Trump says he’s deploying the navy to guide ships through the Strait of Hormuz. But is ‘project freedom’ real or an attempt to cool oil prices?
— Al Jazeera English (@AJEnglish) May 4, 2026
Al Jazeera’s Mohamed Hassan with the latest. pic.twitter.com/tQ8y5ZBikb
Donald Trump says that America will help guide ships through the strait. But there are two reasons to think the scheme, which does not involve naval escorts, will have only a small effect https://t.co/krdqx9EpS1
— The Economist (@TheEconomist) May 4, 2026
Photo: Getty Images pic.twitter.com/TGj8dtrnPd
https://x.com/TheEconomist/status/2051319703612637371
บทความของ The Economist นี้เน้นย้ำว่า "โครงการเสรีภาพ" ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นแผนการที่จะนำเรือพาณิชย์หลายร้อยลำที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซออกจากพื้นที่นั้น น่าจะมีผลกระทบจำกัดด้วยเหตุผลหลักสองประการ:
1. ขาดการจราจรขาเข้า (บรรเทาชั่วคราวเท่านั้น)
โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การนำเรือออกจากอ่าวเปอร์เซีย มากกว่าการสร้างการไหลเวียนของการค้าแบบสองทาง บริษัทขนส่งและบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ระบุว่าจะไม่ส่งเรือใหม่เข้ามาในพื้นที่จนกว่าจะถือว่าปลอดภัยสำหรับการเดินเรือตามปกติ ดังนั้น เมื่อ "เรือที่ติดอยู่" (เรือที่จอดอยู่) ออกไปแล้ว ช่องแคบก็จะยังคงปิดให้บริการสำหรับการส่งออกน้ำมันและก๊าซใหม่ ซึ่งหมายความว่าการดำเนินการนี้เป็นการบรรเทาปัญหาชั่วคราวเพียงครั้งเดียวสำหรับตลาดโลก มากกว่าการฟื้นฟูการขนส่งทางเรืออย่างยั่งยืน
2. การให้ข้อมูลนำทางเทียบกับการคุ้มครองทางกายภาพ
ในเชิงโลจิสติกส์ กองทัพเรือสหรัฐฯ ขาดศักยภาพในการจัดหาเรือคุ้มกันติดอาวุธเฉพาะลำสำหรับเรือหลายร้อยลำที่กำลังติดอยู่ในภูมิภาคนี้ แทนที่จะใช้ "การคุ้มกันด้วยอาวุธเต็มรูปแบบ" แผนนี้อาศัย:
การแนะนำเส้นทาง: การให้ข้อมูลแก่เรือเกี่ยวกับเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้
การตรวจสอบระยะไกล: การใช้โดรนและเครื่องบินเพื่อเฝ้าระวัง "เรือยุง" (เรือโจมตีเร็วของอิหร่าน) แต่ไม่มีการคุ้มกันแบบรายลำ
เนื่องจากแผนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีกำลังทหารเรือสหรัฐฯ อยู่เคียงข้างเรือทุกลำ จึงไม่สามารถขจัดความเสี่ยงจากการก่อกวนหรือการโจมตีด้วยขีปนาวุธได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้ประกอบการพาณิชย์จำนวนมากลังเลที่จะเคลื่อนย้ายแม้จะมี "คำแนะนำ" จากอเมริกา
บริบทของวิกฤต
โครงการริเริ่มนี้เกิดขึ้นในขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันแตะ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ใกล้ 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน แม้ว่าทรัมป์จะอธิบาย "โครงการเสรีภาพ" ว่าเป็นท่าทีด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่ขาดแคลนอาหารและน้ำ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่เป็นความพยายามที่จะลดความร้อนแรงของตลาดพลังงานโดยไม่ต้องเพิ่มกำลังทหารอย่างมหาศาลเหมือนภารกิจคุ้มกันเต็มรูปแบบ
🇺🇸 The United States said Monday it is ready to “guide” commercial ships through the Strait of Hormuz in a new effort to end the blockade wreaking havoc on the global economy.
— FRANCE 24 English (@France24_en) May 4, 2026
FRANCE 24's International Affairs Editor Kethevane Gorjestani tells us more about the "Project… pic.twitter.com/De9glUorPN