วันอังคาร, กรกฎาคม 14, 2569

หากเกิดเพลิงไหม้ในสถานบันเทิงหรือร้านอาหารที่มีลักษณะปิดทึบ เราจะสามารถเอาตัวรอดอย่างไรได้บ้าง นี่คือคำแนะนำเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ



ร่างกายทนสูดดมก๊าซพิษ-ควันไฟ ได้นานแค่ไหน กับ 5 วิธีเอาตัวรอดหนีไฟไหม้ในสถานบันเทิง

เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
บีบีซีไทย

เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อเวลาก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อยวานนี้ (12 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ใช้เวลาราว 35 นาทีในการดับเพลิง แต่พบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 28 ราย (ณ เวลาประมาณ 18 .11 น. ของ 13 ก.ค. ตามการรายงานของ กทม.) และบาดเจ็บ 71 ราย โดยเจ้าหน้าที่พบผู้หมดสติจำนวนมากในห้องน้ำของร้าน

พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าวภายหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า เบื้องต้นรู้จุดต้นเพลิงแล้วอยู่บริเวณเวที แต่จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เปิดเผยว่าผู้ประสบภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีไปยังห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ยาก และการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุเพลิงไหม้ "เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่สถานบันเทิงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ในปี 2552 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับ บริเวณเอกมัย ซอย 9 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ คร่าชีวิตผู้คนไป 67 ราย

ต่อมาในปี 2565 ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เมาน์เทน บีผับ ที่ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 26 ราย

เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ย่านลาดพร้าว กทม. ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นแม้จะได้มีการออกกฎกระทรวงเพื่อกำกับให้ผู้ให้บริการประเภทผับ-บาร์ ต้องจัดการเรื่องความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นแล้วตั้งแต่ปี 2555 แต่ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ของการเกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ยังไม่หมดไป

ในฐานะผู้ใช้บริการ หากเกิดเพลิงไหม้บริเวณสถานบันเทิงเช่นนี้ เราจะสามารถเอาตัวรอดอย่างไรได้บ้าง บีบีซีไทยพาหาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญ

1. พิจารณาความปลอดภัยของสถานที่


นายดุสิต เทียนศิริ วิทยากรด้านการดับเพลิงผู้มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี จากบริษัท ลีดเดอร์ ไฟร์ เซฟตี้ จำกัด ซึ่งเคยปฏิบัติการดับเพลิงในกรณีเพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้าผับ เมื่อปี 2552 บอกกับบีบีซีไทยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันตนเองในสถานการณ์เพลิงไหม้เริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเกิดเหตุซึ่งคือการสำรวจทางออกของสถานที่ที่เราจะเข้าไปใช้บริการ และการเลือกจุดที่เราจะอยู่ในสถานที่แห่งนั้น

"เพื่อที่เราจะออกจากสถานที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว การที่เราจะเข้าไปอยู่ในสถานที่แห่งใดก็ควรสำรวจสถานที่แห่งนั้นว่า มีช่องทางทางออกทั้งหมดกี่ช่องทาง และเราก็ควรเลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ใกล้ทางออกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้" ดุสิตกล่าวกับบีบีซีไทย

เขาบอกด้วยว่าการเกิดเพลิงไหม้ในสถานที่บันเทิงเสี่ยงอันตรายกว่าสถานที่อื่น เพราะมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความมืด, ทางเข้า-ออก ที่มักคับแคบ, และการมีสิ่งกีดขวางจำนวนมาก

"ทางเข้าทางออกส่วนใหญ่ลูกค้าจะรู้เพียงทางเดียวก็คือทางที่เขาเข้า ส่วนทางอื่นก็มักจะไม่รู้ สถานประกอบกิจการประเภทนี้ส่วนใหญ่มันมืด แล้วก็ไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน และเราก็มักไม่ได้สำรวจ"

นอกจากนี้หากสถานที่มีเพดานที่ต่ำก็ยิ่งอาจกระพือความอันตรายของเพลิงไหม้ได้ เนื่องจากจะทำให้ความร้อนที่ลุกไหม้บริเวณเพดานส่งความร้อนถึงพื้นเร็วขึ้น

"หลังคาต่ำพอเกิดเหตุเพลิงไหม้สังเกตว่า ไฟมันลุกไหม้แค่เวลาสั้น ๆ แต่ส่งผลกระทบกับคนที่ใช้บริการมาก เพราะพอพื้นที่มันต่ำความร้อนที่ลุกไหม้ที่เพดานก็กดตัวลงต่ำถึงพื้นเลย ทำให้ช่องทางในการหนีออกจากตัวอาคารมันแทบจะเหลือน้อยมาก ถึงแม้ท่านจะก้มตัวลงต่ำขนาดไหน มันก็หนีออกไม่ได้ เนื่องจากกลุ่มควันมันกดต่ำถึงพื้นและความร้อนก็กดตัวถึงพื้นเช่นเดียวกัน" วิทยากรด้านการดับเพลิง กล่าว



ด้าน ผศ.ดร.พญ.ภัทรานิษฐ์ ภัทรพรเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ (CDEM) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวกับบีบีซีไทยไปในทิศทางเดียวกันว่า นอกจากสถานประกอบการจะต้องรักษามาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายกำหนดแล้ว ผู้ที่เข้าใช้บริการก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานที่เช่นกัน

"ในประเทศไทยมีกฎระเบียบของการเปิดสถานบันเทิงหรือร้านอาหารว่า ทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยในที่ซึ่งมีคนมาชุมนุมกันหมู่มาก แต่ว่าในฐานะผู้ใช้บริการเราก็สามารถดูแลความปลอดภัยของตัวเองได้เบื้องต้น เช่น ควรจะมองหาทางหนีไฟ ถังดับเพลิง และช่องทางออกต่าง ๆ"

นอกจากนี้เธอเสริมด้วยว่าเมื่อเข้าไปในสถานที่ซึ่งเป็นที่ปิด ผู้ใช้บริการควรมองหาหน้าต่างและประตูที่มีขนาดบานใหญ่ เพื่อที่ว่าในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ผู้ใช้บริการก็จะสามารถวิ่งไปและหาทางออกได้

ผศ.ดร.พญ.ภัทรานิษฐ์ บอกด้วยว่าในห้องที่เพดานอยู่ในระดับปกติ เพลิงไหม้มักจะเกิดได้ง่ายในสองบริเวณ คือ ห้องครัวและเวทีที่มีการแสดงเล่นดนตรีสด เพราะสามารถเกิดประกายไฟได้ ดังนั้นบริเวณที่ใกล้เคียงกับสองพื้นที่ข้างต้น ผู้ใช้บริการก็ควรหลีกเลี่ยง

2. สัญญาณอันตรายที่บอกว่าเราต้องรีบออก



ด้านนายดุสิต กล่าวว่าหากผู้ที่อยู่ในสถานบันเทิงสามารถสังเกตได้ถึง กลิ่นแก๊สรั่ว, กลิ่นควัน, ได้ยินเสียงระเบิด หรือพบเห็นไฟลุกไหม้ ก็ควรอพยพออกจากสถานที่ทันที และไม่ควรพยายามจะดับเพลิงเอง

"ได้กลิ่นแก๊สรั่ว ได้กลิ่นควัน หรือว่าได้ยินเสียงระเบิด เห็นไฟลุกไหม้ เราต้องหนีได้เลย อย่ารอให้ไปลุกไหม้แรงแล้วถึงจะหนี ไม่ควรพยายามดับไฟเอง เพราะหน้าที่ดับเพลิงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของสถานประกอบการ"

เช่นเดียวกันกับ ผศ.ดร.พญ.ภัทรานิษฐ์ ที่บอกว่าเมื่อผู้ใช้บริการณ์สังเกตเห็นประกายไฟ ก็เป็นเรื่องจำเป็นมากที่ต้องรีบออกจากพื้นที่ "อย่ามัวแต่ยืนดูหรือว่ายกโทรศัพท์มาถ่าย" และหากสามารถออกมาถึงที่ปลอดภัยแล้วก็ควรตรวจจำนวนคนที่มากับกลุ่มตนเองว่าออกมาครบหรือไม่ แต่หากไม่ครบก็ห้ามวิ่งกลับเข้าไปในจุดเกิดเหตุ แต่ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือต่อไป

3. หลีกเลี่ยงการวิ่งกรู - เน้นเดินเร็ว



วิทยากรด้านการดับเพลิงผู้มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี ระบุว่าในการอพยพหนีไฟ คนส่วนใหญ่มักพยายามหาทางออกให้รวดเร็วที่สุด ทำให้เกิดการวิ่งกรูเสี่ยงล้มทับกันได้ ทำให้เกิดอันตรายมากกว่าเดิม แต่แท้จริงแล้วการเดินเร็วไปหาทางออกจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์ที่มีเพลิงไหม้ในสถานบันเทิง ผู้ประสบภัยมักอยู่ในสภาวะมึนเมาทำให้การอพยพอันตรายกว่าปกติ เพราะนอกจากจะรู้ตัวถึงเหตุอันตรายได้ช้าแล้ว เมื่อรู้ตัวก็จะเกิดอาการแตกตื่นมากกว่าปกติ

"กรณีคนมึนเมาจะตกใจยาก ไม่ค่อยที่จะตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้ [สัญญาณไฟไหม้] บางทีพอเกิดเหตุเพลิงไหม้ ผมสังเกตตามผับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศหรือในประเทศ ภายในผับคนมักจะยังสนุกสนาน ทั้ง ๆ ที่ไฟลุกไหม้อยู่บนศีรษะ... พอเริ่มหนีก็จะเริ่มสติแตก ทำให้เกิดการวิ่ง เบียดเสียด ล้มทับ ทำให้เกิดการออก [จากสถานที่] ที่ล่าช้า"

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการละทิ้งสิ่งของมีค่าเพื่อนำตัวเองออกมายังจุดที่ปลอดภัยก่อน เนื่องจากบางคนอาจพะวงถึงสิ่งของมีค่าของตัวเองหรือเพื่อน จึงทำให้นำตัวเองออกมาจากจากจุดที่เกิดไฟไหม้ได้ช้า

"ถ้ามีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุร้ายเพลิงไหม้ก็ควรลุกออกจากพื้นที่ตรงนั้น ออกมาสู่ด้านนอกได้เลย อย่าไปห่วงข้าวของติดตัว ส่วนใหญ่คือห่วงข้าวของและห่วงเพื่อน มันจะทำให้การหนีออกมาด้วยความยากลำบาก"

ด้าน ผศ.ดร.พญ.ภัทรานิษฐ์ ผอ.ศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เสริมว่าการรีบอพยพออกจากพื้นที่ เมื่อไฟฟ้ายังไม่ตัด มีแสงสว่าง ให้รีบเดินทางไปประตูที่ห่างจากจุดที่เกิดประกายไฟให้มากที่สุด แต่หากในกรณีที่ไฟฟ้าดับ อยู่ที่มืด ให้เร่งไปที่ผนังเพื่อจับและคลำเดินตามผนังจนไปเจอประตูฉุกเฉิน

อย่างไรก็ดี แพทย์หญิงจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กล่าวด้วยว่า ผู้ที่อยู่ในอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์จะรู้สึกตัวช้ากว่าปกติซึ่งจะยิ่งเพิ่มอันตรายเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้

"การมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย ขั้นแรกคือผู้ที่กำลังมึนเมาจะอยู่ในภาวะยูโฟเรีย (Euphoria) ก็คือมีความสุขความสนุกมากกว่าปกติ และต่อด้วยสเต็ปต่อมาคือการขาดความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งสองสิ่งนี้ทำให้การตัดสินใจของเราช้าลงน้อยลงมาก"

นั่นตรงกับประสบการณ์ของดุสิตที่เมื่อเขาเข้าไปดับเพลิงกู้ภัยกรณีไฟไหม้ซานติก้าผับเมื่อปี 2552 ซึ่งเขาเล่าว่าในเหตุการณ์ตอนนั้นคนส่วนใหญ่ขาดสติเกิดการวิ่งกรูล้มทับกันจำนวนมาก

"อย่างที่เราเจอที่ซานติก้า เราไปถึงประตูด้านหน้ายังมีคนที่ยังไม่เสียชีวิต แต่ว่าวิ่งหนีกันออกมากรูกันที่ประตูและเกิดการล้มทับ พอเกิดการล้มทับมันทำให้ไม่มีโอกาสที่จะลุกขึ้น ล้มทับกับ 3-4 ชั้น ขนาดเจ้าหน้าที่ไปดึงยังไม่ลุกขึ้นเลย" ดุสิตเล่าประสบการณ์จากการเข้าไปดับเพลิงในเหตุภัยพิบัติหมู่เมื่อ 17 ปีก่อน

4. อุปกรณ์ใกล้ตัวที่มีประโยชน์

หนึ่งในอุปกรณ์ที่ติดตัวทุกคนซึ่งมีประโยชน์เมื่อเกิดไฟไหม้คือเสื้อผ้าที่สวมใส่

วิทยากรอบรมการดับเพลิงอธิบายว่า เสื้อผ้าสามารถนำมาใช้ปิดจมูกและปากได้เพื่อป้องกันการสูดดมควันพิษเข้าไปมากเกินขนาด

"สิ่งที่หาง่ายที่สุดก็คือเสื้อที่ตัวเองที่ใส่ อาจพับชายเสื้อขึ้นมาหนา ๆ แล้วเอามาปิดจมูกและปาก ซึ่งคือช่องทางเดินหายใจ เพื่อสูดดมผ่านผ้าที่จะเป็นตัวกรองสารพิษ ให้เราสูดดม [สารพิษ] เข้าไปน้อยที่สุด" ดุสิต กล่าว

นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่าในกรณีของผู้ที่ใส่ชุดชั้นในยกทรงก็อาจปลดออกและนำมาครอบที่ปากและจมูกเพื่อป้องกันการสูดดมควันได้เช่นกัน

ส่วนวิธีที่ไม่แนะนำคือการใช้ถุงพลาสติกมาครอบบริเวณศีรษะเพื่อหายใจ ดุสิตกล่าวว่า ในกรณีไฟไหม้สถานบันเทิงหรือสถานที่ปิด วิธีนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในกรณีเหตุลักษณะที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เนื่องจากมีความร้อนสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง

"ถุงพลาสติกเราใช้หนี แต่ไม่ใช้ในลักษณะเหตุอย่างเมื่อคืน [เหตุไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว] ถ้าอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุหรือเรดโซน (red zone) มันมีความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้เอาถุงไปตักอากาศแล้วครอบศีรษะ เพื่ออาศัยอากาศที่ขังในถุงใช้ในการหายใจ มันใช้ในที่ที่มีกลุ่มควันได้ แต่ใช้ในที่ที่มีความร้อนไม่ได้ เนื่องจากถุงพลาสติกเจอเปลวความร้อนก็จะละลาย ทำให้เป็นอันตรายต่อเรา" ดุสิต อธิบาย


การใช้ถุงพลาสติกมาครอบบริเวณศีรษะเพื่อหายใจไม่ใช่ทางเลือก เมื่อคุณติดอยู่ในสถานที่ปิดที่เกิดไฟไหม้และมีความร้อนสูง

แม้หลายคนอาจจะเข้าใจว่า การนำผ้ามาปิดจมูกจะต้องมีการราดหรือชุบน้ำสะอาดก่อน แต่ทั้งวิทยากรด้านการดับเพลิง และ ผศ.ดร.พญ.ภัทรานิษฐ์ บอกว่านั่นไม่จำเป็นหากคุณไม่สามารถหาน้ำได้โดยง่าย การใช้ผ้าแห้งก็เป็นอีกทางเลือก

"[ใช้ผ้าแห้ง] ได้เหมือนกัน บางทีเราจะไปเสียเวลากับการหาน้ำ จนวิ่งไม่ทันหรือไม่ได้ปิดปากจมูก ในกรณีที่แย่ที่สุด ถ้าหาน้ำไม่ได้ก็ต้องเอาผ้าแห้งปิดก็ดีที่สุด แต่ถ้ามีน้ำก็จะดีกว่า" ผศ.ดร.พญ.ภัทรานิษฐ์ อธิบาย

เธอเสริมด้วยว่า แม้ควันไฟจะลอยตัวอยู่ในที่สูง ผู้ประสบเหตุก็ควรหาทางปิดจมูกและปากอยู่ดี ไม่ควรชะล่าใจ

