
Amarat Chokepamitkul
19h ·
ดิฉันยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดพื้นที่ กมธ.ให้ตัวแทนเยาวชน ศาล อัยการ ตำรวจ องค์กรสิทธิฯ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกที่รัฐสภา

ถอดคำต่อคำ
ความเห็นผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ ตัวแทนเยาวชน ตัวแทนเครือข่ายสิทธิฯ เรื่องการดำเนินคดี #มาตรา112 กับเยาวชนกรณีทำโพลสอบถามความเห็นประชาชนเรื่อง #ขบวนเสด็จ จากญัตติที่ดิฉันได้เสนอต่อกมธ.พัฒนาการเมือง >>.........................
กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถก กรณีใช้ ม.112 ต่อเยาวชนทำโพลขบวนเสด็จ ไร้หลักการ
.
หลังกลุ่มราษฎรและกลุ่มมังกรปฏิวัติ ถูกดำเนินคดีจากการทำโพลเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์และการรับเสด็จ และทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมซึ่งถูกดำเนินคดีและปฏิเสธสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวในขณะนี้ Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ยื่นญัตติต่อคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง มาหารือร่วมกัน
.
ในการประชุมมีการซักถามและตอบข้อซักถามชี้แจงในหลายประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของเกณฑ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และศาล ใช้ในการพิจารณาว่าเรื่องใดเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 112 และหลักเกณฑ์ในการให้หรือไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวว่ามีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเช่นไร เพราะปัจจุบันกระบวนการดำเนินคดีตามมาตรา 112 มีปัญหาการกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว และมีการบังคับใช้มาตรา 112 ทันที เมื่อพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์ ไม่ว่าการเคลื่อนไหวใดๆ
.
ฝ่ายของผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้งตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการ และสำนักงานศาลยุติธรรม ชี้แจงว่าจะต้องดูที่เจตนาของผู้ถูกกล่าวหาว่ามีเจตนาอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันกษัตริย์หรือไม่ ส่วนการพิจารณาเงื่อนไขการให้หรือไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยหลัก ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนแต่ละคนมีอำนาจในการพิจารณาสิทธิได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จากข้อเท็จจริงและรายละเอียดพฤติการณ์
.
ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว รวมทั้งการติดกำไลอีเอ็ม โดยยืนยันว่า การติดกำไลอีเอ็ม ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย ที่ศาลกำหนดเพื่อไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อตัวคดี ส่วนการเพิกถอนสิทธิประกันตัว เป็นคนละส่วนกับการสืบว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ซึ่งการถอนประกันอาจเป็นเพราะผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ตีความว่ามีการกระทำที่ผิดเงื่อนไขประกัน
.
ด้านตัวแทนของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและกลุ่มเยาวชน มองว่า จากการชี้แจง ก็ยังไม่เห็นว่า เกณฑ์ในการพิจารณาทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินคดี ตลอดจนการให้หรือไม่ให้ประกันตัวในแต่ละคดีคืออะไรกันแน่ และในหลายกรณียังเต็มไปด้วยความไม่ได้สัดส่วนอีกด้วย
.
“เมนู” สุพิชฌาย์ ชัยลอม ตัวแทนจากกลุ่มทะลุวัง ระบุว่า ตามหลักของกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญา จะต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยที่ยังไม่ถูกพิพากษาจนถึงที่สุดเป็นผู้ที่ไม่มีความผิด จะปฏิบัติเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดไม่ได้ ซึ่งกิจกรรมทำโพลตั้งคำถาม สร้างพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยการติดสติ๊กเกอร์ เป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ เธอยืนยันและพร้อมต่อสู้คดีว่าไม่ใช่ความผิดมาตรา 112 การกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล
.
ส่วน “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มราษฎร แสดงความคิดเห็นว่า ในสถานการณ์การเมืองที่ประชาชนตื่นตัวทางการเมือง มีการพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์กับความเกี่ยวข้องทางการเมืองสูงมาก ควรจะต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนพูดถึงได้ ในเมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ก็เป็นหนึ่งในสถาบันใต้รัฐธรรมนูญเหมือนกัน
.
“การบังคับใช้มาตรา 112 เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากในช่วงเวลาเช่นนี้ ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพประชาชนเป็นหลักก่อน เพราะการกล่าวหาทางกฎหมายเช่นนี้ทำให้เกิดการแบ่งแยกทางสังคม ซึ่งทั้งตำรวจ อัยการ กระบวนการยุติธรรม ต้องยอมรับความจริงว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สังคมแบ่งเป็นสองฝ่าย” ภัสราวลีกล่าว
.
ด้าน Padipat Suntiphada - ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกกรรมาธิการ ระบุว่าสถานการณ์การบังคับใช้มาตรา 112 มีคนถูกดำเนินคดีถึงร้อยกว่าคดีแล้ว และกำลังทำให้เยาวชนจำนวนมากถูกผลักให้เป็นคนผิดเพียงเพราะมีความคิดเห็นทางการเมืองแบบหนึ่งหรือเพียงตั้งคำถาม โดยไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้พูดคุยเรื่องนี้ได้ ซึ่งน่ากังวลว่าสังคมจะยิ่งแตกร้าวมากขึ้น
.
“ท่านปฏิบัติต่อเยาวชนเหล่านี้ราวกับพวกเขาเป็นนักโทษคดีฆ่าข่มขืนต่อเนื่อง ทั้งที่จริงเป็นเพียงเยาวชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ยิ่งมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้มากๆ ก็ยิ่งไม่อาจทำให้เยาวชนมีความรักและศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์เพิ่มขึ้น และกลับจะยิ่งรู้สึกว่าเป็นฝั่งตรงกันข้ามมากขึ้นด้วย” ปดิพัทธ์กล่าว
.
ปดิพัทธ์ ยังกล่าวอีกไป ว่าการดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ทุกวันนี้เป็นไปอย่างไม่มีมาตรฐาน เป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่ทั้งตำรวจ อัยการ และศาลต่างก็ต้องเหนื่อย ทั้งที่รู้ว่าอาจจะไม่ผิดแต่ก็ต้องจับและดำเนินคดีไว้ก่อน สุดท้าย ถ้ากฎหมายนี้ยังคงเต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรมเช่นนี้ ย่อมจะเป็นผลเสียต่อประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างแน่นอน
.
#ก้าวไกล #หยุดคุกคามประชาชน #ม112 #สถาบันกษัตริย์ #ขบวนเสด็จ #โพล #กมธพัฒนาการเมือง #ศาล #ตำรวจ


