วันศุกร์, มิถุนายน 12, 2569

ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ราคาที่ต้องจ่ายของคู่ชีวิตนักอนุรักษ์เขมร


ผืนป่าถูกถางออกไปเพื่อทำไร่พืชเชิงเดี่ยวในจังหวัดเกาะกง เป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กลุ่ม Mother Nature Cambodia ใช้เวลาหลายต่อหลายปีเพื่อตีแผ่ออกมา ภาพ : ลูค ดุกเกิลบี/Redux

ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
ราคาที่ต้องจ่ายของคู่ชีวิตนักอนุรักษ์เขมร


โดย พูง วันทา
9 มิถุนายน 2026
Hard Stories

นักกิจกรรมห้าคนจากกลุ่ม Mother Nature Cambodia ต้องโทษจำคุกถึงแปดปีในกัมพูชาจากการปกป้องสิ่งแวดล้อมในประเทศ ถึงแม้ศาลกัมพูชาไม่เคยพิพากษาลงโทษครอบครัวของนักเคลื่อนไหวทั้งห้าครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างเป็นทางการ แต่พวกเขาก็ใช้ชีวิตไม่ต่างกับเผชิญบทลงโทษด้วยตนเอง


ทุกครั้งที่ลูกชายตัวเล็กถามเธอว่า “พ่ออยู่ไหนเหรอ” พัท รัคสไม ก็แทบจะพูดไม่ออก

เธอบอกว่าพ่อกำลังยุ่งกับการเรียนอยู่ สิ่งที่เธอทำใจบอกเขาไม่ได้ก็คือ ทุน รฐา นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมผู้ทุ่มชีวิตหลายต่อหลายปีปกป้องผืนป่าและแม่น้ำของกัมพูชา ตอนนี้กำลังต้องโทษจำคุกอยู่

เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2567 ศาลประจำกรุงพนมเปญพิพากษาตัดสินเขาและสหายนักเคลื่อนไหวอีกสี่คนจากกลุ่ม Mother Nature Cambodia (แปลว่า พระแม่ธรรมชาติแห่งกัมพูชา) ด้วยข้อหาก่อการกบฏต่อรัฐบาล เขาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาหกปี ลูกคนเล็กของพวกเขายังไม่ทันลืมตาดูโลกด้วยซ้ำในวันที่ถูกนำตัวไป

บรรดากลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมและองค์กรสิทธิทั่วโลกต่างประณามคำพิพากษาดังกล่าว ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม Mother Nature Cambodia ที่นำโดยเยาวชนและก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ทางฝั่งผู้สนับสนุนกล่าวว่า นักกิจกรรมกลุ่มนี้ไม่ได้ทำสิ่งใดเกินเลยไปกว่าแค่การบันทึกและรายงานการทำลายล้างสิ่งแวดล้อมในกัมพูชาเท่านั้น

หลังจากผ่านมาได้เกือบสองปี กระบวนการยื่นอุทธรณ์ที่รอคอยกันมานาน ซึ่งแต่เดิมตั้งกำหนดการไว้ในวันที่ 2 มิถุนายนนั้น กลับถูกเลื่อนออกไปอย่างกะทันหัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านนี้ องค์กรภาคประชาสังคมกว่า 70 องค์กรทั่วโลกพร้อมใจกันเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักกิจกรรมเหล่านี้ทันที สำหรับรัคสไมและครอบครัวของนักกิจกรรมคนอื่นๆ นี่นับเป็นตะปูตอกฝาโลงความหวังอีกดอกหนึ่ง

“ลูกๆ สามคนของฉันไม่เคยได้รับความรักหรือการเลี้ยงดูจากพ่อเลย” เธอกล่าวกับ HaRDstories ทางโทรศัพท์

