมกับถือหุ่นนกฟลามิงโกที่ทำจากกระดาษแข็งและแบบเป่าลม เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับความหลากหลายทางชีวภาพ
เกาะ Sazan: เกาะที่มีสภาพสมบูรณ์ตามธรรมชาติและแทบไม่มีผู้อยู่อาศัย ครอบคลุมพื้นที่ 1,400 เฮกตาร์ และเคยเป็นฐานทัพทหารในยุคคอมมิวนิสต์มาก่อน พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทางทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในถิ่นที่อยู่อาศัยสุดท้ายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของแมวน้ำมองค์ (monk seal) สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากต่างออกมาประณามโครงการนี้ โดยเตือนว่าระบบนิเวศที่เปราะบางกำลังถูก "ทำลายอย่างไม่อาจกู้คืนได้" ในขณะที่เครื่องจักรหนักเริ่มเข้าปรับพื้นที่และตัดผ่านเนินทรายเก่าแก่
2. การดำเนินการทางกฎหมายและการสอบสวนเรื่องการทุจริต
ผู้วิพากษ์วิจารณ์กล่าวหารัฐบาลแอลเบเนียว่ามีการปรับเปลี่ยนกติกาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มมหาเศรษฐีต่างชาติ
การแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม: ในปี 2024 รัฐสภาแอลเบเนียได้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งส่งผลให้กฎระเบียบด้านการอนุรักษ์อ่อนแอลง เพื่อเปิดทางให้มีการก่อสร้างโครงการท่องเที่ยวระดับหรูภายในอุทยานแห่งชาติ
สถานะ "โครงการเร่งด่วน" (Fast-Tracked): บริษัทลงทุนของ Kushner ที่ชื่อ Affinity Partners (ซึ่งดำเนินงานผ่าน Atlantic Incubation Partners) ได้รับสถานะ "นักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์" ทำให้สามารถข้ามขั้นตอนปกติอย่างการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนและการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการไปได้
การสอบสวนการทุจริต: ความกังขาของสาธารณชนทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อหน่วยงานพิเศษเพื่อต่อต้านการทุจริตและอาชญากรรมองค์กรของแอลเบเนีย (SPAK) ประกาศเริ่มการสอบสวนโครงการนี้อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งตรวจสอบการแก้ไขกฎหมาย การแปรรูปที่ดินเป็นของเอกชนอย่างกะทันหัน และกระบวนการโอนสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่นักลงทุน
3. การล้อมรั้วกั้นพื้นที่สาธารณะและกระแสต่อต้านจากคนในพื้นที่
สถานการณ์ตึงเครียดเปลี่ยนจากการถกเถียงเชิงนโยบายไปสู่การปะทะกันทางกายภาพ เมื่อผู้พัฒนาโครงการเริ่มติดตั้งรั้วลวดหนามที่มีฐานคอนกรีตรอบพื้นที่บางส่วนของชายหาดใกล้กับ Zvërnec
การสูญเสียสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่สาธารณะ: การติดตั้งรั้วดังกล่าวตัดขาดแนวชายฝั่งอันบริสุทธิ์ที่ทอดยาวหลายไมล์ ซึ่งชาวบ้านและชาวประมงเคยใช้ประโยชน์ได้อย่างอิสระมาหลายชั่วอายุคน
ความรุนแรงที่ทวีขึ้น: ความโกรธแค้นของประชาชนปะทุกลายเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ หลังจากมีการเผยแพร่วิดีโอเหตุการณ์ที่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเอกชนลากไปตามพื้นอย่างรุนแรง แม้รัฐบาลจะเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องในเวลาต่อมา แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้ปลุกกระแสสังคมให้ตื่นตัว และเปลี่ยนจากการประท้วงเรื่องสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นไปสู่การเรียกร้องสิทธิพลเมืองเพื่อต่อต้านรัฐบาลในวงกว้าง
สถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน
กลุ่มผู้ประท้วงที่เดินขบวนในกรุงติรานาพร้อมป้ายข้อความ "Albania is not for sale" (แอลเบเนียไม่ได้มีไว้ขาย) ได้เรียกร้องให้มีการยกเลิกโครงการทั้งหมดและถอนรถเกรดดิน (bulldozer) ออกจากพื้นที่ ก่อนที่จะมีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีรามายืนกรานสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยกล่าวต่อสาธารณะว่า "ตราบใดที่ผมยังดำรงตำแหน่งอยู่ จะไม่มีทางที่การลงทุนนี้ต้องยุติลงอย่างแน่นอน" พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลที่ได้รับนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการที่แอลเบเนียจะก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป