วันอาทิตย์, กรกฎาคม 05, 2569

4 กรกฎาคม วันชาติของสหรัฐอเมริกา แต่เป็น "วันปลัดเล" วันแห่งการเริ่มต้น "วัฒนธรรมหนังสือสมัยใหม่" ของสยามประเทศ

https://www.facebook.com/suchart.sawadsri/posts/4655762314700243

Suchart Sawadsri
9 hours ago
·
4 กรกฎาคม "วันปลัดเล"
วันชาติของสหรัฐอเมริกา 
วันแห่งการเริ่มต้น "วัฒนธรรมหนังสือสมัยใหม่" ของสยามประเทศ

นักเขียน นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์ นักทำหนังสือในบ้านเรา ท่านลืมแล้วหรือยังว่า วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2387 ( ค.ศ.1844 ) คือเมื่อ 182 ปีก่อน มีความสำคัญอย่างไร

วันที่ 4 กรกฎาคม เมื่อ ค.ศ.1775 ( พ.ศ.2418 ) คือวันประกาศเอกราชของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เป็นอาณานิคมของอังกฤษอีกต่อไป และต่อมาอีก 30 ปี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1844 ( พ.ศ.2387 ) สยามประเทศก็ได้ก่อเกิด "วัฒนธรรมหนังสือสมัยใหม่" อันถือเป็นหมุดหมายสำคัญอย่างใหม่ครั้งแรกของประเทศ เนื่องมาจากการก่อเกิด "หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recorder" ที่มีเจ้าของและบรรณาธิการเป็นมิชชันนารีชาวอเมริกันชื่อ แดเนียล บีช แบรดเลย์ ( Danial Beach Bradley : 1804-1873 ) หรือ "หมอแบรดลี่ย์" ( บางแห่งออกเสียงว่า "บลัดเล" ) ที่ชาวสยามในสมัยนั้นเพี้ยนเสียงเรียกกันจนคุ้นเคยว่า "ปลัดเล"

ความสำคัญครั้งแรกของ "หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recorder" ที่สยามรุ่นหลังได้รับอิทธิพลในเวลาต่อมา ก็คือการก่อเกิดวิธีการนำเสนองานเขียนในรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกกันว่างานเขียนในแบบ Prose Narrative ( "ร้อยแก้วแนวใหม่" ) อันถือเป็นต้นกำเนิดของงานเขียนแบบรายงานข่าว ( Reportage ) ใช้ภาษาบรรยายแบบร้อยแก้ว ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร และแน่นอนว่าอาจตามมาด้วยคำว่า "ทำไม" วิธีการเขียนในแบบ Prose Narrative เช่นนี้เอง เราให้เครดิตแก่ "ปลัดเล" ในประวัติศาสตร์วรรณกรรมสมัยใหม่ของสยาม/ไทย ว่าเป็นจุดก่อเกิดของภาษาในรูปแบบใหม่ที่ต่อมาจะค่อยๆกลายเป็นต้นธารของงานเขียนที่เรียกว่า เรื่องสั้น/ นวนิยาย/สารคดี/การเขียนรายงานข่าว ฯลฯ ทั้งในแบบที่เป็น Fiction และ Non Fiction

กล่าวกันอย่างให้เกียรติจากจุดก่อเกิด ก็ต้องยกให้ "ปลัดเล" ผู้นี้เอง ที่เป็นต้นธารของภาษา "ร้อยแก้วแนวใหม่" หรือที่เราเรียกกันต่อมาว่า "วรรณกรรมสมัยใหม่" ในสยาม ( บางท่านอาจแย้งว่า เป็น "รัชกาลที่ 4" กระมัง ที่ปรากฎใน "ประชุมประกาศรัชกาลที่ 4" นั่นก็ต้องเทียบไทม์ไลน์ กันว่า ใครมาก่อน ใครมาภายหลัง )

สำหรับผม วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2387 ( ค.ศ.1844 ) วันก่อเกิด "หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recorder" ของ "หมอบลัดเล" ถือเป็นต้นธารสำคัญของคำว่า "หนังสือ" ( Book ) และ "หนังสือพิมพ์" ( Newspaper ) และยังเป็นต้นธารในการใช้ภาษาบรรยายรูปแบบใหม่ที่สื่อความสั้น ชัด ตรง ( ในแบบโลกสมัยใหม่ ) โดยผ่านระบบแท่นพิมพ์ โรงพิมพ์ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการก่อเกิด "วัฒนธรรมการพิมพ์ / วัฒนธรรมหนังสือ" ที่ต่อมาจะสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการอ่าน "เอาเรื่อง" ในรสชาติใหม่ๆอีกมาก

แต่แล้วทำไมชนชั้นสูง และชนชั้นนำในสมัยรัชกาลที่ 4 และแม้แต่ในปัจจุบัน จึงเหมือนไม่ได้ยกย่องให้เกียรติ "ปลัดเล" ในฐานะ "ผู้ก่อเกิด" วัฒนธรรมการอ่านการเขียนแบบใหม่ของสยามประเทศ หรือจะให้เกียรติก็ให้แบบอํ้าๆอึ้งๆ หลีกเลี่ยงที่จะเรียกว่าเป็น "บิดา" ( เพราะจะทำอะไรๆที่เกินหน้า "รัชกาลที่ 4" ไปเช่นนั้นหรือ )

