วันจันทร์, ธันวาคม 02, 2567

มีข้อเสนอต่อแพทยสภา กรณีฟ้องศาลปกครองให้ยุติโครงการจ่ายยาชุมชน ของ สนง.สุขภาพแห่งชาติ ถอนฟ้องเสียก่อนรอการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่เร็วๆ นี้

กรณีแพทยสภาฟ้องต่อศาลปกครองให้ สนง.สุขภาพแห่งชาติและสภาเภสัชกรรมยุติโครงการ ให้ประชาชนที่มีความเจ็บป่วยเล็กน้อย ๑๖ กลุ่มอาการ ไปขอรับยาจาก ร้านยาชุมชนอบอุ่น ได้โดยตรง และคดีความอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลนั้น

หลังจากที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอันมาก ว่าแพทยสภาลุแก่อำนาจ อ้างหลักวิชาการแพทย์สำคัญกว่าความสะดวกรวดเร็วของประชาชน ในการเข้ารับการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ทางแพทยสภาได้มีแถลงการณ์ออกมาเมื่อ ๑๙ พฤศจิกานี้

อ้างถึง ความเสี่ยง ที่เภสัชกรร้านยาชุมชนจ่ายยาให้ไม่ตรงกับสมุฏฐานของโรค จนก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ป่วยได้ “ที่สำคัญ ขั้นตอนการตรวจร่างกายและการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ

เป็นกระบวนการที่อยู่นอกเหนือขอบเขตวิชาชีพของเภสัชกร แม้ในบางประเทศมีระบบให้คนไข้ไปพบเภสัชกรก่อนพบแพทย์ จะต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ในการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน” และทางแพทยสภายินดีจะให้ความร่วมมือกับสองสถาบัน

เพื่อสร้างระบบรักษาที่เข้าถึงง่าย และมีมาตรฐานความปลอดภัย “แต่เรื่องดังกล่าวขณะนี้อยู่ในศาลปกครองแล้ว” การให้รายละเอียดต่างๆ ควรทำด้วยความระมัดระวัง มิให้เป็นประเด็นต่อการพิจารณาของศาล คำพูดเช่นนี้หลายคนมองว่าแพทยสภาวางท่าแบบมาเหนือ

นายแพทย์คนหนึ่งซึ่งอยู่ในแพทยสภาแสดงความเห็นผ่านเฟชบุ๊คว่า “แพทยสภาอาจจะอยู่บนหอคอยงาช้าง” เหมาเอาเองว่าการเข้ารับการรักษาผ่าน รพ.รัฐ “สะดวกและไร้ข้อจำกัด” ซึ่งในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

และความกังวลเรื่องเภสัชกรให้ยาเกินขนาดหรือไม่ตรงกับสมุฏฐาน ก็เป็นการสันนิษฐานอย่างหนักหนาสาหัส เกินกว่าปกติที่เป็น เพราะปัจจุบันประชาชนสามารถไปรับยาจากร้านขายยา สำหรับอาการปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้ได้อยู่แล้ว

คุณหมอคนนี้มีข้อเสนอที่ทางแพทยสภาควรฟัง ก็คือ ควรถอนฟ้องออกมาจากศาลปกครองเสียก่อน “เนื่องจากกำลังจะมีการเลือกตั้งแพทยสภาใหม่ในเร็วๆ นี้ ควรให้เป็นการตัดสินใจจากแพทยสภาชุดใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้ง”

อีกอย่าง “ควรสอบถามความคิดเห็นจากแพทย์ที่เป็นสมาชิกของแพทยสภาก่อนว่ามีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่แน่ใจว่าแพทย์ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอย่างไรในประเด็นนี้” ดีกว่าที่จะดันทุรังไปเป็นความกันในศาล

(https://www.facebook.com/bandarn.suetrong/posts/qsUMxQT7Xif) 

ใต้น้ำท่วมหนัก หาดใหญ่หวั่นซ้ำรอยปี43


Thanapol Eawsakul
38m ·

อดีตที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ น้ำท่วมหาดใหญ่ปี 2543
คนตาย 233 ศพ
.......
กรณ๊น้ำท่วมภาคใต้ในปี 2567 กับดรามาอุ๊งอิ๊ง
ล่าสุด ความเสียหายมหาศาลในหลายจังหวัด ประกอบกับการได้ดูคลิป นรันต์ ณัฏฐารมณ์ (ดร.เม่น) อาจารย์ประจำงานการจัดการสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันการจัดการสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และอาจารย์สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เสียชีวิต ในเหตการณ์น้ำท่วมนี้ ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตจากสายไฟลงดินของโครงการเข้าบ้านที่หาดใหญ่ เพียงเพราะเดินออกไปปิดรั้วหน้าบ้านตัวเองขณะน้ำเริ่มท่วม
https://www.facebook.com/DramaAdd/videos/583482477699685
ได้ดูคลิป นักการเมืองประชาธิปัตย์ จังหวัดสงชลา จัดงานวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่
https://www.facebook.com/100066914075214/videos/1554171958637238/
ทำให้นึกถึงเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในปี 2543
ในยุคนั้นการสื่อสารยังไม่ทั่วถึงเหมือนในตอนนี้
ประกอบกับเป็นเรื่องในต่างจัวหวัดห่างไกล หลายคนลืมไปแล้ว
ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ในหาดใหญ๋เวลานั้นบอกว่าเห็นกับตาว่ามีคนตายเป็นร้อย
ลองค้นข้อมูลจากหาดใหญ้โพกัส ที่ทำรายงาน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ครบรอบ 22 ปี วันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2543 เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เมืองหาดใหญ่
พบว่าไม่เกินจริง
https://www.hatyaifocus.com/.../3400-%E0%B9%80%E0%B8%A3.../
สรุป
เหตุการณ์ น้ำฝนที่ตกในเขตเทือกเขาสันกาลาคีรี บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย ซึ่งปกติจะระบายผ่านคลองอู่ตะเภา ผ่านเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไหลออกสู่อ่าวไทยบริเวณทะเลสาบสงขลา แต่ในปี พ.ศ. 2543 การระบายน้ำทำได้ไม่ดีเนื่องจากคูคลองตื้นเขิน และมีแนวคันกีดขวางทางเดินของน้ำ คือ ถนนลพบุรีราเมศวร์ ที่สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2533 ถนนสายสนามบิน-ควนลัง และทางรถไฟ ประกอบกับพื้นที่ของตัวอำเภอหาดใหญ่มีลักษณะเป็นที่ลุ่มรูปแอ่งกระทะ
.......
ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในบริเวณตัวเมืองชั้นใน มีความเสียหายเป็นมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท จำนวนผู้เสียชีวิตตามประกาศจากทางราชการ 35 คน โดยจำนวนผู้เสียชีวิตจริง ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ สูงถึง 233 คน ไม่รวมชาวต่างประเทศ
........
น่าสนใจคือตัวเลยที่ไม่เป็นทางการที่ว่านั้นคือตัวเลขจริงที่นับจากการเก็บศพนั่นแหละ
เพื่อนผมเล่าว่า คนเสียชีวิตในลานจอดรถใต้ดินห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง นั้นก็หลายสิบคน
ตัวเลข 233 คนมากขนาดไหน
ลองคิดดู
น้ำท่วม 2543 ที่หาดใหญ้อำเภอเดียว ครั้งนี้ยาวนาน 3 – 7 วัน ในพื้นที่ 20 กว่าตารางกิโลเมตร ประชากรเกือบ 200,000 คน เสียชีวิต 233 ตน
เมื่อดูตัวเลขน้ำท่วมใหญ่ปี 2554
เหตุเกิด วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 - 16 มกราคม พ.ศ. 2555 (175 วัน) 87 อำเภอ 6,670 ตำบล
มีผู้เสียชีวิต 815 คน
https://th.wikipedia.org/.../%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97...



