วันเสาร์, พฤษภาคม 14, 2565

ทหารคนนี้มีเกียรติยศและศักดิ์ศรี น่าชื่นชมยกย่องและเทอดทูนมากกว่าทหารและคนหลายๆคน


มนุษย์กรุงเทพฯ
8h ·

“บ้านที่เดียร์อาศัยอยู่ในกรมทหาร ซึ่งมีลูกน้องของคุณพ่อ (พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล) ทั้งนายสิบ พลทหาร เดินผ่านไปผ่านมา สิ่งที่คุณพ่อห้ามตั้งแต่เด็ก คือการห้ามเป่าเค้กวันเกิด เขาให้เหตุผลว่า เรามีกำลังที่จะซื้อเค้กมาเป่า แต่ลูกน้องของคุณพ่อที่รายได้เดือนชนเดือนไม่มีโอกาสจัดงานแบบนั้น ‘ลูกลองคิดดูสิว่าพวกเขามองมาจะรู้สึกยังไง’ เดียร์เลยไม่เคยได้เป่าเค้กที่บ้าน ต้องแอบไปเป่ากับเพื่อน แต่พอโตขึ้น คุณพ่อรู้ว่าลูกสาวต้องมีสังคม เลยเริ่มปล่อยๆ มากขึ้น
“สิ่งที่คุณพ่อพูดบ่อยๆ คือถ้าช่วยอะไรใครไป อย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรกลับมา ตอนนั้นเดียร์ไม่ได้เข้าใจมาก แต่พอโตมากเริ่มเข้าใจมากขึ้น เราช่วย แล้วปล่อยผ่านไป วันหนึ่งการตอบแทนจะกลับมาเอง เดียร์เคยไปดื่มกับเพื่อน พอจะกลับบ้านก็ตัดสินใจใช้แอพ U DRINK I DRIVE คือเรียกคนมาช่วยขับรถกลับ เพื่อนที่ส่งขึ้นรถก็พูดว่า ‘ขับดีๆ นะ คนนี้ลูกเสธ.แดง’ ปรากฏว่าผู้หญิงที่มาขับรถให้พูดขึ้นมาว่า ‘ขอโทษนะคะ พี่เป็นลูกของเสธ.แดงเหรอคะ พ่อของพี่เคยช่วยหนูเอาไว้’ เขาเล่าว่าตัวเองเคยไปขึ้นศาลเพราะมีเรื่องกับคนข้างบ้าน แล้วไปเจอคุณพ่อ ได้คุยกัน คู่กรณีอยู่ตรงนั้นพอดี คุณพ่อเลยเดินเข้าไปบอกว่า ‘เขาเป็นผู้หญิงตาดำๆ จะรังแกกันทำไม ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก’ ผู้หญิงที่มาขับรถให้เลยประทับใจสิ่งที่คุณพ่อทำ
“ตอนเราเรียนจบกลับมาจากเมืองนอก ไม่รู้หรอกว่าหลังปฏิวัติเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนั้นมีเสื้อเหลืองเป็นกระแสในเมืองไทย แฟนตอนนั้นไม่ชอบนายกทักษิณ เราก็ไปชุมนุมกัน ด้วยความที่คุณพ่อรู้จักกับอาปอง (อัญชะลี ไพรีรัก) พอรู้ว่าเรามา เขาก็ประกาศบนเวที พ่อฝั่งนึง ลูกฝั่งนึง จนเกิดเป็นกระแสในข่าว ตอนนั้นไปทั้งหมด 3-4 ครั้ง คุณพ่อก็รู้ว่าเราไปม็อบ แต่ไม่ได้ว่าอะไร เขาคงมองว่าเราไม่ได้มีจุดยืนชัดเจน อาจไปตามกระแส ซึ่งยอมรับว่าจริง พอเป็นข่าว เราเลยมาถามคุณพ่อ ‘ต้องแก้ข่าวหรือเปล่า’ เขาบอกว่า ‘ไม่เป็นไร ตามสบายเลย’ เราต้องชื่นชมเขานะ มันแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยในครอบครัว ซึ่งเราสองคนไม่เคยทะเลาะกันเรื่องการเมืองเลย
"ระหว่างที่คุณพ่ออยู่ในม็อบคนเสื้อแดง เราไม่คิดว่าจะเกิดอันตรายอะไร เขาต้องไปกินนอนที่นั่นเพราะโดนหมายจับ ยังเข้าไปเป่าเค้กกับคุณพ่อที่ป้อมหน้าสยามพารากอนอยู่เลย เราร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ กอดกัน หอมกัน จนกระทั่ง 13 พฤษภาคม 2553 คุณพ่อก็โดนยิง เรามองว่าไม่ใช่การโดนลูกหลงจากการสลายการชุมนุม แต่คือการจงใจฆ่า เราไม่คิดว่าจะเล่นกันแรงขนาดนี้
"เหตุการณ์นั้นผ่านมานานแล้ว เราไม่ได้เศร้าเท่าช่วงแรก ถ้ามีเรื่องอะไรที่พูดแล้วยังรู้สึก คงเป็นความรู้สึกว่า เราไม่มีหลักให้ยึดแล้ว เมื่อก่อนคุณพ่อจะเป็นคนรับฟัง เราเจอปัญหาอะไรก็มาเล่า เช่นกัน เขามีอะไรก็จะมาเล่าให้เราฟัง เราไม่มีใครแล้วจริงๆ (ร้องไห้) หากทำอะไรประสบความสำเร็จขึ้นมา โอเค เราภูมิใจนะ แต่อีกด้านหนึ่งยอมรับว่าเราทำเพื่อให้พ่อและแม่ภูมิใจไง แต่ตอนนี้พวกเขาไม่อยู่แล้ว
"การเป็นลูกของ เสธ.แดง คือความภูมิใจ เขาทำให้เรามีทุกวันนี้ ทั้งการใช้ชีวิต การศึกษา การสนับสนุนจากมวลชน เราไม่ได้เหยียบศพคุณพ่อขึ้นมา เพราะเราไม่ได้อยากให้เขาตาย แต่จุดที่เรายืนอยู่คือทางที่เขาปูไว้ให้ เราไม่มีปัญหาเลยถ้าบางคนจะไม่รู้จักเรา แต่จดจำเราว่า 'ลูกสาวของ เสธ.แดง' เป็นเรื่องที่เราดีใจด้วยซ้ำไป"
-
ช่วงหัวค่ำของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ‘พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล’ กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศที่บริเวณแยกศาลาแดง ภายหลังปฏิบัติการกระชับพื้นที่ของรัฐบาล เขาถูกยิงเข้าท้ายทอยด้านขวาและทะลุท้ายทอยด้านซ้าย ก่อนจะเสียชีวิตด้วยภาวะไตวายเฉียบพลันเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ที่โรงพยาบาลวชิระ
(บทสัมภาษณ์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่นิตยสาร a day เล่ม 222)