ทำไมขุนนางชั้นสูง และบรรดาเชื้อพระวงศ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงยอมรับ "หมอบลัดเล" ไม่ได้ เท่าที่ได้ฟังมาแบบขำๆ นอกจากประเด็นเรื่องการเมือง "ราชาชาตินิยม" และการเมืองในราชสำนักของรัชกาลที่ 4 ที่สืบต่อเนื่องมาจนถึงในรัชกาลที่ 5 / รัชกาลที่ 6 แล้ว สิ่งที่กลายเป็นเหตุอ้างแบบขำๆก็คือว่า ที่ยอมรับ "ปลัดเล" ไม่ได้นั้น ก็เป็นเพราะว่า "หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recorder " นั้น ได้ถือกำเนิดฉบับปฐมฤกษ์ออกมาในวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็น "วันชาติอเมริกา" นั่นเอง

ดังนั้นจึงรับไม่ได้ที่จะให้ "ปลัดเล" เป็นบิดาของวนวัฒนธรรมการพิมพ์/การเขียน/การอ่าน แห่งคำว่า "หนังสือ" เมื่อ 182 ปีก่อน นอกจากนั้นยังเหมือนไม่รับด้วยว่า "หมอแบรดลี่ย์" คือ "บุคคลแรก" ที่นำเอาวิชาการแพทย์สมัยใหม่ เช่นการเขียนตำราสูตินารีเวช/การคลอดลูก และได้จัดพิมพ์เผยแพร่ขึ้นเป็นครั้งแรกในสยามด้วย อีกทั้งยังได้นำวัคซีนการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษเข้ามาสู่สังคมสยามเป็นครั้งแรกอีกด้วย - ถ้าเป็นในปัจจุบันก็คงจะไม่ต่างจากวัคซีน เช่น "ไฟเซอร์" และ "โมเดินร์นา"

และก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าหากเกิดมี "สถาบันหนังสือแห่งชาติ" ขึ้นมาจริงๆ เขาจะให้เครดิตแก่ "ปลัดเล" อย่างไรบ้าง กระทรวงวัฒนธรรมจะเอา "ปลัดเล" ไปไว้ที่ไหน ( นี่ก็ใกล้ "วันภาษาไทยแห่งชาติ" อีกแล้ว ) หรือว่าจะให้ทุกอย่าง ทุกเรื่อง เริ่มต้นที่ "เจ้า" เหมือนเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยลืมเลือนให้ความสำคัญแก่ "ปลัดเล" เมื่อ 182 ปีก่อน ว่าเป็นผู้ริเริ่มการก่อเกิด "วัฒนธรรมหนังสือ" ทั้งในรูปแบบหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเล่ม ( ที่ในสมัยนั้นเรียกกันว่า "สมุดฝรั่ง" )

ทั้งนี้ก็คงเป็นเพราะอคติที่เห็นไปว่า "หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recorder" ซึ่งเปรียบเป็น "หนังสือพิมพ์/นิตยสาร" ฉบับแรกของสยามประเทศนั้น มันมีจุดก่อเกิดครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่เป็น "วันชาติสหรัฐอเมริกา" นั่นเอง และอคตินี้ก็ยังดำรงอยู่ตลอดมา แม้ว่าทั้ง "เจ้า" และ "ไพร่" ที่มีฐานะ ต่างก็ชอบส่งบุตรหลานไปเรียนต่อเป็น "นักเรียนนอก" ในสหรัฐอเมริกา
จรงหรือไม่ - คุณหนูๆ
----------

1. "ปลัดเล" วัยหนุ่ม และ วัยชรา
2. "หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recorder" ฉบับปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2387 ( ค.ศ.1844 ) จัดพิมพ์ออกใน "วันชาติอเมริกา"
-------

เหตุหมาย :
ผมมีข้อสังเกตว่า ในสมัยเมื่อ 182 ปีก่อนนั้น "ปล้ดเล" คงจะประดิษฐ์คำว่า "หนังสือจดหมายเหตุ" ขึ้นมาก็เพื่อจะให้หมายถึงสิ่งที่เรียกว่า Newspaper หรือ Magazine นั่นเอง และต่อมาเมื่อมีการจัดพิมพ์หนังสือจากแท่นพิมพ์ขึ้นมาเป็นเล่ม ( เช่น "พระอภัยมณี" ) ชาวสยามก็ยังติดเรียกชื่อในแบบเก่า ว่า "สมุด" ( เช่น "สมุดไท" "สมุดข่อย" "สมุดผูก" ) ส่วนถ้าเป็นเล่มหนังสือที่มาจากแท่นพิมพ์ ( โรงพิมพ์ ) ก็จะเรียกว่า "สมุดฝรั่ง" ซึ่งหมายถึงคำว่า Book นั่นเอง

"วัฒนธรรมหนังสือ" และ "วัฒนธรรมการอ่าน" จากแท่นพิมพ์/โรงพิมพ์ จึงเริ่มต้นหมุดหมายในสยามประเทศเป็นครั้งแรกมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2387 ( ค.ศ.1844 ) นับถึงวันนี้ ปัจจุบันนี้ ก็เป็นเวลา 182 ปี แล้ว แต่ก็กลับไม่เห็นกระทรวงวัฒนธรรม+กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญแก่ "ปลัดเล" แต่อย่างใด
4 กรกฎาคม
วันนี้คือ "วันปลัดเล"