https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/9069050503161708


เลวพอกัน : สื่อ VOA เผยไทยส่ง 6 นักเคลื่อนไหวกลับกัมพูชาจากคดี ‘ก่อกบฏ’ ด้วยคอมเมนต์เฟสบุ๊ค ที่ผ่านมากลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่ารัฐบาลไทยและกัมพูชามีข้อตกลงในทางพฤตินัย ส่งมอบตัวผู้เห็นต่างทางการเมืองที่ลี้ภัยคืนให้กันและกัน


ไทยส่ง 6 นักเคลื่อนไหวกลับกัมพูชา จากคดี ‘ก่อกบฏ’ ด้วยคอมเมนต์เฟซบุ๊ก

VOA Thai

Nov 29, 2024

นักเคลื่อนไหวชาวกัมพูชาหกคนที่โดนกล่าวหาในข้อหาก่อกบฏทรยศชาติจากการวิจารณ์รัฐบาลบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ถูกทางการไทยส่งตัวกลับประเทศเพื่อขึ้นศาล ตามการรายงานของเอพี อ้างอิงตามกลุ่มรณรงค์ประชาธิปไตยเมื่อวันพฤหัสบดี เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทย ให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยตัวตน ว่าผู้ลี้ภัยทั้งหกคน บวกกับอีกหนึ่งที่เป็นเด็กอายุ 5 ขวบ ถูกคุมตัวที่ จ.ปทุมธานีในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนถูกส่งตัวกลับกัมพูชา ตามการรายงานของเรดิโอฟรีเอเชีย ที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงาน USAGM เช่นเดียวกับวีโอเอ

https://www.youtube.com/watch?v=DI14GtUMli0
.....


(https://prachatai.com/journal/2024/11/111539)


เรื่องราวแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ที่ท่านอาจจะไม่รู้มาก่อน นักวิชาการบางส่วนสันนิษฐานว่าตำนานแจ็คเกิดขึ้นหลังชาวอังกฤษเริ่มเบื่อหน่ายตำนานกษัตริย์อาเธอร์และการผจญภัยของบรรดาอัศวินผู้มีเกียรติ จึงหันไปหาเรื่องเล่าของคนธรรมดาผู้สามารถทำสิ่งยิ่งใหญ่


