วันศุกร์, มิถุนายน 12, 2569

นานาคอมเม้นต์จากสื่อสังคม เมื่อ ‘พระองค์ภา’ ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย (หรือนัยหนึ่งได้ฤกษ์ถอดสาย)

ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย (หรือนัยหนึ่งได้ฤกษ์ถอดสาย) ค่ำวันที่ ๑๑ มิถุนา และแถลงทางการเช้าวันที่ ๑๒ จึงขอนำโพสต์ต่างๆ ของผู้เขียนสื่อสังคมบางรายที่คุ้นๆ หน้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เริ่มจาก ‘ฟ้ารุ่ง ศรีขาว’ ซึ่งบอกว่า “รู้สึกใจหาย

ตั้งแต่วันที่ได้ทราบข่าวพระองค์ท่านทรงพระประชวร (คือคืนวันที่ ๑๔ ธันวา ๒๕๖๕) จนถึงวันนี้ (๑๒ มิถุนา ๒๕๖๙)” ฟ้ารุ่งเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบเห็นในระยะใกล้ ระหว่างเรียนอยู่ที่ มธ.ท่าพระจันทร์ กับที่ไปวิ่งออกกำลังกายในสวนลุมพินี

หากจะตีความเรื่องเล่าของฟ้ารุ่งเกี่ยวกับเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอองค์โตที่สุดของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ คงจะได้ว่าความประทับใจของเธออยู่ที่ความเป็นธรรมชาติ คนธรรมดาพอมีโอกาสสัมผัสได้ ชนิดเสด็จพระราชดำเนินเฉียดเธอไปในร้านหนังสือ

เนื่องจากพระองค์ทรงศึกษากฎหมายอยู่ที่ คณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ จึงเสด็จส่วนพระองค์แถวท่าพระจันทร์เป็นครั้งคราว กรณีนี้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เล่าว่าพระองค์ “โดยเฉพาะปัญหาของหญิงผู้ต้องขัง”

ปวินยังกล่าวถึง พระองค์ภา อีกแง่มุมว่า “ชีวิตของพระองค์ไม่ได้มีเพียงบทบาททางสาธารณะเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยแรงกดดันและภาระหน้าที่ที่มาพร้อมกับการเป็นสมาชิกของสถาบันที่อยู่ภายใต้สายตาของสังคมตลอดเวลา” สะท้อนถึงความย้อนแย้งในสถานะของพระองค์

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เป็นอีกคนที่กล่าวถึงการเสด็จสูสวรรคาลัยของพระองค์ภาในประเด็นอันเป็นหัวใจของข่าวใหญ่ครั้งนี้ ก็คือ “การถอดสาย” เครื่องเอ็คโม่ ดังที่ ธนาพล อิ๋วสกุล ทบทวนความหลังเรื่อง “ข่าวลือที่เชื่อถือได้ที่สุดของแอนดรูร์ แมกเกรเกอร์” มาร์แชล

ธนาพลเขียนว่า คืนวันที่ ๑๔ ธันวา ๒๕๖๕ “ประมาณสองถึงสามทุ่มแอนดรู แมดเกรเกอร์ ได้โพสต์โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงถึงอาการป่วยขององค์ภาที่เกิดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับรายงานการเดินทางเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพที่โรงพยาบาลจุฬา”

จนมาถึงประกาศสำนักพระราชวัง วันที่ ๑๒ มิถุนา ๖๙ เป็นเวลาร่วมสี่ปี ตลอดเวลาเหล่านี้ “มีแถลงการณ์พระราชสำนักออกมาเรื่อย ๆ เกี่ยวกับอาการป่วยขององค์ภา” ซึ่ง สศจ.บอกว่าช่วงใกล้ๆ กับการประชวรขององค์ภานี่แหละมีอีกข่าวของชาวบ้านธรรมดา

“แม่คนหนึ่ง ลูกชายเป็นนักกีฬาหรือยังไงนี่แหละ แล้วป่วยล้มลง แม่ให้ใช้เครื่องเอ็คโม่อยู่ ๒-๓ วัน สุดท้ายก็ดึงเครื่องออก ปล่อยให้ลูกจากไปอย่างสงบ” เพราะนอกจากมีค่าใช้จ่ายมหาศาล และ “ใช้เครื่องช่วยไปก็ไม่มีประโยชน์ ลูกตายแแล้ว ยังไงก็ไม่ฟื้น”

กรณีขององค์ภาอาจไม่ต่างกันที่พระอาการ เมื่อมีการนำพระองค์ขึ้นเฮลิค้อปเตอร์สู่โรงพยาบาลจุฬาฯ นั้น แพทย์พบว่า “อ๊อกซิเจ็นไม่มีเลี้ยงสมองอยู่หลายนาที เรียกว่า เบรนเดดแน่นอนแล้ว” แต่ก็ได้ทรงเครื่องเอ็คโม่ติดต่อมาถึงเกือบสี่ปี

(https://www.facebook.com/somsakjeam/posts/zs9sNJkCys, https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/Pv76bp1W, https://www.facebook.com/pavinchachavalpongpun/posts/anuKeS6h และ https://www.facebook.com/FahroongS/posts/BkAwb13Ro)