วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2569

อ.ปวินโพสต์ความเห็นเรื่อง การจากไปขององค์ภา อาจนำไปสู่วิกฤตการสืบราชสมบัติครั้งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์จักรี


Pavin Chachavalpongpun

12 hours ago
·
การจากไปขององค์ภา ในวัย 47 ปี หลังจากที่อยู่ในอาการโคม่านานถึง 3 ปีจากอาการหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อเดือนธันวาคม 2565 อาจนำไปสู่วิกฤตการสืบราชสมบัติครั้งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์จักรี การสิ้นพระชนม์อาจไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการไว้อาลัยภายในราชสำนักเท่านั้น แต่คือการพังทลายอย่างสิ้นเชิงของโครงสร้างทายาทรุ่นต่อไปที่กลุ่มชนชั้นนำเคยวางแผนไว้เพื่อความมั่นคงของสถาบัน เมื่อตัวเลือกที่เคยดีที่สุดและเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวได้จากไป แผนผังอำนาจทั้งหมดจึงเกิดสุญญากาศและนำมาซึ่งสภาวะตื่นตระหนกเชิงโครงสร้าง ดิชั้นอยากเขียนว่าการสูญเสียครั้งนี้สร้างความระส่ำระสายต่อเส้นทางการขึ้นครองราชย์อย่างไร และทิ้งโจทย์ที่ยากลำบากอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง

หากจะเข้าใจว่าวิกฤตการสืบราชสมบัติครั้งนี้รุนแรงแค่ไหน จำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่าองค์ภาคือ "ความหวังสูงสุด" ของเครือข่ายอำนาจอนุรักษนิยมและกองทัพมาโดยตลอด องค์ภาเป็นสมาชิกราชวงศ์เพียงคนเดียวในทายาทรุ่นนี้ที่มีศักยภาพเพียบพร้อมในทุกด้าน ทั้งการจบปริญญาเอกด้านกฎหมายจากอเมริกา มีประสบการณ์ทำงานในเวทีสากลและระบบราชการไทย รวมถึงการติดยศพลเอกในหน่วยทหารรักษาพระองค์ ซึ่งทำให้องค์ภาได้รับการยอมรับจากทั้งกลุ่มทุน ข้าราชการ และกองทัพ ที่สำคัญคือองค์ภาถูกวางตัวให้เป็นผู้ที่จะมาบริหารจัดการและดูแลทรัพย์สินอันมหาศาลของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในอนาคต การเสียชีวิตจึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องส่วนพระองค์ แต่เป็นการตัดขาดสะพานเชื่อมเพียงหนึ่งเดียวที่ระบอบไทยใช้เป็นหลักประกันความมั่นคงในการส่งต่ออำนาจไปสู่คนรุ่นถัดไป

เมื่อไม่มีองค์ภา สปอตไลต์จึงส่องไปที่ทีปังกร ในวัย 21 ปี ซึ่งถือเป็นทายาทชายตามประเพณี แต่ความพร้อมกลับเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจอย่างลึกซึ้งและเงียบเชียบในหมู่ชนชั้นนำมานานกว่าทศวรรษ กระแสข่าวเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านสุขภาพและพัฒนาการที่ทำให้ต้องศึกษาเล่าเรียนอย่างสันโดษในเยอรมนีมาตลอด ยิ่งตอกย้ำความไม่มั่นใจว่าทีปังกรจะมีศักยภาพเพียงพอในการควบคุมกองทัพ บริหารความขัดแย้งของกลุ่มขั้วอำนาจในราชสำนัก หรือสร้างความศรัทธาจากประชาชนในยุคสมัยใหม่ได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น หากทีปังกรขึ้นครองราชย์ แต่อำนาจในการตัดสินใจยังไม่เด็ดขาด ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องมีการตั้ง "ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" หรือคณะบุคคลขึ้นมาดูแล ซึ่งสถานการณ์นี้จะกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดศึกตัวแทน (Proxy War) และการแก่งแย่งชิงดีกันเองระหว่างนายพลกองทัพและกลุ่มชนชั้นนำที่ต้องการเข้ามาคุมอำนาจอยู่เบื้องหลังบัลลังก์

ความระส่ำระสายในประเด็นทายาทยิ่งเห็นได้ชัดจากการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของอดีตลูกชายที่เคยถูกตัดความสัมพันธ์อย่าง ท่านอ้น วัชเรศร และท่านอ่อง จักรีวัชร ที่เดินทางกลับไทยจนเป็นข่าวครึกโครมในตอนแรก ก่อนที่ในเวลาต่อมาทั้งสองคนจะเปิดเผยว่าพวกเขาถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศอีกครั้ง การเปิดและปิดประตูใส่ลูกชายผู้ลี้ภัยในเวลาอันสั้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ยังเคลียร์ไม่จบ และความลังเลใจของกลุ่มอีลีทฝ่ายความมั่นคง แม้ท่านอ้นจะมีโปรไฟล์เป็นนักกฎหมายและได้ใจมวลชนบางส่วน แต่การที่เขาห่างหายจากระบบนิเวศของกองทัพไปนานหลายทศวรรษ ทำให้บรรดานายพลมองว่าเขาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาและควบคุมได้ ซึ่งขัดกับความต้องการของกองทัพที่อยากได้ผู้นำที่พร้อมร่วมมือเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพวกตน ในขณะเดียวกัน สิริวัณณวรี ก็ขาดฐานอำนาจและโปรไฟล์ในระบบราชการ ส่วนพระเทพฯ ที่เป็นที่เคารพของประชาชนก็มีอายุมากเกินกว่าจะทำหน้าที่เป็นหลักประกันระยะยาวในอนาคตได้

ในทางรัฐศาสตร์ เมื่อสถาบันสูงสุดไม่สามารถแสดงความเข้มแข็งหรือเคลียร์ใจเรื่องตัวแสดงที่จะมาสืบทอดอำนาจให้เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ได้ สภาวะระแวงภัยและการเมืองเรื่องฝักฝ่ายจะพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด ในขณะนี้ขั้วอำนาจต่าง ๆ ทั้งในกองทัพ คณะองคมนตรี และกลุ่มทุนผูกขาดระดับแสนล้าน ต่างเริ่มวิ่งวุ่นเพื่อหาทางจับจองและสร้างความสัมพันธ์กับทายาทที่มีศักยภาพที่เหลืออยู่เพื่อความอยู่รอดของกลุ่มตนเอง ความไม่แน่นอนนี้เองที่ทำให้รัฐจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการควบคุมข้อมูลข่าวสารอย่างเข้มงวด การปิดกั้นและการเซ็นเซอร์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสืบราชสมบัติจะถูกยกระดับขึ้น เพราะรัฐไม่ต้องการให้ประชาชนเห็นรอยร้าวหรือความอ่อนแอเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นภายในค่ะ
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=26454698040871942&set=a.104469196321519




https://www.facebook.com/pavinchachavalpongpun/posts/26455478487460564








https://x.com/nexta_tv/status/2065473451939533024



❤️ NEXTA
@nexta_tv

Thailand’s Princess Pa, once seen as the main heir to the throne, has died after nearly four years in a coma

The daughter of King Vajiralongkorn suddenly collapsed in December 2022 while training her dogs. Doctors said she had suffered a severe heart arrhythmia caused by an infection. Since then, the princess had remained under constant medical care.

Her death has sharpened the question of succession. The 73-year-old king still has not officially named an heir.

“Kings can do anything,” as the famous song goes. But this story is yet another reminder that even they cannot.