พื้นที่ให้เล่า
17h ·

“เขาพบเข้ากับสุภาพสตรีทั้งสาม ซึ่งถูกแขวนไว้ด้วยเส้นผมของเธอเอง สามสาวผ่ายผอมจนแทบขาดใจ กล่าวว่าสามีของพวกเธอถูกยักษ์สังหาร ยักษ์สั่งให้สามสาวกินเนื้อของสามีเสีย ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษให้อดอาหารจนกว่าจะตาย”
“คุณสุภาพสตรีทั้งหลาย”แจ็คผู้ฆ่ายักษ์กล่าว “ข้าพเจ้าได้สังหารเจ้ายักษ์ไปแล้ว ดังนั้นจึงขอคืนเสรีภาพให้ทุกท่าน” แจ็คมอบกุญแจให้สามสาว จากนั้นจึงเดินทางต่อไปผจญภัยต่อไปยังภูมิภาคเวลส์....
‘แจ็คผู้ฆ่ายักษ์’ (Jack the Giant Killer) เป็นนิทานพื้นบ้านฝั่งอังกฤษซึ่งเพิ่งปรากฏเป็นบันทึกในช่วงศตวรรษที่ 18 (ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1711) ก่อนหน้านี้เรื่องราวของเด็กหนุ่มหัวใส ผู้สามารถสังหารยักษ์ได้เป็นเรื่องเล่าแนวปากต่อปาก เนื่องจากในประเทศอังกฤษมีเรื่องเล่าช้านานเกี่ยวกับยักษ์ซึ่งอาศัยอยู่ทั้งในถ้ำและหมู่เกาะห่างไกล ยักษ์บางตัวขโมยฝูงวัวของชาวบ้านเป็นอาหาร แต่ก็มียักษ์ที่ออกล่ามนุษย์ และสะสมทรัพย์สินมีค่ารวมถึงสิ่งของวิเศษมากมาย
เรื่องราวของแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ในเวอร์ชั่นต้นตำหรับของอังกฤษ ไม่มีต้นถั่วยักษ์ที่คุ้นตา แต่เล่าถึงลูกชายชาวนาในรัชสมัยของกษัตริย์อาเธอร์ผู้โด่งดัง แจ็คเป็นเด็กหนุ่มแสนฉลาดที่รักการผจญภัย เขาได้กำจัดยักษ์ใจร้ายไปหลายตัว เริ่มจากยักษ์ขโมยวัวซึ่งถูกเด็กหนุ่มขุดหลุมกับดักก่อนจับสังหาร ตามมาด้วยยักษ์ผู้อาศัยอยู่ในปราสาท ซึ่งแจ็คสามารถล่อให้ยักษ์ถูกจับแขวนคอก่อนสังหารได้สำเร็จ ในระหว่างนั้นเองแจ็คได้พบสุภาพสตรีทั้งสาม และได้ปล่อยพวกนางเป็นอิสระ
แจ็คยังได้เดินทางผจญภัยอีกหลายครั้ง เจอเข้ากับยักษ์สองหัวและสามหัว จนได้สิ่งของวิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็นผ้าคลุมล่องหน หมวกแห่งความรอบรู้ ดาบที่ฟันได้ทุกสิ่ง และรองเท้าที่ทำให้เดินทางอย่างรวดเร็ว แจ็คได้ร่วมผจญภัยกับพระโอรสของกษัตริย์อาเธอร์ สามารถปลดปล่อยสตรีแสนงามผู้ตกเป็นทาสของลูซิเฟอร์ และได้สมรสกับธิดาคนงามของท่านดยุก
ตำนานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ บรรยายฉากการสังหารยักษ์แต่ละตนไว้ค่อนข้างโหดร้าย แต่เมื่อถูกนำมาเขียนเป็นนิทานสำหรับเด็ก รายละเอียดต่างๆ ถูกตัดทอนออกไป ส่วนภาพประกอบก็วาดใหม่ให้ดูน่ากลัวน้อยลง ยกตัวอย่างเช่นผลงานของฮิวจ์ ทอมสัน นักวาดภาพประกอบผู้โด่งดังในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เขาวาดฉากซึ่งตัวเอกไปเจอการทรมานของสตรีทั้งสามออกมาได้อย่างสวยงามชวนอ่านมากกว่าจะทำให้น่ากลัว
นักวิชาการบางส่วนสันนิษฐานว่าตำนานแจ็คเกิดขึ้นหลังชาวอังกฤษเริ่มเบื่อหน่ายตำนานกษัตริย์อาเธอร์และการผจญภัยของบรรดาอัศวินผู้มีเกียรติ จึงหันไปหาเรื่องเล่าของคนธรรมดาผู้สามารถทำสิ่งยิ่งใหญ่
นิทานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ในมุมหนึ่ง ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตขึ้นและการเผชิญกับปัญหา เด็กๆ อาจมีประสบการณ์ว่าผู้ใหญ่เป็นเหมือนยักษ์ที่น่ากลัว แต่เรื่องราวของแจ็คสอนพวกเขาว่าอย่าได้กลัวใครแค่เพราะขนาดตัว พวกเขาสามารถเอาชนะยักษ์ด้วยปัญญาและจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย (และในบางครั้งคนตัวโตกว่า ก็ไม่ได้ฉลาดกว่าเสมอไป)
อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจสงสัยว่า แล้วเรื่องราวของแจ็คปีนต้นถั่วมีที่มาจากไหน อันที่จริงนิทานเรื่อง “แจ็คกับต้นถั่ววิเศษ” เป็นหนึ่งในซีรีส์นิทานที่หยิบเอาคาแรกเตอร์ความเป็นแจ็คมาขยายความต่อจนเกิดเป็นเรื่องเล่ามากมาย โดยทั่วไปแล้วนิทานอังกฤษที่มีตัวเอกชื่อแจ็คมักมีบุคลิกคล้ายกันคือเป็นเด็กหนุ่มที่ดูภายนอกเหมือนเกียจคร้าน แต่กลับมีไหวพริบสามารถวางกลอุบายอย่างแยบยลและประสบผลสำเร็จยิ่งใหญ่ แจ็คเป็นตัวเอกแนวหัวขบถต่างจากฮีโร่อัศวินที่มักมีคุณธรรมกล้าหาญ
นิทานที่มีตัวเอกชื่อแจ็ค ถูกเรียกรวมๆ กันว่าเป็น “Jack tales” ซึ่งประกอบไปด้วยนิทานดังต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น "Jack and the Beanstalk", "Jack Frost", "Jack the Giant Killer", "Little Jack Horner" และ "This Is the House That Jack Built" ต่อมานิทานแนวนี้ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาผ่านการอพยพของชาวอังกฤษเข้าไปตั้งถิ่นฐานในโลกใหม่
แต่ทุกท่านคิดอย่างไรกับนิทานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ เมื่อพูดถึงนิทานเรื่องนี้ หลายท่านมักนึกถึงต้นถั่วก่อนหรือเปล่า แวะมาพูดคุยกันได้ในกล่องข้อความ
References:
History of Jack and the Giants, https://surlalunefairytales.com/book.php?id=103&tale=3760
Jack the Giant Killer https://sacred-texts.com/neu/eng/eft/eft20.htm
Jack the Giant Killer', 1898 illustrated by Hugh Thomson. https://www.facebook.com/photo/?fbid=1456695075268360&set=a.959781478293058
JACK THE GIANT KILLER https://ufdc.ufl.edu/UF00085589/00001/images
Introduction to Jack Tales https://www.folkstreams.net/.../introduction-to-jack-tales
Jack Tales and other Magic Tales https://guides.loc.gov/folktales.../jack-tales-magic-tales


https://www.facebook.com/photo/?fbid=1103864141105930&set=a.196274125198274


#นํ้าท่วมภาคใต้ รัฐบาลช่วยเหลือล่าช้าหรือไม่ ? รองนายกภูมิธรรมตอบ : ช่วยเหลือรวดเร็ว เรื่องล่าข้าเป็นกระแสปั่นใน social media ไม่รู้จริง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ แต่ความจริงในพื้นที่คือ


Voranai Vanijaka
@voranai

ฟังข่าวข้นคนข่าวเรื่อง #นํ้าท่วมภาคใต้ รัฐบาลช่วยเหลือล่าช้าหรือไม่ ? 

รองนายกภูมิธรรมตอบ : ช่วยเหลือรวดเร็ว เรื่องล่าข้าเป็นกระแสปั่นใน social media ไม่รู้จริง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ 

แต่ความจริงในพื้นที่คือ : ยกตัวอย่างชุมชนหน้าถ้า ยะลา นํ้าท่วมวันที่26 ชาวบ้านแจ้งวันที่27 ช่วยเหลือคํ่าวันที่29 = ล่าช้า 

ภาพโดยรวม : ชาวบ้านโทรแจ้ง เจ้าหน้าที่รับเรื่อง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาวบ้านแจ้งจิตอาสา จิตอาสาโทรให้ เจ้าหน้าที่บอกแจ้งไปศูนย์บัญชาการจังหวัดแล้ว ไปที่ศูนย์ บอกว่าแจ้งไปที่อำเภอแล้ว ไปที่อำเภอ บอกว่าแจ้งไปที่เทศบาลแล้ว ไปที่เทศบาล บอกว่ามีแต่การแจ้ง แต่ไม่มีงบ ไม่มีอุปกรณ์ ย้อนกลับไปที่หน่วยงานราชการและหน่วยงานทหาร ทั้งคู่ตอบว่า หน่วยงานก็ท่วมเหมือนกัน เอาตัวไม่รอด ชาวบ้านช่วยตัวเองไปก่อน 

จิตอาสาสรุป : ภาครัฐทำงานรูทีน ไม่มีการประสานระหว่างสามจังหวัด ไม่มีหน่วยเคลื่อนที่ ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ คนใหญ่คนโตกับ celebs ก็ลงไปทำแต่ contents 

สรุปเอง : โครงสร้างอีกแล้ว
.....


