Israeli journalist Gideon Levy says the US-Iran announcement represents a personal defeat for Prime Minister Benjamin Netanyahu and his ambitions against Iran and Lebanon. His relationship with US President Donald Trump could also be at risk if Israel jeapordises the deal. pic.twitter.com/x0dt9XMbNR
— Al Jazeera English (@AJEnglish) June 15, 2026
.....
บทวิเคราะห์ของ กิเดียน เลวี (Gideon Levy) สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือ (MOU) เพื่อยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเมืองและยุทธศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างรุนแรง
การประกาศข้อตกลงในครั้งนี้กลายเป็นความพ่ายแพ้ส่วนตัวและสร้างแรงกดดันต่อผู้นำอิสราเอลด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
1. ความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ต่อต้านอิหร่าน
เนทันยาฮูใช้เวลาเกือบตลอดชีวิตทางการเมืองในการผลักดันนโยบายเผชิญหน้าและใช้กำลังทหารเพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์รวมถึงอิทธิพลของอิหร่าน โดยหวังพึ่งพากำลังหลักจากสหรัฐฯ แต่การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกที่จะหันไปใช้แนวทางทูตและลงนามข้อตกลงหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน ถือเป็นการปิดฉากแผนการดึงสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามใหญ่เพื่อล้มล้างระบอบการปกครองของอิหร่านตามที่เนทันยาฮูเคยคาดหวังไว้
2. แรงกดดันในแนวรบเลบานอน
แม้ว่าคนกลางอย่างปากีสถานและฝั่งอิหร่านจะระบุว่า ข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน (กลุ่มฮิซบอลเลาะห์) แต่เนทันยาฮูและกองทัพอิสราเอลยังคงยืนยันที่จะตรึงกำลังใน "เขตกันชน" และโจมตีต่อไป อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าสงครามฝ่ายเดียวของอิสราเอลในขณะที่สหรัฐฯ กำลังต้องการลดความตึงเครียดเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงาน จะทำให้อิสราเอลตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวทางการทูตมากขึ้น
3. ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนกับ โดนัลด์ ทรัมป์
อิสราเอลในปัจจุบันต้องพึ่งพาการสนับสนุนด้านอาวุธ งบประมาณ และการทูตจากสหรัฐฯ ในระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทรัมป์ต้องการผลงานทางการทูตชิ้นโบแดงนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ทรัมป์ถึงขั้นออกมาระบุต่อสาธารณะว่าเนทันยาฮูเป็น "คนที่รับมือยากมาก" (very difficult guy) และควรรู้สึกขอบคุณสหรัฐฯ
หากเนทันยาฮูหรือรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดในรัฐบาลอิสราเอลพยายามขัดขวางหรือทำลายข้อตกลงที่ทรัมป์เป็นผู้ผลักดัน ก็เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้ความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับทำเนียบขาวต้องรอยร้าวอย่างรุนแรง
ในเวลานี้ เนทันยาฮูกำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Deadlock) ทั้งจากแรงกดดันภายนอกที่ไม่อาจปฏิเสธคำสั่งของสหรัฐฯ ได้ และแรงกดดันภายในประเทศจากทั้งฝ่ายค้านและประชาชนที่มองว่าข้อตกลงนี้คือความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ของตัวเขา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในช่วงปลายปีนี้