Introducing the American AI Sovereign Wealth Fund Act
Bernie Sanders
Jun 1, 2026
I will soon be introducing a bill to give the public a 50% ownership stake in the largest AI companies in America. This would guarantee that the trillions created by AI are used to improve the lives of all of us — and block oligarch decisions that harm the American people.
https://www.youtube.com/watch?v=VN4b4UCWMKI
.....
เหตุใด Bernie Sanders จึงต้องการบังคับให้บริษัท AI แบ่งปันความมั่งคั่ง
การเคลื่อนไหวของวุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) ในการผลักดันร่างกฎหมาย American AI Sovereign Wealth Fund Act ถือเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ซิลิคอนแวลลีย์และแวดวงการเมืองสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก
เหตุผลสำคัญที่ทำให้แซนเดอร์สต้องการบังคับให้บริษัท AI ยักษ์ใหญ่ต้องแบ่งปันความมั่งคั่ง รวมถึงรายละเอียดของร่างกฎหมายฉบับนี้ มีโครงสร้างและเป้าหมายที่น่าสนใจดังนี้ครับ
💡 เหตุผลที่ Bernie Sanders ต้องการให้บริษัท AI แบ่งปันความมั่งคั่ง
แซนเดอร์สได้สื่อสารมุมมองของเขาอย่างชัดเจนผ่านบทความใน The New York Times โดยให้เหตุผลหลักไว้ 3 ประการ:
ข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน AI คือ "สมบัติสาธารณะที่ถูกขโมยมา": แซนเดอร์สโต้แย้งว่า โมเดล AI อัจฉริยะของบริษัทอย่าง OpenAI, Anthropic หรือ xAI ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่ถูกฝึกฝน (Train) บนฐานข้อมูลที่เป็นผลงานสร้างสรรค์ ภูมิปัญญา และหยาดเหงื่อแรงงานของมนุษยชาติมาหลายชั่วอายุคน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ งานศิลปะ งานข่าว โค้ดคอมพิวเตอร์ และบทสนทนาของประชาชนทั่วไป เขาจึงมองว่าการที่มหาเศรษฐีเทคโนโลยีนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้หาเงินโดยไม่มีการขออนุญาตหรือให้ค่าตอบแทนแก่สังคม ถือเป็นการยึดครองทรัพย์สินส่วนรวมไปเป็นของส่วนตัว
ป้องกันการผูกขาดโดย "คณาธิปไตยไฮเทค" (Tech Oligarchs): ปัจจุบันอำนาจในการกำหนดทิศทางของ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ตกอยู่ในมือของซีอีโอและกลุ่มทุนข้ามชาติเพียงไม่กี่คน แซนเดอร์สต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มทุนขับเคลื่อนเพื่อผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว
บรรเทาผลกระทบด้านแรงงานและการกระจายรายได้: การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเลิกจ้างแรงงานในวงกว้าง (AI Displacement) ความมั่งคั่งจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะผู้ถือหุ้นบริษัทเทคโนโลยี ในขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญความไม่มั่นคงทางอาชีพ เงินทุนจากระบบนี้จึงควรนำกลับมาเยียวยาและสร้างสวัสดิการให้แก่สังคม
📜 รายละเอียดร่างกฎหมาย "American AI Sovereign Wealth Fund Act"
กลไกของร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การจัดเก็บภาษีจากผลกำไรแบบเดิม ๆ (Profit Tax) แต่เป็นการเสนอให้ จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) ผ่านวิธีการดังต่อไปนี้:
1. การเก็บภาษีหุ้น 50% แบบจ่ายครั้งเดียว (One-time 50% Equity Tax)
รัฐบาลจะบังคับเก็บภาษีจากบริษัท AI ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ (เช่น OpenAI, Anthropic, xAI) ในอัตรา 50% โดยจ่ายเป็นหุ้นของบริษัทแทนเงินสด ซึ่งจะทำให้รัฐบาลกลายเป็นผู้ถือหุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัท AI ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ทันที
2. สิทธิในการโหวตและการควบคุมทิศทาง (Voting Shares & Board Representation)
เมื่อรัฐบาลถือหุ้นครึ่งหนึ่ง กองทุนความมั่งคั่งนี้จะส่งตัวแทนเข้าไปนั่งในคณะกรรมการ (Board of Directors) ของบริษัทในสัดส่วนที่เท่ากัน ทำให้รัฐบาลมี สิทธิออกเสียงโหวต และสามารถใช้อำนาจนี้ในการยับยั้ง (Block) การตัดสินใจที่เป็นอันตรายต่อสังคม พร้อมทั้งผลักดันนโยบาย AI ที่มีจริยธรรมได้โดยตรงจากภายในบอร์ดบริหาร
3. การจ่ายเงินปันผลตรงสู่ประชาชน (Direct Dividend Payments)
รายได้หรือมูลค่าที่เติบโตขึ้นจากหุ้นในกองทุนนี้ จะถูกนำมาจัดสรรในลักษณะใกล้เคียงกับกองทุนถาวรของรัฐอะแลสกา (Alaska's Permanent Fund) โดยจะเริ่มจากการ จ่ายเงินสดให้แก่ประชาชนชาวอเมริกันโดยตรง และในระยะยาว เงินทุนนี้จะถูกนำไปสนับสนุนระบบสาธารณสุข การศึกษา และที่อยู่อาศัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ
🏛️ ปฏิกิริยาและโอกาสในทางปฏิบัติ
จุดที่น่าสนใจ: แม้ตัวแทนฝั่งทุนนิยมเสรีและนักลงทุนในซิลิคอนแวลลีย์จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างกฎหมายนี้เป็น "การยึดบริษัทเป็นของรัฐ" (Nationalization) ที่จะทำลายกลไกนวัตกรรมและการแข่งขัน แต่ไอเดียเรื่อง "กองทุนความมั่งคั่ง AI" นี้ ส่วนหนึ่งกลับได้รับการยอมรับและเสนอโดยกลุ่มผู้บริหาร AI เอง เช่น แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI และ ดาริโอ อโมเดย์ (Dario Amodei) ของ Anthropic ที่เคยเสนอแนวคิดทำนองนี้เพื่อให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของ AI
ยิ่งไปกว่านั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เองก็เคยแสดงท่าทีเปิดรับแนวคิดที่ให้รัฐบาลเข้าไปมีส่วนแบ่งในความมั่งคั่งของปฏิวัติเทคโนโลยีนี้ เพื่อลดกระแสต่อต้าน AI จากภาคประชาชนเช่นกัน
แม้ว่าตัวร่างกฎหมายจะเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายและการคัดค้านอย่างหนักในสภาคองเกรสจนอาจจะผ่านได้ยากในทางปฏิบัติ แต่การยื่นร่างกฎหมาย American AI Sovereign Wealth Fund Act ของเบอร์นี แซนเดอร์ส ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนบทสนทนาระดับโลก จากเดิมที่คุยกันเพียงเรื่อง "การควบคุม AI (Regulation)" ไปสู่คำถามที่แหลมคมยิ่งกว่า คือ "ใครควรเป็นเจ้าของความมั่งคั่งที่ AI สร้างขึ้น?"