วันจันทร์, กันยายน 27, 2564

รัฐบาล lame duck อยู่ไปวัน ๆ ไม่กล้าที่จะออกนโยบายอะไรที่ต้องผ่านสภา เพราะไม่แน่ใจเสียงโหวตในสภา


Thanapol Eawsakul
7h ·

ตอนนี้รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าสู่สถานกาณ์ "รัฐบาลเป็ดง่อย" ไม่สามารถดำเนินนโยบายอะไรได้อีกแล้ว นอกจากอยู่ไปวัน ๆ
................
ผลพวงจากความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐในการอภิปราไยม่ไว้วางใจต้นเดือนกันยายน 2564 จนนำมาสู่การปลดธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากคณะรัฐมนตรีข้อหากบฎต่อรัฐบาลประยุทธ์
แต่ขณะเดียวกัน ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และคุม ส.ส. ในมืออยู่ไมน้อย และไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาาใด ๆ ว่าจะสนับสนุนประยุทธ์ต่อไป
ก่อให้เกิดสภาพที่รัฐบาลขาลอย เพราะไม่มั่นใจว่าจะถูกคว่ำในสภา ได้ตอนไหนบ้าง
หลังจากนี้รัฐบาลคงไม่กล้าที่จะออกนโยบายอะไรที่ต้องผ่านสภา
เริ่มต้้งแต่ที่ ศบค. ชุดเล็กต้องต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นข่าวว่าจะยุบ
เหตุเพราะมีการเหยียบเบรก ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพิ่มหมวด “นิรโทษบุคลากรทางการแพทย์” ไว้ก่อน
เพราะไม่แน่ใจเสียงโหวตในสภา
แต่กรณีนี้ การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน ถือว่าเป็นการขายผ้าเอาหนารอดไปได้
แต่ที่หนักหนากว่านั้นคือการกู้เงินเพิ่มเติม ทั้งเพื่อชดเชยและกระตุ้นเศรษฐกิจ
ถึงแม้ว่า จะมีการขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% แล้วก็ตาม
แต่ใครจะรับประกันได้ว่า จะมีเสียงเพียงพอที่จะรับร่างกฎหมายฉบับนี้
และถ้าร่างนี้ไม่ผ่าน ก็หมายความว่ารัฐบาลประยุทธ์ต้องล้มลงทันที
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเรื่องพระศุกร์เข้า พระเสาณ์แทรกอีก คือเรื่องรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ ที่ระบุว่า
“นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง”
ซึ่ง หากนับการดำรงตำแหน่งของ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 จะครบ 8 ปี ในปี 2565
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เรื่องเข้าศาลรัฐธรรมนูญประยุทธ์คงจะรอด
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่แน่เสียแล้ว
ตัวอย่างทั้ง 3 กรณีที่ยกมา คงยากที่รัฐบาลประยุทธ์ จะดำเนินนโยบายอะไรได้
แม้กระทั่งการกู้เงินมากแจกจ่ายก็ตาม
ดังนั้นสังคมไทยต้องมาตกลงกันแล้วว่า ยังจะปล่อยให้รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น "รัฐบาลเป็ดง่อย" ไปเรื่อย ๆ โดยไม่สามารถผลิต ส่งมอบนโยบายอะไรได้เลย
หรือจะเป็นฉันทามติของสังคมได้แล้วว่า
ประยุทธ์ต้องออกไป
...
‘ไพศาล’แนะจับตา 3 ข้อ ชนวนระเบิดการเมืองไทย

นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จับตาชนวนระเบิดการเมืองไทย

1.การออกพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายป้องกันโรคระบาด พระราชกำหนด ขยายเพดานเงินกู้ พระราชกำหนดกู้ยืมเงิน เพราะถ้าออกพระราชกำหนดเหล่านี้ ก็จะต้อง เสนอให้สภารับรอง ซึ่งจะเป็นเวลาในห้วง ไม่เกินวันที่ 10 ตุลาคม

2.การเกษียณอายุของปลัดฉิ่ง ในวันที่ 30 กันยายนนี้ว่า จะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้เส้นทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ ว่า จะมีชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยการเสนอของพระปลัดฉิ่งหรือไม่

3.การประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ว่าจะถูกตัดหน้าด้วยการยุบสภาหรือไม่ น่าจะไม่เกิน 15 วันจากนี้นี้ก็จะรู้หมู่หรือจ่า

ที่มา https://mgronline.com/uptodate/detail/9640000095209