"ถ้าเป็นเพดานสูง ควันจะลอยขึ้นไปเหมือนหลอกเราว่าควันอยู่สูงแล้ว ไม่น่าจะโดนเราแน่ แต่ว่าพอควันมันไปสะสมข้างบนจนมันเต็มพื้นที่แล้ว มันจะลอยลงต่ำมาเร็วมาก เพราะฉะนั้นเราจะวิ่งออกมาไม่ทันอยู่ดี"

5. วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น - สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

จากกรณีไฟไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์คลิปหนึ่งแสดงภาพผู้ใช้บริการหญิงกำลังวิ่งหนีตาย ก่อนที่ในไม่กี่วินาทีต่อมา เปลวเพลิงจะพวยพุ่งตามมาอย่างรวดเร็ว จนไฟไปติดที่เสื้อผ้าและลามไปตามร่างกายของเธอ จนพลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือต้องตะโกนบอกให้เธอรีบถอดเสื้อออกและช่วยกันดับไฟ

ในกรณีนี้ วิทยากรอบรมการดับเพลิงกล่าวว่า หากเกิดกรณีไฟไหม้ติดเสื้อผ้า สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้คือการถอดเสื้อผ้าที่ติดประกายไฟออก แต่หากอยู่ในที่โล่งแล้ว อีกอย่างที่ทำได้ผลดีเช่นกันคือการนอนกลิ้งลงไปกับพื้นเพื่อดับไฟ

"ถ้าเราอยู่คนเดียวนอนลงและกลิ้งลงกับพื้นเพื่อทำการดับไฟที่กำลังลุกไหม้เสื้อเราอยู่ ก็จะทำให้ไฟดับลง"

แต่เขาเตือนว่า สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเมื่อเสื้อติดประกายไฟคือการใช้ถังดับเพลิงฉีดเข้าไป เนื่องจากผงเคมีแห้งที่ฉีดเข้าไปจะมีผลต่อบาดแผลทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และรักษาได้ยาก หรืออาจทำให้คนสำลักผงเคมีแห้ง หรือมองไม่เห็นทางได้ด้วยเช่นกัน



แล้วการพยายามหนีไปยังห้องน้ำเป็นทางเลือกที่ดีหรือไม่

นายดุสิตกล่าวว่า การหนีภัยไปห้องน้ำก็อาจทำให้มีโอกาสบรรเทาหรือทำให้มีโอกาสที่จะรอดชีวิตเยอะกว่าการอยู่ในพื้นที่นอกห้องน้ำที่เกิดเพลิงไหม้ เช่น ในเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับก็มีผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องน้ำรอดชีวิต

แต่เขาย้ำว่า ห้องน้ำในที่เกิดเหตุที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นที่ปิดทึบและอยู่ชั้นเดียวกับจุดเกิดเหตุ ดังนั้นการเข้าไปอยู่ในห้องน้ำหลายคน แม้อาจมีน้ำช่วยดับเพลิงได้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเรื่องควันที่จะเล็ดลอดเข้าไปจำนวนมากได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติ

นั่นตรงกับเหตุการณ์เมื่อคืนวานนี้ มีคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งที่ถ่ายจากกล้องติดหมวกของเจ้าหน้าที่กู้ภัยขณะเข้าสำรวจพื้นที่ภายในร้านหลังเปลวเพลิงสงบลง จากคลิปพบว่าโครงสร้างภายในร้านถูกเผาไหม้ และมีควันปกคลุมอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายดังกล่าวได้เข้าสำรวจบริเวณห้องน้ำของร้าน และแจ้งผ่านวิทยุสื่อสารว่าพบผู้หมดสติในนั้นมากกว่า 10 ราย

ขณะที่ ผศ.ดร.พญ.ภัทรานิษฐ์ แสดงทัศนะว่าไม่เห็นด้วยกับการเข้าไปหลบภัยไฟไหม้ในห้องน้ำ เพราะแม้น้ำจะช่วยดับไฟได้ แต่ก็สามารถกลายมาเป็นเชื้อเพลิงได้เช่นกัน

