วันอาทิตย์, กรกฎาคม 05, 2569

สหรัฐอเมริกา: การปรากฏตัวของฝ่ายซ้ายที่ราดิกัลกว่าเดิม (นสพ. เลอมงด์ ๓ ก.ค. ๒๐๒๖) (หากเปรียบเทียบกระแสนี้กับกระแสฝ่ายซ้ายในยุโรป ยังห่างไกลหลายประเด็น)



Kasian Tejapira
16 hours ago
·
สหรัฐอเมริกา: การปรากฏตัวของฝ่ายซ้ายที่ราดิกัลกว่าเดิม
(นสพ. เลอมงด์ ๓ ก.ค. ๒๐๒๖)

%%%%%%

-การเลือกตั้งขั้นต้น (primaries) เพื่อหาตัวผู้สมัครของพรรคเดโมแครตที่จะลงแข่งขันในการเลือกตั้งสภาคองเกรสกลางเทอม (เดือน พ.ย. ศกนี้) ได้ปรากฏคนรุ่นใหม่ที่เป็นชาวอเมริกันฝ่ายซ้ายเข้าร่วมด้วย

-ผู้สมัครซ้ายรุ่นใหม่ของพรรคเดโมแครตเหล่านี้รณรงค์หาเสียงในประเด็นการให้บริการรักษาพยาบาลถ้วนหน้า การสร้างอุตสาหกรรมขึ้นมาใหม่ ค่าครองชีพที่รับไหว รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลด้วย

-กล่าวได้ว่าพวกเขาดำเนินรอยตามโซห์ราน มัมดานี ผู้ประกาศตัวเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตยและชนะเลือกตั้งในตำแหน่งนายกเทศมนตรีมหา นครนิวยอร์กเมื่อเดือนมกราคมศกนี้ ซึ่งส่งผลกำหนดแนวทางการสื่อสารทางการเมืองอเมริกันแบบใหม่ขึ้นมา

-ในสภาพที่ยังไม่มีชาวพรรคเดโมแครตคนใดประกาศลงสมัครประธานาธิบดีรอบหน้าในปี ๒๐๒๘ การต่อสู้ทางอุดมการณ์และยุทธศาสตร์ภายในพรรคเดโมแครตจึงเข้มข้นยิ่ง

-สมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนเรียกร้องให้เดินแนวทางที่เป็นแบบเดิมยิ่งกว่า (ไม่ซ้ายราดิกัลมาก) ซึ่งน่าจะจูงใจโหวตเตอร์ได้กว้างไกลกว่าเฉพาะค่ายพรรคเดโมแครต
.....

เปรียบเทียบกับกระแสฝ่ายซ้ายในยุโรป

เมื่อนำกระแส “ฝ่ายซ้ายที่ราดิกัลยิ่งกว่าเดิม” ในสหรัฐฯ ไปเปรียบเทียบกับ “ฝ่ายซ้ายในยุโรป” (เช่น ในฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร หรือเยอรมนี) เราจะพบทั้งความคล้ายคลึงกันในแง่ของแรงขับเคลื่อน และความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในเชิงโครงสร้างระบบการเมือง ซึ่งหนังสือพิมพ์เลอมงด์ (Le Monde) มักจะให้ความสำคัญกับมิติเปรียบเทียบข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนี้อยู่เสมอครับ

1. จุดร่วมที่คล้ายกัน (Common Ground)

ทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป กระแสซ้ายราดิกัลระลอกใหม่เติบโตมาจากวิกฤตการณ์เชิงซ้อน (Polycrisis) ชุดเดียวกัน:

วิกฤตค่าครองชีพและความเหลื่อมล้ำ: ทั้งปัญหาราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงในเมืองใหญ่ (เช่น นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน) และภาวะเงินเฟ้อ ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) ไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้อีกต่อไป