เธอต้องเลี้ยงลูกแทบจะด้วยตัวคนเดียวก็ว่าได้ ลูกคนหนึ่งหกขวบ คนหนึ่งสองขวบ และอีกคนหนึ่งขวบ ทั้งสามคนอาศัยอยู่กับยายในเขตชนบทระหว่างที่เธอเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ลูกคนเล็กสองคนแทบจะไม่รู้จักผู้เป็นพ่อเลยด้วยซ้ำ

เมื่อตอนที่รฐาถูกจับกุมตัวเป็นครั้งแรก ลูกชายคนโตของพวกเขาเพิ่งจะอายุได้หกเดือน เมื่อเขาถูกจับกุมตัวอีกครั้งหนึ่ง ลูกชายคนที่สองก็เพิ่งอายุเท่านั้นเช่นกัน ส่วนรัคสไมก็เริ่มตั้งครรภ์ลูกสาวคนเล็ก ทว่า ในตอนนั้นเธอยังคงไม่รู้ตัว

“ฉันเอาแต่เป็นกังวลเรื่องขึ้นศาลจนไม่ทันได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ” เธอกล่าว


นักเคลื่อนไหวจากกลุ่ม Mother Nature Cambodia หรือพระแม่ธรรมชาติแห่งกัมพูชา ทุน รฐา (คนที่สองจากขวามือ) กำลังอุ้มลูกชายวัยทารก บอกลาผู้มาให้กำลังใจด้านนอกศาล ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ภาพ : เกอรัลด์ ฟลินท์/Mongabay

งานอันตราย

Mother Nature Cambodia คือหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ชิงพื้นที่สื่อได้มากที่สุดในกัมพูชา กลุ่มเคลื่อนไหวนี้ต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในประเทศตั้งแต่เมื่อปี 2555 โดยตีแผ่การทำลายสิ่งแวดล้อมและจัดตั้งชุมชนชาวบ้านให้ลุกขึ้นสู้มาตลอด

แคมเปญของพวกดึงความสนใจได้มาก อีกทั้งยังประสบความสำเร็จอีกด้วย พวกเขามีส่วนช่วยระงับโครงการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าในหุบเขาอาเร็ง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะบีบให้ชนเผ่าพื้นเมืองบนเทือกเขาบรรทัด (Cardamom Mountains) ต้องพลัดถิ่นจากบ้านเกิด นอกจากนี้ ก็ยังระดมชาวบ้านต่อต้านโครงการขุดทรายในจังหวัดเกาะกงได้สำเร็จ แนวทางแบบผสมระหว่างการระดมกำลังระดับรากหญ้ากับการใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธช่วยให้การเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นที่รับรู้นอกเหนือไปจากแค่ในพรมแดนกัมพูชาเท่านั้น

เมื่อปี 2566 Mother Nature Cambodia ได้รับรางวัล Right Livelihood รางวัลดังกล่าว ซึ่งมักจะเรียกกันว่า รางวัลโนเบลทางเลือก (Alternative Nobel Prize) นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มเคลื่อนไหวนี้ ซึ่งทำงานภายใต้ความเสี่ยงในรั้วประเทศตัวเองมาตลอด วันนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จักในระดับโลกแล้ว

อเลฆานโดร กอนซาเลซ-เดวิดสัน นักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมชาวสเปน ผู้ก่อตั้งกลุ่มสิทธิดังกล่าว ถูกเนรเทศออกจากประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2558 หลังจากที่เขานำแคมเปญรณรงค์ต่อต้านโครงการสร้างเขื่อนในหุบเขาอาเร็ง ทางด้านกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลและยื่นคำร้องทุกข์ทูลเกล้าฯ ถวายต่อพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

แต่พวกเขาก็ยังเดินหน้าทำแคมเปญกันต่อไป ในท้ายที่สุด กลุ่มก็นำแคมเปญต่อต้านโครงการขุดทรายในบริเวณปากแม่น้ำล จนสามารถกดดันให้รัฐบาลยุติการส่งออกทรายไปยังประเทศสิงคโปร์ได้สำเร็จ นับว่าเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ แต่การเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐก็ยิ่งอันตรายขึ้นทุกทีเช่นกัน

