วันศุกร์, มิถุนายน 05, 2569

กำลังเป็นประเด็นดราม่าที่ร้อนแรง ทำไมสังคมถึงมองว่า เกณฑ์ใหม่ “บัตรคนจน” เมื่อลูกลดหย่อนภาษี พ่อแม่หมดสิทธิ์ ว่า"ซ้ำเติม" (สิทธิ์ลดหย่อน 30,000 บาท ไม่เท่ากับ เงินเลี้ยงดู 30,000 บาท: การลดหย่อนภาษี 30,000 บาท ไม่ใช่ว่าลูกจะได้เงินก้อนนี้มาให้พ่อแม่ แต่เป็นเพียงการลดหย่อนทางภาษี )



ปมนี้กำลังเป็นประเด็นดราม่าที่ร้อนแรงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมตอนนี้ เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจและในความเป็นจริงมัน "ย้อนแย้ง" กัน

นี่คือรายละเอียดและเบื้องหลังของ "เกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)" ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้

1. รัฐคิดอะไร? ทำไมถึงออกเกณฑ์นี้

กระทรวงการคลังได้เพิ่มเงื่อนไขใหม่ในการคัดกรองรอบนี้ โดยระบุว่า "ผู้ที่ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร จะถูกตัดสิทธิ์ทันที" 

* ตรรกะของภาครัฐ: รัฐมองว่าระบบภาษีและการสงเคราะห์ควรเชื่อมโยงกัน เมื่อลูกยื่นหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุพการี (30,000 บาท/ปี) แสดงว่าลูกได้แจ้งกับรัฐอย่างเป็นทางการแล้วว่า "ตนเองเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของพ่อแม่" * รัฐจึงตีความในเชิงนโยบายว่า พ่อแม่กลุ่มนี้ "มีคนดูแลแล้ว" และไม่ใช่กลุ่มที่ยากจนที่สุด จึงต้องการตัดสิทธิ์เพื่อนำงบประมาณไปกระจายให้กลุ่มที่ไม่มีใครดูแลจริง ๆ ก่อน

2. ทำไมสังคมถึงมองว่า "ซ้ำเติม" (ความย้อนแย้งในโลกความจริง)

ข้อจำกัดและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งตรงกับสิ่งที่คุณตั้งข้อสังเกต มีดังนี้ครับ:

สิทธิ์ลดหย่อน 30,000 บาท ไม่เท่ากับ เงินเลี้ยงดู 30,000 บาท: การลดหย่อนภาษี 30,000 บาท ไม่ใช่ว่าลูกจะได้เงินก้อนนี้มาให้พ่อแม่ แต่เป็นเพียงการลดหย่อนทางภาษี ซึ่งถ้าลูกมีฐานภาษีต่ำ (เช่น 5%) ลูกจะประหยัดเงินภาษีไปได้เพียง 1,500 บาทต่อปี (หรือเดือนละ 125 บาท) เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่ามูลค่าของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่พ่อแม่จะได้รับตลอดทั้งปีเสียอีก

เกณฑ์รายได้ที่ไม่สอดคล้องกัน: สรรพากรกำหนดว่าพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ลูกถึงจะลดหย่อนได้ แต่เกณฑ์บัตรคนจนคือไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี การที่ลูกส่งเงินให้บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อประทังชีวิต เมื่อรวมกันแล้วก็ยังห่างไกลจากคำว่า "รวย" หรือ "หมดความลำบาก"

ผลักภาระให้คนรายได้น้อย-ปานกลาง: กลายเป็นว่าครอบครัวที่ลูกมีรายได้ปานกลางค่อนไปทางน้อยที่อยากลดหย่อนภาษีบ้าง กลับต้องมาแบกรับความเสี่ยงที่พ่อแม่จะเสียสิทธิ์พื้นฐานไป

3. ทางออกและการแก้ไขชั่วคราวจากภาครัฐ

หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งประชาชน นักวิชาการ และฝ่ายค้าน ทางกระทรวงการคลังได้ชี้แจงแนวทางบรรเทาผลกระทบไว้ดังนี้:

เปิดช่องให้ยื่นอุทธรณ์: หากพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์เพราะลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี แต่ในความเป็นจริงลูกไม่ได้กลับมาดูแลหรือส่งเสียเลี้ยงดูจริง ๆ พ่อแม่สามารถยื่นแจ้งเรื่องเพื่อขออุทธรณ์คืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้

ผลกระทบฝั่งลูก: หากพ่อแม่ยื่นอุทธรณ์และได้รับสิทธิ์บัตรคนจนกลับคืนมา ลูกคนนั้นจะไม่สามารถนำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกในอนาคต

สรุปในมุมมองทางเศรษฐกิจครอบครัว: > หากครอบครัวไหนกำลังเจอปัญหานี้ ต้องมาคำนวณความคุ้มค่าครับ:

ถ้าลูกรายได้ไม่สูงมาก (ฐานภาษี 0% - 10%) การให้ "พ่อแม่คงสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้" แล้วลูกยอมไม่สิทธิ์ลดหย่อน จะช่วยประหยัดและได้เม็ดเงินรวมเข้ากระเป๋าครอบครัวมากกว่า

แต่ถ้าลูกรายได้สูง (ฐานภาษี 20% ขึ้นไป) การเลือก "ลดหย่อนภาษี" จะเซฟเงินให้ลูกได้มากกว่ามูลค่าบัตรคนจนของพ่อแม่ครับ

นโยบายนี้จึงถูกมองว่าเป็นการบีบให้ประชาชนต้อง "เลือก" สิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่ในความเป็นจริง ทั้งสองสิทธิ์ควรจะเกื้อหนุนครอบครัวที่ตั้งใจกตัญญูและดูแลบุพการีไปพร้อมกันได้
.....


Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุล
11 hours ago
·
นี่มันเกณฑ์อะไรกัน
.
ลูกหักลดหย่อนอุปการะบุพการีได้ปีละ 30,000 บาท ให้กับพ่อแม่ที่อายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท
.
เท่ากับว่ารัฐสนับสนุนให้ลูกส่งเงินให้พ่อแม่ใช้เดือนละไม่ถึง 3,000
.
แต่ถ้าเอาไปลดหย่อนเมื่อไหร่ พ่อแม่โดนตัดสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการทันที
.
ทั้งๆ ที่เกณฑ์รายได้หากจะได้บัตรสวัสดิการคือ ไม่เกิน 100,000 บาท
.
ลูกส่งเงินมารวมกับรายได้ของพ่อแม่ยังไงก็ไม่เกิน 60,000 บาท
.
เอาอะไรไปตัดสิทธิ์เค้า...???

.
กลายเป็นทำโทษลูกกตัญญู
.
ถ้าให้ลดหย่อนอุปการะบุพการี 100,000 บาทก็ว่าไปอย่าง