"ไม่เห็นด้วยกับการหนีเข้าไปในห้องน้ำ เพราะว่าส่วนใหญ่ห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ปิดที่ไม่มีประตูออก เขาอาจจะไปห้องน้ำเพราะคิดว่าน้ำช่วยดับไฟได้ แต่ว่าจริง ๆ แล้วน้ำก็เป็นเชื้อไฟได้เหมือนกัน ถ้าเราดับไม่ถูกวิธี ปริมาณน้ำไม่มากพอ ไฟมันก็ไม่ดับอยู่ดี" เธอกล่าวพร้อมเสริมว่า หากพิจารณาปริมาณน้ำจากก็อกน้ำและสายฉีดชักโครกกับปริมาณไฟข้างนอก และเชื้อไฟที่อยู่บริเวณผนังบุกันเสียง "มันสู้ไม่ได้อยู่แล้ว"

อย่างไรก็ตาม จากการเปิดเผยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ค.) เกี่ยวกับการที่พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องน้ำชายและหญิงนั้น สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความตื่นตระหนกของคนที่พยายามหาทางออก หรือต้องการเข้าห้องน้ำเพื่อไปหาน้ำเพราะคิดว่าสามารถช่วยดับเพลิงได้ ซึ่งจากการตรวจสอบโรงเบียร์ดังกล่าวบริเวณประตูบานด้านหลังหนึ่งบานเป็นทางเชื่อมออกจากห้องน้ำหญิงและชาย แต่เบื้องต้นพบว่าอาจมีโต๊ะขวางทางออกด้านนี้

"ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องน้ำชายและหญิง ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุด้วยอาการตื่นตระหนกและไม่รู้ว่าจะไปทางไหนและไฟดับก็วิ่งเข้าห้องน้ำ อาจจะไปหาพื้นที่ที่ออกได้หรือไปหาน้ำ" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

ร่างกายทนสูดดมก๊าซพิษ-ควันไฟ ได้กี่นาที

จากคลิปวิดีโอหลายคลิปของเหตุการณ์คืนวานนี้ ที่พบว่าผู้ประสบภัยหลายคนหมดสติและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างพยายามทำซีพีอาร์ (CPR) ปั๊มหัวใจเพื่อกู้ชีพ ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดเผยของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งข้อสังเกตว่า "เพลิงไม่ได้รุนแรงมาก... ดูแล้วเข้าไปข้างในโต๊ะเก้าอี้อยู่ในสภาพปกติ แต่ปัญหาหลัก ๆ คือเรื่องควันที่รุนแรงมากจนหลายคนอาจจะหมดสติไป"

เกี่ยวกับการอยู่ในสถานที่เกิดเหตุลักษณะนี้ หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ นอกจากจะถูกไฟคลอกหรือไหม้ตัวแล้ว อีกสาเหตุหลักคือการสูดดมเขม่าควันไฟมากเกินไป

ผอ.ศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ได้อธิบายถึงระยะเวลาที่ในการสูดดมเขม่าควันพิษเข้าไปและปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายในแต่ละห้วงนาที ดังนี้
  • ในห้วง 0-1 นาที: เยื้อบุบริเวณ ตา จมูก ปาก เกิดการระคายเคือง มีอาการแดง คัน แสบ น้ำมูกไหล น้ำตาไหล และแสบร้อนคอ เกิดอาการตกใจทำให้หัวใจเต้นเร็วหายใจ สูดหายใจเอาควันเข้าไปถี่ขึ้น ซึ่งหากอยู่ในห้องปิดไม่มีทางระบาย เขม่าควันจะเปลี่ยนเป็นก๊าซพิษ แยกจับออกซิเจนในร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดอากาศได้ง่ายขึ้น
  • ในห้วง 1-3 นาที: ก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ที่เมื่อสูดดมเข้าไปจะไปจับเม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าออกซิเจน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน เนื่องจากเม็ดเลือดแดงจะนำคาร์บอนมอนอกไซด์ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง หรือ หัวใจ
  • นานกว่า 4 นาที: เซลล์สมองตาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เสียชีวิตได้
ทั้งนี้ หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ระบุถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในเหตุเพลิงไหม้ว่า หากเจอผู้ที่หมดสติ ปลุกไม่ตื่น และอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แนะนำให้ปั๊มหัวใจหรือซีพีอาร์ และโทรแจ้งเบอร์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) 1669 หรือกรณีพบผู้บาดเจ็บ และเบอร์โทร 199 กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้

https://www.bbc.com/thai/articles/cp8l3dk40zpo