ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย (หรือนัยหนึ่งได้ฤกษ์ถอดสาย) ค่ำวันที่ ๑๑ มิถุนา และแถลงทางการเช้าวันที่ ๑๒ จึงขอนำโพสต์ต่างๆ ของผู้เขียนสื่อสังคมบางรายที่คุ้นๆ หน้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เริ่มจาก ‘ฟ้ารุ่ง ศรีขาว’ ซึ่งบอกว่า “รู้สึกใจหาย
ตั้งแต่วันที่ได้ทราบข่าวพระองค์ท่านทรงพระประชวร (คือคืนวันที่ ๑๔ ธันวา ๒๕๖๕) จนถึงวันนี้ (๑๒ มิถุนา ๒๕๖๙)” ฟ้ารุ่งเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบเห็นในระยะใกล้ ระหว่างเรียนอยู่ที่ มธ.ท่าพระจันทร์ กับที่ไปวิ่งออกกำลังกายในสวนลุมพินี
หากจะตีความเรื่องเล่าของฟ้ารุ่งเกี่ยวกับเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอองค์โตที่สุดของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ คงจะได้ว่าความประทับใจของเธออยู่ที่ความเป็นธรรมชาติ คนธรรมดาพอมีโอกาสสัมผัสได้ ชนิดเสด็จพระราชดำเนินเฉียดเธอไปในร้านหนังสือ
เนื่องจากพระองค์ทรงศึกษากฎหมายอยู่ที่ คณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ จึงเสด็จส่วนพระองค์แถวท่าพระจันทร์เป็นครั้งคราว กรณีนี้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เล่าว่าพระองค์ “โดยเฉพาะปัญหาของหญิงผู้ต้องขัง”
ปวินยังกล่าวถึง ‘พระองค์ภา’ อีกแง่มุมว่า “ชีวิตของพระองค์ไม่ได้มีเพียงบทบาททางสาธารณะเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยแรงกดดันและภาระหน้าที่ที่มาพร้อมกับการเป็นสมาชิกของสถาบันที่อยู่ภายใต้สายตาของสังคมตลอดเวลา” สะท้อนถึงความย้อนแย้งในสถานะของพระองค์
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เป็นอีกคนที่กล่าวถึงการเสด็จสูสวรรคาลัยของพระองค์ภาในประเด็นอันเป็นหัวใจของข่าวใหญ่ครั้งนี้ ก็คือ “การถอดสาย” เครื่องเอ็คโม่ ดังที่ ธนาพล อิ๋วสกุล ทบทวนความหลังเรื่อง “ข่าวลือที่เชื่อถือได้ที่สุดของแอนดรูร์ แมกเกรเกอร์” มาร์แชล
ธนาพลเขียนว่า คืนวันที่ ๑๔ ธันวา ๒๕๖๕ “ประมาณสองถึงสามทุ่มแอนดรู แมดเกรเกอร์ ได้โพสต์โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงถึงอาการป่วยขององค์ภาที่เกิดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับรายงานการเดินทางเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพที่โรงพยาบาลจุฬา”
จนมาถึงประกาศสำนักพระราชวัง วันที่ ๑๒ มิถุนา ๖๙ เป็นเวลาร่วมสี่ปี ตลอดเวลาเหล่านี้ “มีแถลงการณ์พระราชสำนักออกมาเรื่อย ๆ เกี่ยวกับอาการป่วยขององค์ภา” ซึ่ง สศจ.บอกว่าช่วงใกล้ๆ กับการประชวรขององค์ภานี่แหละมีอีกข่าวของชาวบ้านธรรมดา
“แม่คนหนึ่ง ลูกชายเป็นนักกีฬาหรือยังไงนี่แหละ แล้วป่วยล้มลง แม่ให้ใช้เครื่องเอ็คโม่อยู่ ๒-๓ วัน สุดท้ายก็ดึงเครื่องออก ปล่อยให้ลูกจากไปอย่างสงบ” เพราะนอกจากมีค่าใช้จ่ายมหาศาล และ “ใช้เครื่องช่วยไปก็ไม่มีประโยชน์ ลูกตายแแล้ว ยังไงก็ไม่ฟื้น”
กรณีขององค์ภาอาจไม่ต่างกันที่พระอาการ เมื่อมีการนำพระองค์ขึ้นเฮลิค้อปเตอร์สู่โรงพยาบาลจุฬาฯ นั้น แพทย์พบว่า “อ๊อกซิเจ็นไม่มีเลี้ยงสมองอยู่หลายนาที เรียกว่า ‘เบรนเดด’ แน่นอนแล้ว” แต่ก็ได้ทรงเครื่องเอ็คโม่ติดต่อมาถึงเกือบสี่ปี
(https://www.facebook.com/somsakjeam/posts/zs9sNJkCys, https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/Pv76bp1W, https://www.facebook.com/pavinchachavalpongpun/posts/anuKeS6h และ https://www.facebook.com/FahroongS/posts/BkAwb13Ro)