Voranai Vanijaka @voranai

เรื่อง #นํ้าท่วมภาคใต้ นายกจะลงพื้นที่หรือไม่ ลงช้าหรือลงเร็ว มันก็ไม่ทำให้นํ้าลดลง 

แต่ก็โดนโจมตีว่า ไปขอปปิ้ง ไปสวนสัตว์ ไปสวนดอกไม้ ยามประชาชนเดือนร้อน ลำดับความสำคัญไม่ถูกระหว่างครม.สัญจรซึ่งเป็นงานPR กับภัยพิบัติซึ่งเป็นงานฉุกเฉิน

เหตุผลคือ ตำแหน่งนายกแบกความรับผิดขอบทั้งประเทศ ยามวิกฤตผู้นำคือที่พึ่งและกำลังใจ บทบาทนี้นายกสวมได้ดีมากเมื่อเหตุไฟไหม้รถบัสนักเรียน จะพูดตรงๆก็เป็นบทบาทเดียวที่นายกทำได้ดี หลักฐานคือ เป็นครั้งเดียวที่ทั้งแบกทั้งดัอมชม แต่นายกก็สละความรับผิดชอบอันนี้เพื่องานรูทีน 

สำคัญอีกเรื่องคือการทำงานล่าช้าของหน่วยงานราชการ (ตามทีโพสต์ไว้เมื่อตอนเช้า) หากนายกอยู่ในพื้นที่ก็สามารถใช้ศักยภาพความเป็นผู้นำสร้างความกดดัน / ปลุกความกระตือรือร้น / ปลดล็อกอุปสรรค แต่เสียดายเพราะวัฒนธรรมการบริหารของประเทศเราคือ สั่งงานแล้วจบ งานเดิน งานดี งานdone คนละเรื่องกัน 

ท้ายสุดคือตรรกะของquoteในรูป ซึ่งทำไห้เราตระหนักได้ว่า… เหตุเป็นแบบนี้… ผลถึงได้ตามนี้…

@ORed_Devils151
·6h

ต่อให้มาแล้ว มันจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆมันสามารถสร้างขวัญกำลังใจ ให้กับผู้ประสบภัยได้ โดยเฉพาะ 3 จังหวัด ที่เค้ารู้สึกว่าตัวเองห่างเหินจากคนส่วนใหญ่ ถ้านายกมา มันก็จะทำให้เค้ารู้สึกว่า นายกยังใส่ใจพวกเค้าอยู่ อันนี้พูดในฐานะคนใรท้องที่นะ
.....

Bank Go On
6h ·
เกาะสะท้อน ตากใบ นราธิวาส
น้ำสูง 3 เมตร ประชาชนขึ้นมานอนบนถนน ไม่มีอาหารน้ำเข้าถึงเลยครับ ในพื้นที่สถานการณ์ยังเสี่ยงต่อการเข้าไปครับ
ประสานทีมงานพยายามเข้าพื้นที่พรุ่งนี้ต่อครับ ทีมกู้ภัยในพื้นที่ต้องระดมเงินสั่งเข้าให้ชาวบ้านด่วนๆครับ

Bank Go On
4h ·
คืนนี้ทีมกู้ภัยนอกจากเข้าพื้นที่อพยพคน ยังรวบรวมเงินกันเองจัดซื้ออาหารและน้ำดื่มเพื่อแจกชาวบ้านมากกว่ากว่า 800 ชีวิต ในพื้นที่ เกาะสะท้อน ด่วนครับ
คืนนี้จากการแจ้งขอให้น้องๆทีมงานพักก่อน น้องๆแจ้งกลับมาว่า ขอแจกอาหารให้ชาวบ้านก่อน ทีมงานค่อยกินกันทีหลัง คืนนี้น่าจะแจกกันทั้งคืนครับ
.....

.....


Khaosod English
15h ·

BREAKING: A landslide occurred in Betong Town, Yala province, on Sunday, damaging a road and seven cars. There's no report of death or injury as of press time Sunday, however. The incident occurred after days of rain and flood.
#Thailand #Yala #Betong #flood
.....




ดราม่าเรื่อง ‘ผัวคนใต้’ มันเกี่ยวอะไรกับน้ำท่วมหนักภาคใต้หรือ?


ดราม่าสามีใต้! ทำไมนายกฯยังไม่ลงใต้ดูน้ำท่วม? : Suthichai live 1-12-2567

Streamed live 7 hours ago

https://www.youtube.com/watch?v=83d6OwDhQEI





ศพคนเสื้อแดงยังเหยียบข้ามได้ นับประสาอะไรกับแค่คนภาคเดียวกับผัว
ความเห็นหนึ่งในเน็ต


ประมวลภาพสถานการณ์น้ำท่วม ต.ตุยง อ.หนองจิก ขณะนี้ยังขาดแคลนอาหารอย่างมาก - The Reporters


The Reporters
14h ·

FLOOD: ประมวลภาพสถานการณ์น้ำท่วม ต.ตุยง อ.หนองจิก ขณะนี้ยังขาดแคลนอาหารอย่างมาก
วันนี้ (1 ธ.ค.67) สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปัตตานี ขณะนี้ยังคงมีปริมาณน้ำที่ยังคงสูงขึ้น ถนนสายหนองจิก-ปัตตานี รถวิ่งได้บางส่วน ทำให้ชาวบ้านลุยน้ำมาขอบริจาคอาหาร โดยพบว่าในหมู่บ้านยังมีบางพื้นที่ปริมาณน้ำยังขึ้นสูง ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารอีกมาก เช่น น้ำเปล่า ปลากระป๋อง และอาหารแห้งต่างๆ
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #น้ำท่วมภาคใต้

https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/933914692263900


"เรามีเสรีภาพ ในการเป็นทาสหรือไม่?" ถาม Chat GPT


BANKSY ART GALLERY ·
.....
Or in another words:
There’s none so blind as those with eyes, yet refuse to see
.....

