ครม.เงา พรรคประชาชน เปิดหลักฐานข้อพิรุธใหม่ ในโครงการ “TH-AI passport” ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมีการเตรียม TOR ก่อนที่จะมีการเปิดประมูล#ครมเงา #พรรคประชาชน #THAIPassport #บริษัทเอกชน #AI #TOR #งบประมาณ #กระทรวงดีอี #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews pic.twitter.com/BRDjjDjJiM
— Thai PBS News (@ThaiPBSNews) June 15, 2026
พบไฟล์งาน TH-AI Passport สร้างตั้งแต่เดือนตุลาคม ก่อนเริ่มเปิดประมูลในเดือนธันวาคม รักชนกจี้ระงับทันที พร้อมเตรียมหลักฐานยื่น ป.ป.ช.
— The Momentum (@themomentumco) June 15, 2026
วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ที่ประชุมพรรคประชาชนเปิดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI… pic.twitter.com/pFBhRMTUTS
ในขณะที่กลุ่มเห็บหมัดเหลือบไรพยายามขวางทุกทาง สส ไอซ์รักชนก งัดหลัดฐานโครงการเหม็นโฉ่ววว TH-AI Passport 1,600 ล้าน ที่สั่งวันนี้แต่ผู้รับเหมาทำเสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว! ป้าดดดดดดดดดดดดดด pic.twitter.com/fHqigdNPrR
— Rolenda (@loreneeliz) June 15, 2026
https://x.com/ThaiPBSNews/status/2066476059256902115
The Momentum
@themomentumco
พบไฟล์งาน TH-AI Passport สร้างตั้งแต่เดือนตุลาคม ก่อนเริ่มเปิดประมูลในเดือนธันวาคม รักชนกจี้ระงับทันที พร้อมเตรียมหลักฐานยื่น ป.ป.ช.
วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ที่ประชุมพรรคประชาชนเปิดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) วงเงิน 1,621 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารและไฟล์งานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการบางส่วนถูกจัดทำขึ้นก่อนกระบวนการเปิดประมูล พร้อมเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สั่งระงับโครงการทันที และตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด
ทั้งนี้ ในการประชุม ‘คณะรัฐมนตรีเงา’ ของพรรคประชาชน ทีมงานด้านดิจิทัลของพรรคได้นำเสนอไทม์ไลน์ของโครงการ โดยระบุว่า เอกสารที่นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 กำหนดให้เปิดลงทะเบียนภายใน 90 วัน และเริ่มให้บริการภายใน 120 วัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเผยแพร่ร่างขอบเขตของงาน (TOR) เพื่อรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 กรอบเวลาดังกล่าวถูกปรับให้เหลือเปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และเริ่มให้บริการภายใน 90 วัน รวมถึงมีรายละเอียดเรื่องการประชาสัมพันธ์ผ่านจอในร้านสะดวกซื้อเพิ่มเข้ามา ทั้งที่ไม่ปรากฏในเอกสารที่เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจก่อนหน้านั้น
พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายหลังการยุบสภาฯ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และทำให้ผู้ดำเนินโครงการต้องเตรียมระบบขนาดใหญ่ให้พร้อมภายในเวลาจำกัด จึงควรมีคำอธิบายว่าเหตุใดเงื่อนไขสำคัญของโครงการจึงถูกแก้ไขในช่วงที่รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ
รักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยเอกสารที่พรรคระบุว่า ได้รับมาจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ โดยอ้างว่า ไฟล์นำเสนอของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน TH-AI Passport ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ก่อนที่โครงการจะเปิดให้มีการแข่งขันเสนอราคาในช่วงปลายเดือนธันวาคม
