Every American should be outraged by what Trump has done to our nation's 250th birthday celebration. What should have been a once-in-a-generation moment to unite the country has been turned into another vehicle for division, propaganda, and political gain.
— Rep. Jared Huffman (@RepHuffman) July 2, 2026
We uncovered how he… pic.twitter.com/sSQrbMBCXx
https://x.com/RepHuffman/status/2072715643774713931
2 ก.ค.
ชาวอเมริกันทุกคนควรเดือดดาลกับสิ่งที่ทรัมป์ทำต่อการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของชาติเรา เหตุการณ์ที่ควรจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในรอบชั่วอายุคนเพื่อสร้างความสามัคคีให้แก่ประเทศ กลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยก การโฆษณาชวนเชื่อ และการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง
เราได้เปิดโปงเบื้องหลังว่าเขาฉกฉวยโครงการ "America 250" ไปเป็นของตนเองได้อย่างไร เชิญรับชมเพื่อดูรายละเอียด
ส.ส. Jared Huffman
@RepHuffman
.....
ทวีตของ ส.ส. Jared Huffman (จากพรรคเดโมแครต รัฐแคลิฟอร์เนีย) อ้างอิงถึงรายงานผลการสอบสวนความยาว 55 หน้าที่เพิ่งเปิดเผยโดยคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติแห่งสภาผู้แทนราษฎร (House Natural Resources Committee) ภายใต้ชื่อรายงานสุดดุเดือดว่า “From Vanity to Insanity: How the White House Cheated the American People Out of Their 250th Birthday” (จากความทะนงตนสู่ความคุ้มคลั่ง: ทำไมทำเนียบขาวถึงโกงงานวันเกิดปีที่ 250 ของประชาชนคนอเมริกัน)
เนื้อหาหลักของรายงานชุดนี้เป็นการกล่าวหาว่า รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าแทรกแซงและแย่งชิง (Hijack) เมกะโปรเจกต์เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา (Semiquincentennial) หรือที่เรียกกันว่า America250 ซึ่งเดิมทีถูกออกแบบมาให้เป็นงานที่รวมใจคนทั้งชาติแบบไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ให้กลายเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ส่วนตัวและประเด็นทางการเมือง
สรุปประเด็นอื้อฉาวจากรายงานสอบสวน
การตั้งองค์กรเงา (Freedom 250): รายงานระบุว่า เมื่อคณะกรรมการจัดงานชุดเดิม (America250) ที่ตั้งโดยสภาคองเกรสปฏิเสธที่จะทำตามความต้องการของทำเนียบขาว รัฐบาลจึงตั้งองค์กรเอกชนรายใหม่ขึ้นมาซ้อนในชื่อ Freedom 250 เพื่อดึงอำนาจและงบประมาณไปบริหารเอง
ข้อหาฉ้อโกงเงินบริจาค (Potential Wire Fraud): มีการกล่าวหาว่า ผู้ระดมทุนได้หลอกลวงบริษัทและผู้บริจาครายใหญ่ที่ตั้งใจจะสนับสนุนเงินให้งานส่วนกลาง โดยแอบส่งเลขบัญชีธนาคารของกลุ่ม Freedom 250 ให้แทน ทำให้เงินบริจาคหลายล้านดอลลาร์ไหลเข้าบัญชีกลุ่มที่เป็นเครือข่ายทางการเมืองโดยตรง
การใช้นโยบายแบบชาตินิยมและกลุ่มศาสนา: ฝ่ายเดโมแครตวิจารณ์ว่า ทรัมป์นำงบประมาณหลวงไปจัดอีเวนต์และขบวนรถนิทรรศการ (Freedom Trucks) ที่สอดแทรกแนวคิดแบบคริสเตียนชาตินิยม (Christian Nationalism) และมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ เช่น การใช้ AI สร้างภาพจอร์จ วอชิงตัน เพื่อพูดข้อความที่ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าเคยพูดจริง รวมถึงการเซ็นเซอร์นิทรรศการประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับระบบทาสและชนพื้นเมืองอเมริกัน
การโยกย้ายงบประมาณหลวง: รายงานระบุว่า รัฐบาลสั่งกักและโยกงบประมาณที่สภาคองเกรสอนุมัติสำหรับงานนี้จำนวน 150 ล้านดอลลาร์ โดยหักเงินที่จะให้คณะกรรมการชุดเดิม แล้วแบ่งเงินราว 100 ล้านดอลลาร์ไปให้กลุ่มเครือข่ายจัดการจัดอีเวนต์เชิงพาณิชย์และโครงการส่วนตัวแทน
เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องและทุนต่างชาติ: มีการกล่าวหาว่ามีการแจกสัญญาจ้างแบบไม่มีการประมูล (No-bid contracts) ให้กับคนใกล้ชิด มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของประชาชนที่มาร่วมงาน และมีการขายโอกาสในการเข้าพบประธานาธิบดีให้กับกลุ่มทุนพลังงานและผู้ผลิตอาวุธ รวมถึงการระดมทุนจากต่างชาติที่งานประชุม Davos
การโต้กลับจากฝั่งรัฐบาล
ในขณะที่ ส.ส. ฝ่ายเดโมแครตออกมาโจมตีอย่างหนักหน่วง ทางตัวแทนของ Freedom 250 และทำเนียบขาวได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการฉ้อโกงอย่างสิ้นเชิง
ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลโต้แย้งว่า รูปแบบงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บริเวณลาน National Mall ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทั้งการแสดงแสงสีเสียง การบินโชว์ของกองทัพ และมหกรรมนิทรรศการต่างๆ นั้น ทำขึ้นเพื่อกระตุ้นความรักชาติและความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์อเมริกาในฐานะมหาอำนาจอย่างสมเกียรติ ไม่ใช่เรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ตามที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหา
ภาพรวม: การเปิดโปงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศก่อนวันชาติอเมริกา (4 กรกฎาคม) เพียงไม่กี่วัน สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ฝังลึก แม้กระทั่งในประเด็นการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ร่วมกันของคนในชาติ