เมื่อปี 2563 ลอง กุนเทีย, พวน เกอรัคสไม และทุน รฐา ถูกจับกุมตัวหลังจากที่เป็นแกนนำเดินขบวนประท้วงอย่างสันติไปยังบ้านพักของฮุน เซน ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในเวลานั้น เพื่อประท้วงโครงการถมทะเลสาบเบิงตะม็อก ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงพนมเปญ หลังถูกตัดสินโทษฐานยุยงปลุกปั่นไปเมื่อปี 2564 พวกเขาก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาชั่วคราวภายใต้เงื่อนไข

เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2567 ศาลประจำกรุงพนมเปญพิพากษาตัดสินโทษนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดสิบคน บนความผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และวางแผนก่อการกบฏล้มล้างรัฐบาล โดยห้าจากสิบคนนั้นมาจาก Mother Nature Cambodia ติ ได้แก่ ทุน รฐา, ลี จันดาราวุธ, ลอง กุนเทีย, พวน เกอรัคสไม และยิม เลียงไฮ ถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 6-8 ปี เลียงไฮยังได้รับโทษเพิ่มเติมความผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์


อเลฆานโดร กอนซาเลซ-เดวิดสัน เดินผ่านทุ่งหญ้าในหุบเขาอาเร็ง เดือนพฤศจิกายนปี 2555 หากวันนั้นโครงการสร้างเขื่อนเดินหน้าไปได้จริง หุบเขาแห่งนี้ก็คงจะจมอยู่ใต้น้ำไปแล้ว เขาถูกเนรเทศออกจากกัมพูชาในอีกสามปีให้หลัง ภาพ : ลูค ดุกเกิลบี/Redux

ผลกระทบอันน่าหวาดกลัว

สำหรับครอบครัวของพวกเขา ข้อกล่าวหาเหล่านี้ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีเป้าหมายเพื่ออะไร นักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ได้ใช้เวลาหลายต่อหลายปีบันทึกภาพสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ชาวบ้านเห็น ไม่ว่าจะการลักลอบขุดทรายผิดกฎหมาย ทะเลสาบที่ถูกถมดินเพียงในชั่วข้ามคืน พื้นที่ป่าซึ่งถูกถางไปเพื่อผลประโยชน์ของเอกชน และในตอนนี้ พวกเขาห้าคนก็ต้องติดคุกจากการทำเช่นนั้น

“วิดีโอทั้งหมดพูดเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อม ตีแผ่การคอรัปชันของพวกผู้มีอำนาจทั้งนั้น” รัคสไมกล่าว “คนทั้งโลกมอบรางวัลให้พวกเขา แต่ศาลกัมพูชาจับพวกเขาเข้าคุก นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด”

ลอง ซกลิน น้องสาวของลอง กุนเทียที่ถูกตัดสินจำคุก ก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้เช่นกัน “ไม่มีหลักฐานอะไรเลยว่าพี่สาวฉันต่อต้านหรือวางแผนจะล้มรัฐบาล” เธอกล่าว “ทำไมถึงต้องมาใส่ความเธอแบบนั้นด้วยล่ะ”

ซกลินกล่าวว่า กุนเทียเก็บปัญหาที่เธอต้องเผชิญไว้กับตัวเสมอ ด้วยความที่เธอเป็นคนสงวนท่าทีอยู่แล้ว ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้แม่ต้องเป็นกังวล อีกทั้งยังไม่เคยพูดถึงอันตรายที่ต้องเผชิญในการทำงานเลย ในฐานะลูกสาวคนโตของครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอแบกภาระทั้งหมดไว้ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด

แต่วันนี้ ภาระการดูแลครอบครัวตกมาอยู่ที่สมาชิกครอบครัวคนอื่น น้องของซกลินสองคนต้องลาออกจากโรงเรียน ซึ่งทางครอบครัวมองว่า ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความสะเทือนใจจากการที่กุนเทียถูกจำคุก ลูกสาวคนเล็กยังคงเรียนหนังสืออยู่ ตอนนี้เธอเรียนอยู่ชั้นม. 4

