
Kowit Phothisan
10 hours ago
·
พรุ่งนี้—8 มิถุนายน 2569 มันอาจเป็นวันธรรมดาๆ สำหรับคุณ และก็ควรจะเป็นวันธรรมดาๆ สำหรับผม แต่มันคือวันสำคัญ
29 พฤษภาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 ระบุว่า เนื่องจากศาลเป็นองค์กรสำคัญในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค การใช้สิทธิทางศาลจึงต้องเป็นไปด้วยความสุจริตอันเป็นรากฐานสำคัญของหลักนิติธรรมและความสงบเรียบร้อยของสังคม และเพื่อเป็นประกันว่ากระบวนพิจารณาของศาลจะไม่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ขัดต่อคุณค่าพื้นฐานดังกล่าว
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 กำหนดให้ศาลมีอำนาจตรวจจสอบกลั่นกรองการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาให้อยู่ในกรอบแห่งความสุจริต ไม่เป็นการเอาเปรียบหรือกลั่นแกล้งกัน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง และเหมาะสม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกาจึงออกคำแนะนำไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบจำเลยหรือโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบตามบทบัญญัติมาตรา 161/1 ให้หมายความรวมถึง
(1) การฟ้องคดีที่มีลักษณะเป็นการก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม สร้างความอับอายอย่างไม่เป็นธรรมหรือสร้างความยากลำบากเดือดร้อนแก่จำเลยในการต่อสู้คดีเกินสมควร
(2) การฟ้องคดีที่มีลักษณะเป็นการกดดันให้จำเลยต้องกระทำการหรือละเว้นกระทำการเพื่อประโยชน์อันมิชอบ หรือต่อรองผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
(3) การฟ้องคดีโดยจงใจกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่ไม่ถูกต้องหรือปกปิดข้อเท็จจริงนั้น
ข้อ 2 พฤติการณ์ในการฟ้องคดีดังต่อไปนี้ พึงถือเป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 161/1
(1) กรณีมีการกล่าวอ้างว่ามูลคดีเกิดหลายท้องที่ และยื่นฟ้องคดีต่อศาลในท้องที่ที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำการงานอันเป็นปกติของจำเลย โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความสะดวกในการสืบพยานหลักฐานหรือไม่เกิดประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี
(2) การฟ้องคดีเพราะเหตุที่จำเลยมีส่วนในการรณรงค์ เรียกร้อง หรือแสดงความเห็นเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิของผู้บริโภค สิทธิแรงงานหรือประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น
(3) การฟ้องคดีเพราะเหตุที่จำเลยเปิดเผยข้อมูลการทุจริตหรือการประพฤติที่มิชอบด้วยกฎหมาย
(4) การฟ้องคดีเพราะเหตุที่จำเลยมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาความผิดของโจทก์ในระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือมีคำสั่งชี้ขาด
(5) การฟ้องคดีที่เกิดจากมูลเหตุเดียวกันเป็นหลายคดีโดยไม่มีเหตุสมควรและมีลักษณะเป็นการสร้างความยุ่งยากและไม่เป็นธรรมให้แก่จำเลยในการต่อสู้คดี
(6) การฟ้องคดีเพราะเหตุที่จำเลยใช้สิทธิหรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยคำฟ้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำโดยไม่สุจริตหรือประพฤติมิชอบโดยชัดแจ้ง
ข้อ 3 เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการฟ้องคดีใดฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 161/1 ศาลพึงสั่งให้โจทก์ชี้แจงรวมถึงแสดงพยานหลักฐาน และศาลอาจเรียกพยานหลักฐานอื่นใดมาเพื่อประกอบการไต่สวนและวินิจฉัยได้ตามที่จำเป็นและสมควร เพื่อการนี้ ศาลอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีหรือเจ้าพนักงานศาลช่วยตรวจและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการไต่สวนก็ได้ในกรณีที่ความปรากฏโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติ
มาตรา 161/1 วรรคหนึ่งศาลจะยกฟ้องตั้งแต่ชั้นตรวจฟ้องก็ได้
ข้อ 4 ถ้าคดีอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลอาจดำเนินการตามข้อ 3 วรรคหนึ่ง ไปพร้อมกับการไต่สวนมูลฟ้อง แล้วมีคำวินิจฉัยให้ยกฟ้องหรือประทับฟ้องตามแต่ศาลจะเห็นสมควรไปในคราวเดียวกันก็ได้
ข้อ 5 การใช้ดุลพินิจตามบทบัญญัติมาตรา 161/1 วรรคหนึ่ง ศาลพึงคำนึงถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงของการกระทำตามฟ้อง ประโยชน์สาธารณะที่จะได้รับ รวมถึงความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมจากการดำเนินคดีต่อไปประกอบด้วย
ข้อ 6 กรณีที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 161/1 หากเห็นได้ว่าจำเลยมีพฤติการณ์ในทางประวิงคดี ศาลพึงสั่งงดหรือยุติการดำเนินการตามข้ออ้างของจำเลยและดำเนินคดีต่อไปโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ศาลจะออกข้อกำหนดหรือมีคำสั่งอื่นใดเพื่อห้ามการดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือประวิงคดีด้วยก็ได้
ข้อ 7 การดำเนินการทางอาญาในส่วนอื่นนอกจากที่ระบุในคำแนะนำนี้ ศาลพึงยึดหลักการดำเนินคดีโดยสุจริตและหลักความได้สัดส่วนเป็นพื้นฐานในการใช้ดุลพินิจตามกฎหมาย
ให้ไว้ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569
อดิศักดิ์ ตันติวงศ์
ประธานศาลฎีกา
...
