วันศุกร์, มิถุนายน 12, 2569

ตำรวจไทยได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดของบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ สองคนนี้อาจเป็นตัวจริงก็ได้ แต่ยังมีคำถามดูเหมือนว่า กระบวนการพิสูจน์ยังไม่ได้ทำให้สิ้นสงสัย ชัดเจน โปร่งใสเพื่อให้แน่ใจว่าลงโทษถูกคน


Bangkok bomb: CCTV shows suspect's route

World News

Aug 21, 2015

CCTV pictures of the main suspect in the bombing at Bangkok's Erawan Shrine have been released by Thai police. 

The images show the suspect's journey to and from the shrine, where a bomb was detonated on Monday.

Jonathan Head explains what is known about the suspect's movements.

https://www.youtube.com/watch?v=jzJJG3swzH8
.....

Noi Thamsathien
6 hours ago
·
วันนี้ศาลตัดสินประหารชีวิตอุยกูร์สองคนที่เป็นจำเลยในคดีระเบิดพระพรหมเอราวัณ เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อสิบเอ็ดปีที่แล้ว คนตายยี่สิบคนเจ็บเกินร้อย หนึ่งในจำเลยคือยูซุฟู ไมเรียลลี่ร้องในศาลว่าไม่ยอมรับคำตัดสิน ว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดและว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยตายแล้ว

เราตามข่าวนี้ในสื่อไทยสองรายและจากสื่อตปท.อีกสี่ราย มันมีความรู้สึกว่าคนที่จะทำรายงานข่าวชิ้นนี้ได้อย่างน่าสนใจต้องเป็นคนที่มีภูมิหลังพอสมควร เพื่อไม่ให้เป็นแค่รายงานตามน้ำ ศาลว่าอะไร ปฎิกิริยาของจำเลยเป็นอย่างไรและทนายบอกว่าจะอุทธรณ์ ฯลฯ

คือเราสนใจคดีนี้เพราะมันเกิดขึ้นขณะที่เรายังทำข่าวอยู่และตอนที่เดินจากมารู้สึกว่าคดีมันประหลาด ในวันเกิดเหตุเราไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ แต่รู้ว่าในช่วงนั้นผู้ใช้โซเชียลกระหน่ำแชร์ภาพคนเจ็บคนตาย คือที่จริงแค่เจ็บและตายก็แย่อยู่แล้วแต่ยังถูกกระทำซ้ำเติมทำให้ภาพที่ย่ำแย่ของพวกเขาปรากฎทั่วไปอีก เราว่านี่เป็นความบอบช้ำที่ผู้คนกระทำต่อกันแบบที่ไม่อาจเยียวยาได้ ในขณะที่กระบวนการสืบสวนสอบสวนนั้นมีเรื่องให้ร้องเอ๊ะได้ทุกขั้นตอนก็ว่าได้
 
คดีนี้คนติดตามกันมากขนาดว่าตอนที่ตำรวจเอาผตห.ไปทำแผนถึงกับปิดสี่แยกราชประสงค์ ตร.เอาหนึ่งในผตสส.ใส่เสื้อเหลืองสะพายเป้แบบในภาพของคนที่เชื่อว่าเป็นมือระเบิดไปเดินที่พระพรหม ภาพนั้นทำให้โดนวิจารณ์ยับ แต่ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วเข้าใจหรือไม่ว่าเพราะอะไรถึงถูกวิจารณ์
 
เรายังจำได้ว่าตอนนั้นพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริเป็นโฆษกสนง.ตร.แห่งชาติ แกเป็นคนที่ตอบคำถามสื่อได้ลื่นไหลมาก ที่จำได้คือเสียงเรียกสายของแกเป็นอินโทรเพลง Sway ได้ยินแล้วร้องบร้ะว่านายตร.คนนี้ไม่ธรรมดา แต่ฟังโฆษกยังไม่อลังการ์เท่าฟังทีมงานสอบสวนแถลงและทุกครั้งที่วิ่งไปฟัง เราเชื่อว่านักข่าวส่วนใหญ่ตอนนั้นพบว่าหลายเรื่องมันอธิบายตัวเองไม่ได้ มีข้อสงสัยแม้กระทั่งว่านี่ตัวจริงหรือไม่ ตอนหลังมาโฆษกหายไปเสียเฉยๆ แล้วคดีก็ปิดไปดื้อๆทั้งที่มีประเด็นที่ตอบคำถามไม่ได้อีกมากมาย แล้วพอเป็นคดีในศาลก็มีปัญหาตั้งแต่หาล่ามที่ดีไม่ได้ ล่ามคนแรกติดคดียาเสพติด ล่ามคนถัดๆมาก็ไม่รู้ยังไง คือการจะหาคนพูดภาษาของพวกเขาได้มันยากเย็นมาก

