วันจันทร์, มิถุนายน 08, 2569

วุฒิสมาชิกสหรัฐ Bernie Sanders มีแผนจะเสนอร่างกฎหมาย American AI Sovereign Wealth Fund Act บังคับให้บริษัท AI แบ่งปันความมั่งคั่ง อะไรคือเหตุผลที่ Bernie Sanders ต้องการบังคับให้บริษัท AI แบ่งปันความมั่งคั่ง


Introducing the American AI Sovereign Wealth Fund Act

Bernie Sanders

Jun 1, 2026

I will soon be introducing a bill to give the public a 50% ownership stake in the largest AI companies in America. This would guarantee that the trillions created by AI are used to improve the lives of all of us — and block oligarch decisions that harm the American people.

https://www.youtube.com/watch?v=VN4b4UCWMKI
.....

เหตุใด Bernie Sanders จึงต้องการบังคับให้บริษัท AI แบ่งปันความมั่งคั่ง

การเคลื่อนไหวของวุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) ในการผลักดันร่างกฎหมาย American AI Sovereign Wealth Fund Act ถือเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ซิลิคอนแวลลีย์และแวดวงการเมืองสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก

เหตุผลสำคัญที่ทำให้แซนเดอร์สต้องการบังคับให้บริษัท AI ยักษ์ใหญ่ต้องแบ่งปันความมั่งคั่ง รวมถึงรายละเอียดของร่างกฎหมายฉบับนี้ มีโครงสร้างและเป้าหมายที่น่าสนใจดังนี้ครับ

💡 เหตุผลที่ Bernie Sanders ต้องการให้บริษัท AI แบ่งปันความมั่งคั่ง

แซนเดอร์สได้สื่อสารมุมมองของเขาอย่างชัดเจนผ่านบทความใน The New York Times โดยให้เหตุผลหลักไว้ 3 ประการ:

ข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน AI คือ "สมบัติสาธารณะที่ถูกขโมยมา": แซนเดอร์สโต้แย้งว่า โมเดล AI อัจฉริยะของบริษัทอย่าง OpenAI, Anthropic หรือ xAI ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่ถูกฝึกฝน (Train) บนฐานข้อมูลที่เป็นผลงานสร้างสรรค์ ภูมิปัญญา และหยาดเหงื่อแรงงานของมนุษยชาติมาหลายชั่วอายุคน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ งานศิลปะ งานข่าว โค้ดคอมพิวเตอร์ และบทสนทนาของประชาชนทั่วไป เขาจึงมองว่าการที่มหาเศรษฐีเทคโนโลยีนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้หาเงินโดยไม่มีการขออนุญาตหรือให้ค่าตอบแทนแก่สังคม ถือเป็นการยึดครองทรัพย์สินส่วนรวมไปเป็นของส่วนตัว

ป้องกันการผูกขาดโดย "คณาธิปไตยไฮเทค" (Tech Oligarchs): ปัจจุบันอำนาจในการกำหนดทิศทางของ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ตกอยู่ในมือของซีอีโอและกลุ่มทุนข้ามชาติเพียงไม่กี่คน แซนเดอร์สต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มทุนขับเคลื่อนเพื่อผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว

บรรเทาผลกระทบด้านแรงงานและการกระจายรายได้: การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเลิกจ้างแรงงานในวงกว้าง (AI Displacement) ความมั่งคั่งจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะผู้ถือหุ้นบริษัทเทคโนโลยี ในขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญความไม่มั่นคงทางอาชีพ เงินทุนจากระบบนี้จึงควรนำกลับมาเยียวยาและสร้างสวัสดิการให้แก่สังคม

📜 รายละเอียดร่างกฎหมาย "American AI Sovereign Wealth Fund Act"

กลไกของร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การจัดเก็บภาษีจากผลกำไรแบบเดิม ๆ (Profit Tax) แต่เป็นการเสนอให้ จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) ผ่านวิธีการดังต่อไปนี้:
1. การเก็บภาษีหุ้น 50% แบบจ่ายครั้งเดียว (One-time 50% Equity Tax)

รัฐบาลจะบังคับเก็บภาษีจากบริษัท AI ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ (เช่น OpenAI, Anthropic, xAI) ในอัตรา 50% โดยจ่ายเป็นหุ้นของบริษัทแทนเงินสด ซึ่งจะทำให้รัฐบาลกลายเป็นผู้ถือหุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัท AI ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ทันที

2. สิทธิในการโหวตและการควบคุมทิศทาง (Voting Shares & Board Representation)

เมื่อรัฐบาลถือหุ้นครึ่งหนึ่ง กองทุนความมั่งคั่งนี้จะส่งตัวแทนเข้าไปนั่งในคณะกรรมการ (Board of Directors) ของบริษัทในสัดส่วนที่เท่ากัน ทำให้รัฐบาลมี สิทธิออกเสียงโหวต และสามารถใช้อำนาจนี้ในการยับยั้ง (Block) การตัดสินใจที่เป็นอันตรายต่อสังคม พร้อมทั้งผลักดันนโยบาย AI ที่มีจริยธรรมได้โดยตรงจากภายในบอร์ดบริหาร

3. การจ่ายเงินปันผลตรงสู่ประชาชน (Direct Dividend Payments)

รายได้หรือมูลค่าที่เติบโตขึ้นจากหุ้นในกองทุนนี้ จะถูกนำมาจัดสรรในลักษณะใกล้เคียงกับกองทุนถาวรของรัฐอะแลสกา (Alaska's Permanent Fund) โดยจะเริ่มจากการ จ่ายเงินสดให้แก่ประชาชนชาวอเมริกันโดยตรง และในระยะยาว เงินทุนนี้จะถูกนำไปสนับสนุนระบบสาธารณสุข การศึกษา และที่อยู่อาศัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ

🏛️ ปฏิกิริยาและโอกาสในทางปฏิบัติ

จุดที่น่าสนใจ: แม้ตัวแทนฝั่งทุนนิยมเสรีและนักลงทุนในซิลิคอนแวลลีย์จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างกฎหมายนี้เป็น "การยึดบริษัทเป็นของรัฐ" (Nationalization) ที่จะทำลายกลไกนวัตกรรมและการแข่งขัน แต่ไอเดียเรื่อง "กองทุนความมั่งคั่ง AI" นี้ ส่วนหนึ่งกลับได้รับการยอมรับและเสนอโดยกลุ่มผู้บริหาร AI เอง เช่น แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI และ ดาริโอ อโมเดย์ (Dario Amodei) ของ Anthropic ที่เคยเสนอแนวคิดทำนองนี้เพื่อให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของ AI

ยิ่งไปกว่านั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เองก็เคยแสดงท่าทีเปิดรับแนวคิดที่ให้รัฐบาลเข้าไปมีส่วนแบ่งในความมั่งคั่งของปฏิวัติเทคโนโลยีนี้ เพื่อลดกระแสต่อต้าน AI จากภาคประชาชนเช่นกัน

แม้ว่าตัวร่างกฎหมายจะเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายและการคัดค้านอย่างหนักในสภาคองเกรสจนอาจจะผ่านได้ยากในทางปฏิบัติ แต่การยื่นร่างกฎหมาย American AI Sovereign Wealth Fund Act ของเบอร์นี แซนเดอร์ส ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนบทสนทนาระดับโลก จากเดิมที่คุยกันเพียงเรื่อง "การควบคุม AI (Regulation)" ไปสู่คำถามที่แหลมคมยิ่งกว่า คือ "ใครควรเป็นเจ้าของความมั่งคั่งที่ AI สร้างขึ้น?"