การจับกุมนักเคลื่อนไหวระลอกนี้ส่งผลกระทบไปไกลเกินกว่าแค่ครอบครัวของนักกิจกรรมทั้งห้าคนเท่านั้น มวย จันดารา ประธานสมาคมเครือข่ายเยาวชนกัมพูชา (Cambodian Youth Network) กล่าวว่า การพิพากษาตัดสินโทษครั้งนี้นับเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนต่อเยาวชนที่จะมาเป็นนักเคลื่อนไหวรุ่นถัดไป

“การจับกุมครั้งนี้ขู่ให้นักกิจกรรมคนอื่นๆ หวาดกลัว เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อพยายามปิดปากผู้เห็นต่าง” เขากล่าว

เฮง กุมซูร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายประจำองค์กรอิสระ ‘พันธมิตรความร่วมมือเพื่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาการ’ (Partnership for Environment and Development) กล่าวว่ากรณีนี้เผยให้เห็นการเลือกปฏิบัติแบบสองมาตรฐานอย่างโจ่งแจ้ง

“พวกเขาสืบค้นอาชญากรรมทางทรัพยากรธรรมชาติและตีแผ่บรรดาผู้มีอำนาจที่ฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพยากรนั้น” เธอกล่าว “แต่กลับไม่มีการไต่สวนหรือจับกุมผู้กระทำความผิดเลย ในทางกลับกัน เยาวชนกลับถูกจำคุกแทน”


ลอง กุนเทีย, พวน เกอรัคสไม และลี จันดาราวุธ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำเบิงเจิงเอกในกรุงพนมเปญ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ภาพ : แอนดี้ บอล

กุมซูร์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งประเทศกัมพูชาระบุไว้ว่า พลเมืองมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในกิจการของประเทศได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วนั่น แทบจะไม่ได้ช่วยรับรองอะไรเลย

“มาตรา 35 รับรองว่า พลเมืองมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน” เธอกล่าว “แต่ชาวบ้านกลับถูกจับกุมแค่เพราะพวกเขาแสดงออกถึงความกังวลเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม”

แยกครอบครัวเพื่อลงโทษ?

รัคสไมต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลยในการไปเยี่ยมสามี เธอต้องเดินทางจากจังหวัดกันดาลไปยังเรือนจำด่านตระเปียงพลองในจังหวัดตะโบงคมุม รฐาต้องโทษจำคุกหกปีอยู่ที่นั่น เธอนำอาหารและข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ที่จำเป็นไปให้เขา

ทางการจงใจสั่งจำคุกนักเคลื่อนไหวห้าคนนี้ในเรือนจำแยกกันห้าแห่งทั่วกัมพูชา ทุน รฐา อยู่ที่ทัณฑสถานพิเศษหมายเลยสามในจังหวัดตะโบงคมุม ลี จันดาราวุธอยู่ที่เรือนจำจังหวัดกันดาล พวน เกอรัคสไมอยู่ที่เรือนจำจังหวัดโพธิสัตว์ ยิม เลียงไฮอยู่ที่เรือนจำจังหวัดกำปงสปือ และลอง กุนเทียอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพระวิหาร

ซกลิน น้องสาวของกุนเทีย พร้อมกับครอบครัวของเธอ สามารถไปเยี่ยมกุนเทียได้แค่เดือนละครั้งเท่านั้นระหว่างที่เธอถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำจังหวัดพระวิหาร การจะออกไปเยี่ยมแต่ละครั้ง พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลย ตั้งแต่ค่าเดินทาง ค่าที่พักหนึ่งคืนในจังหวัดพระวิหาร ไปจนถึงการซื้อข้าวของเครื่องใช้และทิ้งเงินไว้ให้กุนเทียใช้ในเรือนจำ