สุรชัย ติ๊บสุยะ
10h ·

ถาม Chat GPT มาละว่า
"เรามีเสรีภาพ ในการเป็นทาสหรือไม่?"
Chat GPT
:
"คำถามนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นเชิงปรัชญาและสังคมที่ซับซ้อน โดยสามารถตีความได้หลายมิติ ขึ้นอยู่กับมุมมอง ดังนี้:
1. ความหมายของ "เสรีภาพ" และ "การเป็นทาส"
เสรีภาพ คือความสามารถในการเลือกหรือกระทำบางสิ่งโดยปราศจากการบังคับหรือการจำกัดจากภายนอก
การเป็นทาส หมายถึงสภาพที่บุคคลสูญเสียสิทธิ์ในการตัดสินใจและต้องอยู่ภายใต้อำนาจของผู้อื่น เช่น การเป็นเจ้าของหรือการควบคุมชีวิต

2. เสรีภาพในการ "เลือกเป็นทาส"
ในทางปรัชญา บางคนอาจมองว่า หากบุคคลมีเสรีภาพอย่างแท้จริง พวกเขาควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกอะไรก็ได้ แม้แต่การเลือก "เป็นทาส" อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงอย่างมาก:
การเลือกเป็นทาสอาจขัดกับแนวคิดเสรีภาพในตัวเอง เพราะการเป็นทาสหมายถึงการยอมสละสิทธิ์ทั้งหมดของตน
หากบุคคลอยู่ในสภาพที่ถูกบังคับให้เลือกเช่นนั้น (เช่น ความยากจนหรือความสิ้นหวัง) การเลือกนี้อาจไม่ได้เกิดจาก "เสรีภาพ" อย่างแท้จริง

3. มิติทางจริยธรรมและกฎหมาย
ในโลกสมัยใหม่ การเป็นทาสในความหมายดั้งเดิม (การถูกบังคับให้ทำงานหรือถูกควบคุมโดยสมบูรณ์) เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
แม้แต่การยินยอม "เลือกเป็นทาส" ก็มักถูกปฏิเสธในเชิงจริยธรรมและกฎหมาย เพราะถือว่าขัดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

4. เสรีภาพในรูปแบบอื่นที่ใกล้เคียง "การเป็นทาส"
ในโลกสมัยใหม่ การ "เป็นทาส" ไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบชัดเจน แต่มีลักษณะที่คล้ายคลึง เช่น:
การทำงานหนักเกินไป: บางคนรู้สึกเหมือนเป็นทาสของระบบเศรษฐกิจ การทำงาน หรือสังคม
การติดพันธนาการทางจิตใจ: เช่น การยึดติดกับอำนาจ ความรัก หรือทรัพย์สิน

5. ความขัดแย้งในตัวคำถาม
คำว่า "เสรีภาพ" และ "การเป็นทาส" มีลักษณะตรงข้ามกัน หากบุคคลเลือกที่จะเป็นทาส คำถามคือ พวกเขามีเสรีภาพในการตัดสินใจเช่นนั้นจริงหรือไม่? และเมื่อเลือกแล้ว ความเป็นทาสนั้นยกเลิกเสรีภาพในอนาคตหรือไม่?

6. บทสรุป
ในมุมมองที่สมเหตุสมผล:
การเลือกเป็นทาสในสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับไม่ใช่เสรีภาพที่แท้จริง
เสรีภาพควรนำไปสู่การสร้างชีวิตที่เคารพศักดิ์ศรีตนเองและผู้อื่น ไม่ใช่การละเมิดสิทธิของตัวเองหรือกลายเป็นทาสของใครหรือสิ่งใด"

#สลิ่มวงแตก ซัดกันนัว ระหว่าง สายแบกTopnews กับสายบอยคอตต์Topnews



Nithiwat Wannasiri
3h ·

#สลิ่มวงแตก เมื่อทักษิณซื้อTopnews จากราชสำนักสายโปรอเมริกา
สงครามมวลมหาสลิ่มลูกทาสฝุ่นใต้ตีนกำลังเดือดแบ่งแยกสลิ่มลูกทาสฝุ่นใต้ตีนมออกเป็น2ฝั่ง ระดมพลตีกันเองยับๆ ไม่มีวันรวมกันได้อีก
สลิ่มแบกTopnews(โปรอเมริกา) กับ สลิ่มบอยคอตต์Topnews(โปรจีน-รัสเซีย)
สลิ่มสายแบกTopnews ออกมาปกป้องจักรภพและรัฐบาลเพื่อไทย(เพื่อให้ฝ่ายความมั่นคงกลุ่มเดิมมีโอกาสอยู่ในอำนาจรัฐต่อเพื่อปกป้องสถาบัน) แต่กลับโดนสลิ่มปีกสนธิลิ้มด่าเป็น " #สลิ่มหางแดง "ขี้ข้ารับใช้ทักษิณ"
ส่วนสลิ่มสายASTVบอยคอตต์Topnews โดนด่า" #สลิ่มโฮมเลส" ไม่ทำห่าอะไรเพื่อปกป้องสถาบันแต่กลับมานั่งด่านั่งใส่ร้ายสลิ่มด่วยกันเองที่คิดต่างไปวันๆ
สลิ่มลูกทาสทั้ง2กลุ่มคอยพิพากษาชี้หน้าด่าสลิ่มด้วยกันอีกฝั่งว่าเป็นส้มบ้างเป็นแดงบ้าง
สลิ่ม2ฝั่งกลายเป็นตาสว่างกับสลิ่มด้วยกันเองแล้วว่าเงินและอำนาจสามารถซื้ออุดมการและความจงรักภักดีสถาบันได้
ตามอ่านสลิ่มมันซัดกัน มันส์หยดติ๋งๆ

https://www.facebook.com/nithiwat.wannasiri/posts/8706666152752344


ร่าง พ.ร.บ.สมาคมและมูลนิธิที่มหาดไทยเสนอ กำลังคุกคามภาคประชาสังคม และ สื่อของเมียนมามี่ลี้ภัย Human Rights Myanmar ขอเรียกร้องให้ทางการไทยถอนร่างกฎหมายที่เสนอออก แต่หากยังมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป เรามีข้อเสนอแนะให้ดังต่อไปนี้


