วันอังคาร, มิถุนายน 16, 2569

บทวิเคราะห์ของ กิเดียน เลวี (Gideon Levy) สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือ (MOU) เพื่อยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเมืองและยุทธศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างแรง






https://x.com/AJEnglish/status/2066480114615943569
.....

บทวิเคราะห์ของ กิเดียน เลวี (Gideon Levy) สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือ (MOU) เพื่อยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเมืองและยุทธศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างรุนแรง

การประกาศข้อตกลงในครั้งนี้กลายเป็นความพ่ายแพ้ส่วนตัวและสร้างแรงกดดันต่อผู้นำอิสราเอลด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

1. ความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ต่อต้านอิหร่าน

เนทันยาฮูใช้เวลาเกือบตลอดชีวิตทางการเมืองในการผลักดันนโยบายเผชิญหน้าและใช้กำลังทหารเพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์รวมถึงอิทธิพลของอิหร่าน โดยหวังพึ่งพากำลังหลักจากสหรัฐฯ แต่การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกที่จะหันไปใช้แนวทางทูตและลงนามข้อตกลงหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน ถือเป็นการปิดฉากแผนการดึงสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามใหญ่เพื่อล้มล้างระบอบการปกครองของอิหร่านตามที่เนทันยาฮูเคยคาดหวังไว้

2. แรงกดดันในแนวรบเลบานอน

แม้ว่าคนกลางอย่างปากีสถานและฝั่งอิหร่านจะระบุว่า ข้อตกลงนี้ครอบคลุมถึงการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน (กลุ่มฮิซบอลเลาะห์) แต่เนทันยาฮูและกองทัพอิสราเอลยังคงยืนยันที่จะตรึงกำลังใน "เขตกันชน" และโจมตีต่อไป อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าสงครามฝ่ายเดียวของอิสราเอลในขณะที่สหรัฐฯ กำลังต้องการลดความตึงเครียดเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงาน จะทำให้อิสราเอลตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวทางการทูตมากขึ้น

3. ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนกับ โดนัลด์ ทรัมป์

อิสราเอลในปัจจุบันต้องพึ่งพาการสนับสนุนด้านอาวุธ งบประมาณ และการทูตจากสหรัฐฯ ในระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทรัมป์ต้องการผลงานทางการทูตชิ้นโบแดงนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ ทรัมป์ถึงขั้นออกมาระบุต่อสาธารณะว่าเนทันยาฮูเป็น "คนที่รับมือยากมาก" (very difficult guy) และควรรู้สึกขอบคุณสหรัฐฯ

หากเนทันยาฮูหรือรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดในรัฐบาลอิสราเอลพยายามขัดขวางหรือทำลายข้อตกลงที่ทรัมป์เป็นผู้ผลักดัน ก็เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้ความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับทำเนียบขาวต้องรอยร้าวอย่างรุนแรง

ในเวลานี้ เนทันยาฮูกำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Deadlock) ทั้งจากแรงกดดันภายนอกที่ไม่อาจปฏิเสธคำสั่งของสหรัฐฯ ได้ และแรงกดดันภายในประเทศจากทั้งฝ่ายค้านและประชาชนที่มองว่าข้อตกลงนี้คือความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ของตัวเขา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในช่วงปลายปีนี้