“ตอนนี้เราลำบากเรื่องเงินกันมาก เพราะงั้นเราเลยแวะไปเยี่ยมเธอบ่อยๆ เหมือนเดิมไม่ได้แล้ว” เธอกล่าว

พวกเขาถูกตัดขาดจากครอบครัวกว่า 662 วัน ส่วนทางครอบครัวและทนายความก็เดินทางไปติดต่อพวกเขาได้ลำบาก ซึ่งจำกัดการเข้าถึงสวัสดิการทางสุขภาพและการสนับสนุนทางกฎหมาย

กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ Licadho ได้ออกมาวิจารณ์การตัดสินแยกจำคุกนักเคลื่อนไหวเหล่านี้ โดยกล่าวว่าแนวทางดังกล่าวทั้งโหดร้ายและเป็นการลงโทษในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในกัมพูชา

องค์กรดังกล่าวตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การสั่งเคลื่อนย้ายนักโทษต้องขังเช่นนี้ดูจะเป็นการละเมิดนโยบายกักขังนักโทษเมื่อปี 2565 ของกระทรวงมหาดไทย หากอิงตามระเบียบดังกล่าว ทัณฑสถานพิเศษหมายเลขสามมีไว้สำหรับนักโทษที่ต้องโทษจำคุกสิบห้าปีขึ้นไปถึงตลอดชีวิตเท่านั้น ในขณะที่รฐาต้องโทษจำคุกเพียงหกปีเท่านั้น

ทางบรรดากลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเองก็วิจารณ์ว่า การขังนักโทษแยกจากกันเช่นนี้มีเป้าหมายเพื่อตัดขาดนักกิจกรรมไม่ให้มีการติดต่อกันและให้อยู่ไกลจากครอบครัวของพวกเขา


ทุน รฐา ถือป้ายพร้อมข้อความว่า “ความยุติธรรมตายไปแล้ว” ขณะที่นักกิจกรรมจากกลุ่ม Mother Nature Cambodia เดินขบวนไปยังศาลเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 ภาพ : Licadho

“เชือดหนึ่งคน ขู่ได้อีกพันคน”

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2555 นักอนุรักษ์ ชุต วุฒิ ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสืบสวนเรื่องการลักลอบตัดไม้เถื่อนในจังหวัดเกาะกง แม้จะผ่านมากว่าสิบปีแล้ว พวกเขาก็ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้

กรณีที่เกิดขึ้นกับเขานับเป็นหมุดหมายหนึ่ง เป็นชั่วขณะสำคัญที่หลายคนต่างก็กล่าวถึงราคาที่ต้องจ่ายในการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมในกัมพูชา วันนี้ ทางครอบครัวของเขาและกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิยังคงเรียกร้องให้มีการสืบสวนเรื่องนี้อย่างโปร่งใสมวย จันดารา ประธานสมาคมเครือข่ายเยาวชนกัมพูชา กล่าวว่า นักเคลื่อนไหวในประเทศนี้มักจะต้องเผชิญกับชะตากรรมสามรูปแบบด้วยกัน

“มีทั้งการลอบสังหาร อย่างในกรณีที่เกิดขึ้นกับชุต วุฒิ การเนรเทศออกนอกดินแดน อย่างในกรณีของอูท เล็ง และการจับกุมต้องขังอย่างในกรณีของนักเคลื่อนไหวกลุ่ม Mother Nature” เขากล่าว

อูท เล็ง นักกิจกรรมผู้ได้รับรางวัล Goldman Prize คือหนึ่งในนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมหกคนที่ถูกจับกุมตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2567 ระหว่างการสืบค้นเรื่องการลักลอบตัดไม้เถื่อนที่อุทยานแห่งชาติเวินไทร-เสียมปาง หลังจากที่ถูกตั้งข้อหาบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมา พวกเขาก็ได้รับการปล่อยตัวโดยไร้ความผิด นักกิจกรรมคนอื่นๆ ไม่เสี่ยงรอดูท่าทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นถัดจากนั้น บางคนถึงกับหนีออกนอกประเทศไปแล้วด้วยซ้ำ