iLaw
9h ·

สถานการณ์การรัฐประหารและความไม่สงบในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัย กลุ่มคนทำงานเพื่อประชาธิไตย สิทธิมนุษยชน สื่ออิสระ หรือภาคประชาสังคม ไม่สามารถอยู่อาศัยในประเทศตัวเองและทำงานเหล่านี้ได้จึงต้องอาศัยประเทศไทยเป็นสถานที่ปลอดภัยในการอยู่อาศัยและการทำงานเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ประเทศไทยก็ได้ปลอดภัยเสมอไป เพราะกฎหมายของประเทศไทยก็มีข้อจำกัดในการแสดงออก การรวมกลุ่มทำกิจกรรม และการเข้าเมือง
ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยกำลังจัดทำร่างพ.ร.บ.สมาคมและมูลนิธิ สร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้นสำหรับการจดทะเบียนสมาคมและมูลนิธิ รวมทั้งให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจสอบการรับทุน และสามารถเข้าค้นสำนักงานได้ โดยหลักแล้วกฎหมายนี้มุ่งควบคุมการจดทะเบียนขององค์กรไทยโดยคนไทย แต่องค์กร Human Rights Myanmar กังวลว่า กฎหมายนี้อาจทำให้ภาคประชาสังคมและสื่อของเมียนมาได้รับผลกระทบอย่างมาก จึงออกบทความส่งความเห็นต่อความพยายามออกกฎหมายของประเทศไทย ดังนี้ https://humanrightsmyanmar.org/?na=v&nk=3343-7746b8e76f&id=7
๐ จดทะเบียนหรือเตรียมค่าปรับ
ร่างกฎหมายกำหนดให้การจัดตั้งสมาคมหรือมูลนิธิ ต้องได้รับอนุญาตจากทางการ (มาตรา 6), องค์กรที่ไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา 6 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท (มาตรา 51), หากผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 51 คือถูกปรับไปแล้ว แต่ยังคงฝ่าฝืนตามบทบัญญัติดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับทางปกครองอีกวันละไม่เกิน 1,000 บาท จนกว่าจะได้เลิกใช้ (มาตรา 61)
ร่างกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมถึงกลุ่มเมียนมาทุกกลุ่ม รวมถึงองค์กรสื่อที่ไม่แสวงหากำไรที่กำลังลี้ภัยอยู่ด้วย
๐ ข้อกำหนดเรื่องสัญชาติ กีดกันชาวเมียนมา
องค์กรจากเมียนมามักดำเนินงานด้วยทรัพยากรจำกัด มีสมาชิกน้อย และไม่ค่อยได้รับการมีส่วนร่วมจากคนไทยเท่าใดนัก เนื่องจากการดำเนินการขององค์กรจะมุ่งเน้นไปที่การรณรงค์และการช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาเป็นหลัก การกำหนดให้คณะกรรมการของสมาคมหรือมูลนิธิต้องเป็นคนไทยจำนวนครึ่งหนึ่ง ทำให้องค์กรเหล่านี้เหมือนถูกตัดสิทธิไปโดยสิ้นเชิง
๐ การละเมิดความเป็นส่วนตัวและการปกปิดตัวตน (No anonymity or privacy)
ในกระบวนการลงทะเบียน กฎหมายกำหนดให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่สมาคมนั้น และประกาศการจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 14) และองค์กรจะต้องจัดให้มีป้ายชื่อติดไว้หน้าหรือสถานที่ซึ่งเห็นได้ชัดของสำนักงานใหญ่ และสำนักงาน (มาตรา 15)ให้นายทะเบียนและพนักงานมีอำนาจในการเข้าตรวจค้นสำนักงาน และตรวจสอบข้อมูลเอกสารต่าง ๆ (มาตรา 49)
การเผยแพร่ชื่อและการกำหนดให้มีป้ายชื่อที่สำนักงานจะทำให้สูญเสียสถานะปกปิดตัวตน ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องสมาชิกจากการคุกคามของกองทัพเมียนมา หากมีการเปิดเผยตัว เหล่าแกนนำและครอบครัวของพวกเขาอาจต้องเผชิญกับการคุกคาม การเฝ้าติดตาม หรือความรุนแรงทั้งในประเทศไทยและเมียนมา
๐ การเงินภายใต้ความเสี่ยง (Funding under threat)
ร่างกฎหมายของไทยกำหนดไว้ว่า ในกรณีที่สมาคมหรือมูลนิธิ ได้รับเงินบริจาคจากองค์กร หน่วยงาน หรือเอกชนต่างประเทศ ต้องรายงานให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน (มาตรา และเหล่ามูลนิธิ และสมาคมต่างๆ อาจจะไม่สามารถแบ่งปันรายได้แก่กันและกันได้ (มาตรา
องค์กรภาคประชาสังคมของเมียนมา (CSOs) และสื่อที่ลี้ภัยมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศเพื่อดำเนินงานต่อไป แต่ข้อจำกัดเหล่านี้จะเป็นการเพิ่มอุปสรรคทางธุรการที่ทำให้การทำงานร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นหรือการแจกจ่ายทรัพยากรทำได้ยากขึ้น
๐ อำนาจรัฐที่ไร้การถ่วงดุล (Unchecked government power)
ร่างกฎหมายนี้ให้อำนาจทางการไทยในการยุบเลิกมูลนิธิ หรือสมาคม ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนแน่นอน (มาตรา 30 ) นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแทนที่ได้ชั่วคราว (มาตรา 27) และมีอำนาจเพิกถอนมติของคณะกรรมการในที่ประชุมใหญ่ได้ (มาตรา 20)
ข้อกำหนดเหล่านี้เปิดทางให้ทางการไทยเข้าแทรกแซงหรือยุบองค์กรของเมียนมาโดยตรง ซึ่งจะยิ่งทำให้ความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้ลดลง อำนาจเต็มมือที่ไม่มีการตรวจสอบเช่นนี้จะสร้างความไม่มั่นคงและบั่นทอนการทำงานด้านการรณรงค์และมนุษยธรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
๐ กฎหมายคลุมเครือที่คุกคามแกนนำ
ร่างกฎหมายนี้วางหลักความผิดไว้อย่างกว้างและนิยามไม่ชัดเจน ทำให้ง่ายในการดำเนินคดีต่อแกนนำขององค์กร เช่น การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ “บุคคลอื่น” “ความสงบเรียบร้อย” หรือ “ศีลธรรมอันดีของประชาชน” แม้แต่กิจกรรมที่ปราศจากความรุนแรงก็ตาม เช่น การพูดหรือรณรงค์ส่งเสริมในประเด็นสาธารณะ หรือการวิพากษ์วิจารณ์กองทัพเมียนมา
๐ เจตนาที่แท้จริงของประเทศไทย ? (What is Thailand’s intention?)
ร่างกฎหมายของไทยที่เสนอขึ้นมีความคล้ายคลึงกับที่เห็นในรัสเซียและประเทศที่มีกฎเกณฑ์เข้มงวดอื่นๆ ที่มีความพยายามนำกฎหมายมาใช้ปราบปรามผู้เห็นต่าง โดยอ้างการกำกับดูแลความสงบเรียบร้อย แม้กฎหมายจะอ้างวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาด้านความมั่นคงหรือความโปร่งใสทางการเงิน แต่ลักษณะบทบัญญัติที่มีขอบเขตและความหมายกว้างของร่างกฎหมายฉบับนี้ ดูเหมือนจะเป็นการมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มอำนาจให้รัฐบาลในการควบคุมภาคประชาสังคมและจำกัดความพยายามในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะจากกลุ่มที่วิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอิทธิพล
การประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้จะเสี่ยงต่อการบ่อนทำลายชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะพื้นที่ปลอดภัยสำหรับบุคคลและองค์กรที่ลี้ภัยคุกคามจากรัฐบาลทหารพม่ามาตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 นอกจากนี้ยังสร้างความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับแนวโน้มการก้าวไปสู่ระบอบเผด็จการในภูมิภาคอีกด้วย
๐ ข้อเสนอแนะ (Recommendations )
Human Rights Myanmar ขอเรียกร้องให้ทางการไทยถอนร่างกฎหมายที่เสนอออก แต่หากยังมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป เรามีข้อเสนอแนะให้ดังต่อไปนี้
1.อนุญาตให้องค์กรที่ไม่ได้จดทะเบียนสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ต้องรับโทษ
2.นำบทบัญญัติที่คลุมเครือและบทลงโทษทางอาญาออกไป เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด
3.ยกเลิกข้อกำหนดเรื่องสัญชาติสำหรับสมาชิกและแกนนำองค์กร
4.ปกป้องการปกปิดตัวตน เมื่อจำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัย
5.ผ่อนปรนข้อจำกัดเกี่ยวกับการเงินจากต่างประเทศ