ความตื่นตัวด้านภูมิอากาศขั้นสุด (Climate Radicalism): ฝ่ายซ้ายทั้งสองฝั่งเลิกพูดถึงแค่การลลดคาร์บอนแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ขยับไปสู่การเรียกร้องให้รื้อถอนโครงสร้างทุนนิยมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงต่อต้านโครงการเมกะโปรเจกต์และกลุ่มทุนเทคโนโลยีขนาดใหญ่

จุดยืนร่วมในนโยบายต่างประเทศ: นโยบายต่อต้านสงครามและจุดยืนเคียงข้างปาเลสไตน์ในวิกฤตการณ์ฉนวนกาซา กลายเป็นจุดร่วมที่ทรงพลังที่สุดในการระดมทุนและปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ ทั้งในกลุ่มแนวร่วมฝ่ายซ้าย Nouveau Front Populaire (NFP) ของฝรั่งเศส และกลุ่มก้าวหน้าราดิกัลในสหรัฐฯ

2. ความแตกต่างเชิงโครงสร้างและการขับเคลื่อน (Key Differences)

แม้จะมีอุดมการณ์คล้ายกัน แต่บริบททางการเมืองทำให้ทั้งสองฝั่งมีพฤติกรรมและอำนาจที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

ระบบพรรคการเมือง
ฝ่ายซ้ายราดิกัลในสหรัฐฯ
ระบบสองพรรค (Two-Party System): ไม่มีพื้นที่ให้พรรคที่สามเติบโต ฝ่ายซ้ายราดิกัลจึงต้องใช้วิธีแทรกซึมและกดดันอยู่ภายในพรรคเดโมแครต

ฝ่ายซ้ายราดิกัลในยุโรป
ระบบหลายพรรค (Multi-Party System): สามารถตั้งพรรคเฉพาะของตนเองได้ เช่น พรรค La France Insoumise (LFI) ในฝรั่งเศส หรือพรรคแนวสังคมนิยมอื่นๆ

โครงสร้างอำนาจ
ฝ่ายซ้ายราดิกัลในสหรัฐฯ
เป็นเพียง "มุ้งการเมือง" หรือกลุ่มกดดัน ภายในพรรคใหญ่ ยังไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดทิศทางนโยบายระดับชาติ

ฝ่ายซ้ายราดิกัลในยุโรป
สามารถ รวมตัวเป็นพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาล หรือเป็นแกนนำฝ่ายค้านหลักที่มีที่นั่งในสภาอย่างเป็นกอบเป็นกำ (เช่น ชัยชนะของแนวร่วมฝ่ายซ้ายในฝรั่งเศส)

พื้นฐานอุดมการณ์
ฝ่ายซ้ายราดิกัลในสหรัฐฯ
เป็นการผสมผสานระหว่าง อัตลักษณ์เมือง (Identity Politics), สิทธิความหลากหลาย และความตื่นตัวทางสังคม (Woke Culture) ควบคู่ไปกับประเด็นเศรษฐกิจ

ฝ่ายซ้ายราดิกัลในยุโรป
มีรากฐานมาจาก ลัทธิมาร์กซิสต์และการต่อสู้ทางชนชั้น (Class Struggle) ของสหภาพแรงงานดั้งเดิมที่เข้มแข็งและยาวนานกว่า

นิยามของ "รัฐ"
ฝ่ายซ้ายราดิกัลในสหรัฐฯ
พยายามผลักดันระบบ "รัฐสวัสดิการ" ขั้นพื้นฐาน (เช่น สิทธิการรักษาพยาบาลถ้วนหน้า) ซึ่งในบริบทอเมริกามองว่านี่คือเรื่องราดิกัลแล้ว

ฝ่ายซ้ายราดิกัลในยุโรป
มุ่งเน้นการ ปกป้องและขยาย รัฐสวัสดิการที่มีอยู่เดิมให้เข้มงวดขึ้น รวมถึงการจัดเก็บภาษีมหาเศรษฐีในอัตราที่สูงมาก