นอกจากนี้ ในข้อมูลของไฟล์ปรากฏชื่อผู้จัดทำซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่กับบริษัทดังกล่าว รวมถึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบระบบในช่วงที่กระบวนการประมูลยังไม่สิ้นสุด จึงตั้งข้อสงสัยว่า ผู้เกี่ยวข้องบางส่วนอาจรับรู้รายละเอียดของโครงการหรือเริ่มดำเนินงานมาก่อนที่จะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการหรือไม่
“โครงการนี้เริ่มเปิดประมูลปลายเดือนธันวาคม แต่ไฟล์งานถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม จึงต้องอธิบายให้ได้ว่า บริษัทเริ่มเตรียมงานได้อย่างไร ทั้งที่ในเวลานั้นประชาชนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้น” รักชนกกล่าว
ทั้งนี้ พรรคประชาชนย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นข้อสังเกตที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดประกอบการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในช่วงใกล้กับกำหนดเปิดลงทะเบียนโครงการภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
รักชนกระบุด้วยว่า การยื่นคำร้องจะมุ่งตรวจสอบความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายเป็นหลัก มากกว่ามุ่งกล่าวโทษบริษัทเอกชน พร้อมเรียกร้องให้ไชยชนกใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีสั่งยุติโครงการ แทนการผลักภาระการชี้แจงไปยังปลัดกระทรวงหรือหน่วยงานผู้ดำเนินงาน
ด้าน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอว่า หากระงับโครงการ ควรนำงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทกลับมาใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ สนับสนุนผู้พัฒนาโมเดลภาษาและเทคโนโลยี AI ของไทย รวมถึงจัดทำคูปองดิจิทัลสำหรับ SMEs และสตาร์ทอัพ เพื่อใช้พัฒนาทักษะและประยุกต์ใช้ AI กับธุรกิจ
สำหรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ภาวุธเสนอให้รัฐบาลเจรจากับบริษัทหรือรัฐบาลต่างประเทศโดยตรง แทนการซื้อสิทธิผ่านตัวกลาง เพื่อให้ประเทศไทยได้รับทั้งสิทธิการใช้งาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความร่วมมือระยะยาว
นอกจากนี้ พรรคประชาชนเสนอให้ดีอีเปลี่ยนบทบาทจากผู้ดำเนินโครงการ AI ด้วยตนเอง มาเป็นหน่วยงานกำหนดมาตรฐาน ราคากลาง และกรอบการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมจัดให้โครงการด้าน AI ของรัฐผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและป้องกันการตั้งโครงการที่มีราคาสูงเกินความจำเป็น
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวสรุปว่า ข้อพิรุธที่พรรคนำเสนอมีทั้งเรื่องกรอบเวลาที่ถูกเร่งให้สั้นลง รายละเอียด TOR ที่ถูกเพิ่มหรือแก้ไข และไฟล์งานซึ่งอ้างว่าถูกสร้างก่อนการเปิดประมูล จึงเห็นว่านายกฯ มีหน้าที่ต้องสั่งระงับโครงการและตั้งกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ
ณัฐพงษ์เสนอให้ปฏิรูปการใช้เงินของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเปิดเผยหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการต่อสาธารณะ ถ่ายทอดสดการนำเสนอโครงการที่ขอรับเงินจำนวนมาก และเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมร่วมตรวจสอบ
ก่อนหน้านี้ ดีอียืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport เป็นไปตามขั้นตอน โดยเปิดประกาศเชิญชวนระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568-26 มกราคม 2569 มีเอกชนสนใจเสนอราคา 3 ราย ก่อนลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 และราคาที่ได้จากการประมูลต่ำกว่าราคากลางประมาณ 29 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนเห็นว่า คำชี้แจงเรื่องขั้นตอนการประมูลยังไม่ตอบข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงมีไฟล์และรายละเอียดการดำเนินงานบางส่วนเกิดขึ้นก่อนการเปิดให้แข่งขันอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมและนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป
3 ข้อพิรุธหลักที่พรรคประชาชนเปิดเผย
1. หลักฐาน Meta Data: เอกสารบริษัทเอกชนถูกสร้างก่อนเปิดประมูล
นางสาวรักชนก ศรีนอก ได้เปิดหลักฐานสำคัญที่เป็น Meta Data ของไฟล์นำเสนอโครงการ ซึ่งพบว่าเป็นไฟล์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (อักษรย่อ B)
ข้อพิรุธ: ไฟล์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 แต่กระบวนการเปิดประมูลหรือแข่งขันราคาจริง ๆ เพิ่งจะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 * คำถามจากพรรค: เหตุใดบริษัทเอกชนรายนี้ถึงรับรู้รายละเอียดโครงการ และเริ่มจัดทำระบบทดสอบล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ทั้งที่ในเวลานั้นประชาชนทั่วไปยังไม่ทราบว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
2. การปรับเปลี่ยนเงื่อนไข TOR อย่างมีนัยสำคัญช่วง "ยุบสภาฯ"
พรรคประชาชนได้กางไทม์ไลน์เปรียบเทียบเงื่อนไขในร่างขอบเขตของงาน (TOR) ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ:
เอกสารเดิม (10 พ.ย. 2568): กำหนดระยะเวลาให้เปิดลงทะเบียนภายใน 90 วัน และเริ่มให้บริการใน 120 วัน
เอกสารใหม่ (15 ธ.ค. 2568): ปรับกรอบเวลาให้กระชั้นชิดขึ้นมาก โดยเหลือเวลาเปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และเริ่มให้บริการใน 90 วัน
ข้อสังเกต: การเร่งรัดเวลาให้สั้นลงอย่างกะทันหันนี้ เกิดขึ้นหลังจากการประกาศยุบสภาฯ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพียงไม่กี่วัน ซึ่งเอื้อให้เฉพาะผู้ดำเนินโครงการที่แอบเตรียมระบบขนาดใหญ่ไว้ล่วงหน้าเท่านั้นที่จะทำได้ทัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเงื่อนไขการประชาสัมพันธ์ผ่านจอในร้านสะดวกซื้อเข้ามาในภายหลังอีกด้วย
3. ข้อเสนอเชิงนโยบาย: ซื้อบริการต่างชาติ vs ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไทย
นายธีระชาติ ก่อตระกูล และทีมดิจิทัลของพรรค ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท เนื่องจากโครงการนี้เป็นการนำงบประมาณไปซื้อสิทธิ์บริการ (License) ของระบบ AI จากต่างประเทศมาให้คนไทยใช้ ซึ่งเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจออกนอกประเทศ
ข้อเสนอ: พรรคประชาชนเรียกร้องให้นำงบประมาณก้อนนี้ไปปรับปรุงเพื่อลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) และสนับสนุนอุตสาหกรรมพัฒนา AI ของผู้ประกอบการไทยเองเพื่อความยั่งยืน
ท่าทีและการเคลื่อนไหวต่อไป
การยื่น ป.ป.ช.: พรรคประชาชนระบุว่ากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำเอกสาร โดยคาดว่าจะพร้อมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 (ซึ่งเป็นกำหนดการเดิมที่กระทรวงดีอีจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน)
ข้อเรียกร้องถึงฝ่ายบริหาร: พรรคได้กดดันโดยตรงไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สั่งระงับหรือเบรกโครงการนี้ไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส และเรียกร้องให้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ออกมาชี้แจงในฐานะผู้รับผิดชอบสายตรง ไม่ควรหลบอยู่หลังข้าราชการประจำหรือบริษัทเอกชน
ขณะที่ฝั่งรัฐบาล โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้ระบุในวันเดียวกันว่าจะยังไม่มีการชะลอโครงการเนื่องจากยืนยันว่ากระบวนการถูกต้อง แต่จะมีการนัดเจรจากับคู่สัญญาในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย. 2569) โดยอาจพิจารณาการจ่ายเงินตามยอดการใช้งานจริง (Pay-per-use) และพร้อมจะยกเลิกทันทีหากตรวจพบว่ามีจุดใดที่ผิดกฎหมาย