https://humanrightsmyanmar.org/?na=v&nk=3343-7746b8e76f&id=7


ศูนย์ทนายฯ ขอชวนประชาชนที่สนใจสถานการณ์คดี #มาตรา112 เข้าร่วมสังเกตการณ์และติดตามการพิจารณาคดีในศาลไปกับเรา ในสัปดาห์หน้ามีนัดตรวจพยานหลักฐานคดี #ม112 จำนวน 2 คดี นัดสืบพยานคดี #ม112 จำนวน 1 คดีและมีนัดฟังคำพิพากษาคดี #ม112 จำนวน 3 คดี


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
16h ·

นัดหมายคดีมาตรา 112 ประจำสัปดาห์ (2 ธ.ค. - 6 ธ.ค. 2567)
.
ขอชวนประชาชนที่สนใจสถานการณ์คดี #มาตรา112 เข้าร่วมสังเกตการณ์และติดตามการพิจารณาคดีในศาลไปกับเรา ในสัปดาห์หน้ามีนัดตรวจพยานหลักฐานคดี #ม112 จำนวน 2 คดี นัดสืบพยานคดี #ม112 จำนวน 1 คดีและมีนัดฟังคำพิพากษาคดี #ม112 จำนวน 3 คดี
.
.
ในสถานการณ์ที่มีจำนวนผู้ต้องขังทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น และสถานการณ์สิทธิการเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงอยู่ในความวิกฤตและน่าเป็นห่วง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ขอเชิญประชาชนทุกท่านร่วมเข้าสังเกตการณ์ และฟังคำพิพากษาในคดี #ม112 ที่ห้องพิจารณาคดีเพื่อยืนหยัดเจตจำนงค์ของเสรีภาพร่วมกับจำเลย โดยเดินทางไปศาลตามวันที่และเวลาที่ทุกท่านสะดวกในตารางนัดหมายประจำสัปดาห์ของเรา
.
.
ตารางนัดหมายทั้งหมด : (https://tlhr2014.com/archives/71405)


กระทรวงกลาโหมกับทัพเรือภาคที่ 3 ให้ข้อมูลตรงกันว่า ในเหตุการณ์ #เรือรบเมียนมา ยิงเรือประมงไทยนั้น เรือประมงไทยล้ำไปน่านน้ำฝั่งเมียนมาจริง คำถามสำคัญตรงนี้ คือ เมียนมาทำเกินกว่าเหตุหรือไม่