เฮง สรอ คือหนึ่งในผู้ที่เลือกหนีออกมาใช้ชีวิตในฐานะผู้ลี้ภัย ปัจจุบัน เขาบอกกับ HaRDstories ว่า ระบบกฎหมายนั้นมีไว้เพื่อลงโทษคนผิดกลุ่ม

“นักกิจกรรมที่ลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติต้องเผชิญกับการตัดสินลงโทษ การต่อสู้ทางกฎหมายและการกดขี่รูปแบบอื่นๆ เพราะว่าไม่มีกฎหมายใดเลยที่ปกป้องพวกเขา” เขากล่าว “หากศาลไม่เลือกเข้าข้างรัฐบาลกับพวกชนชั้นนำ พวกเขาก็คงได้รับความเป็นธรรมไปแล้ว”

เฮง กุมซูร์ จากพันธมิตรความร่วมมือเพื่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาการ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์เช่นนี้เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ตั้งแต่แรก และพวกเขาก็รู้กันดี

“จะเรียกว่านี่เป็นแนวทาง ‘เชือดหนึ่งคน ขู่ได้อีกพันคน’ ก็คงไม่ผิดนัก” เธอกล่าว “ในการเลือกลงโทษนักกิจกรรมไม่กี่คนต่อสาธารณะ ทางการได้สร้างความหวาดกลัวท่ามกลางเยาวชนและขู่ให้พวกเขาไม่กล้ามีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อสังคม”


ผู้ไว้อาลัยยืนถือภาพ ชุต วุฒิ ในงานศพของเขา ณ จังหวัดกันดาล เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2555 สี่วันหลังนักอนุรักษ์ป่าไม้ผู้นี้ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสืบสวนการลักลอบตัดไม้เถื่อนในจังหวัดเกาะกง ภาพ : วิล แบกซ์เตอร์


เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ศาลฎีกากัมพูชาได้ปฏิเสธคำขอให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมจากกลุ่ม Mother Nature ทั้งห้าคน ทางกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า การตัดสินดังกล่าวอยู่ในขอบเขตอำนาจอย่างเป็นอิสระของศาล ตามที่ได้มีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศกัมพูชา แต่ทางกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิไม่คิดเช่นนั้น

รัคสไมไม่ชอบพูดถึงเรื่องอนาคตเท่าไรนัก เธอต้องหาเลี้ยงลูกทั้งสามคน ต้องเปิดร้านขายของชำ และต้องเก็บเงินไปเยี่ยมสามีในเรือนจำ แค่นี้แต่ละวันก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว

แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอแต่งงานกับรฐาเมื่อปี 2562 ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่างานของเขามีความเสี่ยงแค่ไหน

“ฉันรู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหน” เธอกล่าว “แต่เขารักงานของเขา มันส่งผลดีให้กับประเทศ เราตัดสินใจแต่งงานและเผชิญกับความเสี่ยงนั้นด้วยกัน”

ระหว่างที่ลูกๆ ของเธอต้องโตขึ้นมาโดยที่ไม่รู้จักผู้เป็นพ่อ เธอก็ยังหวังว่าความยุติธรรมจะมาถึงสักวันหนึ่ง ไม่ใช่แค่สำหรับรฐาคนเดียวเท่านั้น แต่สำหรับชาวกัมพูชาทุกคนที่กล้าจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องผืนป่า แม่น้ำลำธารและผืนดินของประเทศแห่งนี้

พูง วันทา นักข่าวฟรีแลนซ์ชาวกัมพูชาประจำที่พนมเปญ รายงานข่าวเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงการค้าไม้ผิดกฎหมายและการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

https://hardstories.org/th/stories/environmental-justice/cambodia-mother-nature-activists-prison-families