ข้อความข้างต้น มาจากราชกิจจานุเบกษา ผมคัดลอกมาทั้งดุ้น ยาวหน่อย แต่เพื่อให้ไม่มีอะไรตกหล่น จึงคิดว่ามีประโยชน์ต่อการเลื่อนหน้าจอไม่น้อย มิตรสหายจะตามไปอ่านต้นฉบับก็ค้นหาเองได้โดยง่าย
กลับมาที่ประเด็นนี้ที่ผมเกริ่นเอาไว้ว่าพรุ่งนี้คือวันสำคัญ เพราะหลังประธานศาลฎีกาให้คำแนะนำแก่ผู้คนในกระบวนการยุติธรรม คดีของผมน่าจะเป็น "คดีแรกของประเทศ" ที่ถูกทดสอบว่าคำแนะนำนี้จะถูกนำไปปรับใช้อย่างไร
หลายท่านคงทราบแล้วว่าผมถูกสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท มาตรา 326 และ 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท จากการแชร์โพสต์ซึ่งมีเนื้อหาว่าด้วยขบวนการค้ามนุษย์ในแรงงานเก็บเบอร์รีป่าที่ฟินแลนด์และสวีเดน ซึ่งสำนักข่าว The Isaan Record ติดตามเรื่องนี้มาหลายปี คดีนี้ผ่านการไต่สวนมูลฟ้องมาแล้ว และพรุ่งนี้ 10.00 น. ศาลจะพิจารณาว่า "รับฟ้อง" หรือ "ไม่รับฟ้อง"
กล่าวอย่างซื่อสัตย์ แม้ผมจะมั่นใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นการทำหน้าที่สื่อมวลชนโดยแท้ และข้อมูลที่เรานำเสนอก็มาจากหลักการทางวิชาชีพที่จะแสวงหาประเด็นทางสังคมมานำเสนอผ่านสื่อสาธารณะ ข้อมูลจำนวนมากก็มาจากหน่วยงานของรัฐเอง แต่ผมไม่มั่นใจนักว่าพรุ่งนี้ศาลจังหวัดชลบุรีจะพิจารณาออกหัวหรือก้อย เพราะที่ผ่านมาคดีทำนองนี้มีทั้งไม่รับฟ้องและรับฟ้อง กระทั่งมีคนเดือดร้อนจากคดีปิดปากนับคนนับครั้งไม่ถ้วน หลายฝ่ายจึงออกมาเคลื่อนไหวว่าต้องไม่ทำให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นเครื่องมือในการปิดปากประชาชน ผ่านร่างกฎหมาย Anti-SLAPPs ก็ดี หรือคำแนะนำประธานศาลฎีกาดังที่เกริ่นไว้ก็ดี
หากพรุ่งนี้ศาล "ไม่รับฟ้อง" ก็อาจเรียกได้ว่านี่คือสัญญาณที่พอจะทำให้หลายคนได้หายใจหายคอโล่งขึ้น เพราะต่อจากนี้ไม่ใช่แค่สื่อมวลชนที่ทำงานตามหลักการทางวิชาชีพ แต่ประชาชนที่ออกมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติซึ่งถูกบริษัทเอกชนหรือผู้มีอิทธิพลฟ้องกลั่นแกล้งก็จะเบาใจได้ว่ามีหลักพิง
แต่ถ้าศาล "รับฟ้อง" ก็น่าสนใจว่าก้าวต่อไปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และคดีของคนอื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกันจะหันหัวไปทางไหน
สุดท้ายคือขอแจ้งเพื่อนพ้องให้รับทราบว่า พรุ่งนี้ผมไม่ไปศาลครับ ปล่อยให้งานนี้เป็นหน้าที่ของทีมทนาย ส่วนผมวุ่นวายกับการเตรียมผลิตสารคดี 6 ตุลา 2519 และหัวหมุนกับงาน finishing การก่อสร้างบ้าน หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนเดือนนี้จะย้ายมาบ้านหลังใหม่ จัดระบบทุกอย่างให้ลงตัวเพื่อให้เมียและลูกอยู่ได้ไม่ลำบากนัก เพราะถัดจากนั้นผมต้องวิ่งรอกถ่ายงานทั่วประเทศ บ้านที่เข้าที่เข้าทางจะทำให้ผมไม่ต้องพะวงว่าภรรยาและลูกชายจะลำบาก—หวังว่าพรุ่งนี้จะมีข่าวดีครับ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10230957379709003&set=a.1240273858002
“อ.ปริญญา” ย้ำแนวทางประธานศาลฎีกาป้องกัน “ฟ้องปิดปาก” เป็นเรื่องดี แนะอัยการ-ตำรวจ รับลูกไม่สั่งฟ้อง#อัยการ #ตำรวจ #นักการเมือง #ฟ้องปิดปาก #หมิ่นประมาท #องค์กรอิสระ #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews #ThaiPBS pic.twitter.com/eXRmKCmtVf
— Thai PBS News (@ThaiPBSNews) June 6, 2026
https://x.com/ThaiPBSNews/status/2063215175394836569