thaiarmedforce.com
10h ·

กระทรวงกลาโหมกับทัพเรือภาคที่ 3 ให้ข้อมูลตรงกันว่า ในเหตุการณ์ #เรือรบเมียนมา ยิงเรือประมงไทยนั้น เรือประมงไทยล้ำไปน่านน้ำฝั่งเมียนมาจริง โดยมีเรือประมงราว 15 ลำล้ำเข้าไปในน่านน้ำเมียนมาราว 4 - 5.7 ไมล์ทะเล ซึ่งถือว่าล้ำเข้าไปกือบ 10 กิโลเมตร
คือตอนนี้เรือประมงไทยที่ไม่ใช่ประมงพื้นบ้านจะถูกบังคับติดอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง ดังนั้นข้อมูลมันจะถูกบันทึกตลอดเวลาว่าเรือประมงอยู่ที่ไหน ซึ่งจากข้อมูลก็ค่อนข้างชัดว่า แม้น่านน้ำแถบนั้นจะยังไม่ใช่น่านน้ำที่มีการปักปันเขตแดนกันอย่างชัดเจน แต่ขนาดวัดจากเส้นเขตแดนของไทย เรือประมงไทยก็ยังล้ำแดนอยู่ดี
ดังนั้นเรื่องนี้เกิดในน่านน้ำเมียนมา และเมื่อเรือไทยล้ำแดน เมียนมามีสิทธิผลักดันหรือจับกุม อันนี้เป็นปกติ เพราะเวลามีเรือประมงต่างชาติล้ำแดนมาที่ไทยเราก็จับกุมเช่นกัน
--------------------
คำถามตรงนี้คงไม่ใช่ว่าเมียนมาละเมิดอธิปไตยของไทย เอาเรือรบมายิงเรือไทยในน่านน้ำไทย
แต่คำถามควรจะเป็นว่า เมียนมาทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
เพราะข้อมูลตอนนี้ชี้ไปในทางว่า เมียนมายิงใส่เรือประมงไทย บางข้อมูลบอกถึงขั้นว่ากราดยิงใส่ตัวเรือด้วยซ้ำ ทั้งที่จริง ๆ ควรจะเป็นแค่ยิงเตือนหรือยิงขู่ ที่สำคัญคือมีผู้เสียชีวิตและสูญหายด้วย ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงพอสมควร
ถ้าได้ตัวลูกเรือที่ถูกจับกลับมาแล้ว ควรทำการสอบสวนลูกเรือเพิ่มเติม ถ้าพบว่ามีการทำเกินกว่าเหตุจริง ไทยต้องมีการตอบโต้หรือประท้วงบ้าง เพราะโดยปกติมันไม่ควรจะถึงขั้นต้องยิงจนได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแบบนี้
--------------------
การตอบโต้ถ้าจะมีนั้น ก็ไม่ควรจะเป็นการตอบโต้ที่ทำให้เราเจ็บไปด้วยอย่างเช่นการปิดด่าน ซึ่งแม้ทางฝั่งเมียนมาจะลำบาก แต่ฝั่งไทยก็ลำบากไม่แพ้กัน
การตอบโต้อาจเป็นการประท้วงตามช่องทางปกติ และเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับเรือประมงไทยซึ่งเอาจริง ๆ ก็ชอบล้ำน่านน้ำประเทศอื่นไปจับปลาเป็นประจำอยู่แล้ว และถ้าเรือประมงหรือเรือของฝั่งเมียนมาล้ำเข้ามา ก็ควรจับกุมและลากกลับฝั่งอย่างเคร่งครัด แบบนี้ก็น่าจะถือว่าเพียงพอแล้ว
จังหวะที่เกิดเรื่องนี้เหมือนเป็นจังหวะนรก เพราะเกิดเรื่องพร้อม ๆ กับกรณีว้าแดงพอดี แม้จะคนละบริบทกันก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่กองทัพและรัฐบาลต้องดำเนินการให้ดี นอกจากจะต้องแสดงวุฒิภาวะของไทยแล้ว ยังต้องแสดงว่าไทยมีความเข้มแข็งและหนักแน่นเพียงพอในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครับ
.....

(https://x.com/migphonnx/status/1862897970208973275)






.....


Pipob Udomittipong
9h ·

เคยมีเหตุการณ์คล้ายกันเมื่อ ส.ค. 2563 ในทะเลจีนใต้ ใกล้กับรัฐกลันตัน จนท.เรือลาดตระเวนขายฝั่ง #มาเลเซีย กล่าวหาว่า เรือประมงสัญชาติ #เวียดนาม 2 ลำพร้อมลูกเรือ 20 คน ละเมิดน่านน้ำของตน หลังมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือน ปรากฏว่าเรือประมงกลับแล่นเข้าใส่เหมือนพุ่งชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อเรือลาดตระเวน
คนบนเรือประมงยังโยนจุดไฟ โยนขวดน้ำมันเชื้อเพลิง ยางรถยนต์ใส่เรือลาดตระเวน ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือ เป็นเหตุให้จนท. #มาเลเซีย ยิงปืนใส่เพื่อป้องกันตนเอง ตามกฎการใช้กำลัง rules of engagement ส่งผลให้ชาวประมงเวียดนามเสียชีวิตไปหนึ่งคน ที่เหลือถูกจับกุมเข้าฝั่ง เพื่อดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่า ทำประมง+เข้าเมืองผิดกม. ฯลฯ
ก่อนหน้านั้นทางการมาเลเซียก็ได้จับกุมเรือต่างชาติ 43 ลำที่ละเมิดน่านน้ำ และจับกุมชาวประมงเวียดนามเกือบ 500 คนเพื่อดำเนินคดี หลังจากนั้นก็มีข่าวตลอดว่าทางการมาเลเซียจับกุมเรือ/คนเวียดนามที่ทำประมงผิดกม.ในน่านน้ำของตนได้อย่างต่อเนื่อง
กรณี #เรือรบเมียนมา รบ.ไทยมีหน้าที่สอบสวนข้อมูลก่อนว่า ที่เขายิงจนมีคนไทยเสียชีวิต เป็น “warning shots” จริงหรือเปล่า ไม่ใช่ว่า #ภูมิธรรม มาสรุปเอาเองเลยว่า เป็นการยิงเตือน สอบสวนก่อนสิครับ ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลา
ที่สำคัญแม้เรือประมงไทยจะละเมิดน่านน้ำเมียนมาจริง บทลงโทษต่อพวกเขาก็ไม่ใช่การถูกยิงทิ้ง ถูกบังคับให้กระโดดลงน้ำเพื่อหนีตาย แต่เป็นการจับกุม ดำเนินคดี ไต่สวนตามกระบวนการยุติธรรม แบบที่มาเลเซียทำกับชาวประมงเวียดนาม
(https://www.benarnews.org/.../Vietnaese-sailor-killed...)



Amazing thailand Marathon Bangkok 2024 “พระราชินี” ทรงร่วมวิ่ง ทรงดีใจ เจอ “อนุทิน“นำทีม มหาดไทยรับเสด็จฯ ทรงวิ่งกลับมาหา มท.1 กราบพระบาท และทรงถ่ายภาพ ด้วย

https://www.facebook.com/watch/?v=8260044880766019

Wassana Nanuam
16h ·

เมื่อทรง เห็น ”อนุทิน-ทีมมหาดไทย“ นั่งรอรับเสด็จฯ
“พระราชินี” ทรงร่วมวิ่ง
กับ ”เอเลียด คิปโชเก้“นักวิ่งมาราธอน ใน กิจกรรม Amazing thailand Marathon Bangkok 2024
เสียง ทรงพระเจริญ กึกก้อง
ตลอดเส้นทางเสด็จฯ
ทรงดีใจ เจอ “อนุทิน“นำทีม มหาดไทยรับเสด็จฯ ทรงวิ่งกลับมาหา
มท.1 กราบพระบาท
และทรงถ่ายภาพ ด้วย
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงร่วมกิจกรรมวิ่ง ในการแข่งขัน วิ่ง Amazing thailand Marathon Bangkok 2024 ทรงร่วมวิ่ง ระยะทาง 10 กิโลเมตร บริเวณจุดปล่อยตัว ท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
.....


Andrew MacGregor Marshall @zenjournalist ·8h

Respect to Kenyan athlete Eliud Kipchoge who refused to crawl on the ground, unlike all the pathetic Thai officials around him.
.....