แล้วตอนขึ้นศาลหนหนึ่งจำเลยโวยวายต่อหน้าสื่อว่าเขาถูกทรมาน เรื่องนี้กลับไม่มีการตรวจสอบอย่างที่ควร คดีใช้เวลาเกินสิบปีท่ามกลางความไม่แน่ใจเรื่องของการสื่อสารของจำเลยกับคนรอบตัวรวมทั้งปัญหาอีกมากมาย ข้อเท็จจริงหลายอย่างมันทำให้ทุกเรื่องตีความไปได้หลายทาง เช่นอุยกูร์เป็นกลุ่มคนที่หลบหนีจากจีนทำให้พวกเขามีพฤติกรรมลับๆล่อๆแต่โดยนัยหนึ่งพวกเขาก็เป็นเหยื่อและสิ่งที่ทำอาจผิดแต่ไม่เกี่ยวกับกรณีนี้ ขณะที่จีนบอกว่าอุยกูร์ต่อต้านจีน มีเครือข่ายก่อการร้ายซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ต้องนำมาประกอบว่ามันมีส่วนแค่ไหนหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข้อมูล/แง่มุมมากมายที่ถูกทิ้งไว้ในห้วงเวลาที่ยาวนาน นักข่าวที่เคยตามต่างโบกมืออำลาไปทีละคนรวมทั้งเรา เอ็นจีโอที่เคยตามก็ไปเหมือนกัน คดีนี้กลายเป็นอีกคดีที่เหมือนจะอยู่แต่ไม่อยู่ คือคดีเดินหน้าแต่รายละเอียดที่มันสำคัญหายไป และในกรณีนี้มันก็เป็นแบบที่เขาว่ากัน the devil is in the details เมื่อรายละเอียดที่เป็นปัญหามันตกหล่นหายไป มันก็เหมือนทุกอย่างมันโอเคทั้งที่ความจริงมันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ทั้งสองทาง ปัญหาคือกระบวนการสอบสวนมันตอบโจทย์ไหม ถ้ามันไม่ตอบโจทย์ ปลายน้ำคือกระบวนการของคดีในศาลมันจะตอบหรือ

เรายกให้โจนาธาน เฮดของบีบีซีรายงานได้มีมิติมากที่สุด เขาบอกคนอ่านว่ากระบวนการดำเนินคดีนี้มีจุดอ่อน แน่นอนว่าไม่ได้ไล่มาหมดทุกจุดแต่หยิบมาพูดหลายจุดเพื่อให้ภาพว่ามันมีปัญหา อย่างเช่นเฮดพูดเรื่องการเร่งลบหลักฐานที่พระพรหมเอราวัณเพื่อพยายามทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติอย่างรวดเร็ว นี่เป็นประเด็นใกล้เคียงกันกับกรณีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่ผู้คนพากันทำไปความสะอาดถนนจนเกลี้ยงเกลาในวันถัดไปทั้งๆที่มันคือ crime scene

นักข่าวอีกรายที่เราสนใจงานเขาคือโทนี่ เช็งที่รายงานให้อัลจาซีร่า เช็งมีคลิปเสียงสุนัยพูดชัดว่าคดีมันตอบคำถามไม่ได้ว่าใครสั่งทำและทำทำไม ประเด็นทำทำไมนี้เฮดพูดไว้ว่าตอนนั้นผู้คนเชื่อมโยงคดีนี้กับแอคชั่นรัฐบาลทหารตอนนั้นที่ส่งอุยกูร์ให้จีน แต่แน่ละรัฐบาลปฎิเสธ
 
คำถามต่อกระบวนการของคดีคือสิ่งที่พวกเราคนเสพสื่อควรจะต้องรู้เพื่อให้เท่าทันความท้าทายของสถานการณ์ เพื่อนเราที่เป็นคนเทรนคนทำสื่อคนหนึ่งเคยสรุปหน้าที่ของข่าวไว้อย่างสั้นกุดว่า เราให้ในสิ่งที่ผู้เสพข้อมูลต้องได้สามเรื่อง คือสิ่งที่พวกเขาต้องรู้ สิ่งที่พวกเขาควรรู้ และสิ่งที่พวกเขาอยากรู้ การรายงานแบบไม่มีประเด็นแค่ไหลไปตามเหตุการณ์ก็คือการทำให้เรื่องที่มันไม่ปกติมันกลายเป็นเรื่องปกติ

และเราจะเห็นว่าเรื่องกระบวนการนี้มันมีปัญหาชัดเจน FIDH หรือ International Federation for Human Rights ออกแถลงการณ์ออกมาแล้วจี้หลายประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของคดีว่ามันทำให้จำเลยทั้งสองคนเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรมที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ว่ากระบวนการของไทยละเมิดหลักการ ICCPR รวมไปถึงเรื่องถูกซ้อมทรมาน และระบุว่าการควบคุมตัวพวกเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย แถลงการณ์เนื้อหาแรงนะ เปิดดูได้ที่หน้าเวบไซท์ของกลุ่มชื่อนี้
 
เราเองเห็นว่าคนตายและเจ็บที่ต่างก็เป็นผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ล้วนถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรมจากเหตุการณ์ สิ่งที่สังคมจะให้พวกเขาได้คือการเอาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้ สองคนนี้อาจเป็นตัวจริงก็ได้ แต่กระบวนการพิสูจน์ต้องทำให้เห็นอย่างสิ้นสงสัย ชัดเจน โปร่งใสเพื่อให้แน่ใจว่าลงโทษถูกคน ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นแบบที่พูดกันว่า มัน add salt to the wound ลองนึกภาพเป็นแผลแล้วเอาเกลือทา คือคนเจ็บคนตายได้รับความไม่เป็นธรรมอยู่แล้ว สังคมเองก็เจ็บปวดเพราะเหตุการณ์ แต่ถ้าลงโทษไม่ถูกคนก็ยิ่งเพิ่มความไม่เป็นธรรมมากขึ้นไปอีกและมันจะให้ภาพว่าเราทำเพื่อให้ตัวเองดูดี ดังนั้นถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่ากระบวนการหนักแน่นแบบเถียงไม่ได้ สิ่งที่ได้มาก็คือชื่อของกระบวนการยุติธรรมที่เสียไป แต่แน่นอนคนจำนวนไม่น้อยคงสะใจเพราะรู้สึกว่ามีคนถูกลงโทษ มีคนเจ็บคนตายต้องมีคนโดนลงโทษ คนจำนวนไม่น้อยจะสนใจแค่นี้ คำถามคือ เราจะเอาอะไรล่ะ


https://www.facebook.com/noi.thamsathien/posts/3396351067198057