วันอาทิตย์, กันยายน 13, 2569

ถ้าไม่สั่งฟ้องคดีโกงเลือกตั้ง สว.ทั้ง ๒๒๙ คน มีหนทางต่อกรกับ กกต.พอได้อยู่ คือให้ สว.สำรอง (ผู้เสียหาย) ยื่นฟ้องตรง วิธีนี้มีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้ว

อึกทึกคึกคักกันพอดูวันนี้ (๑๓ กันยา) กิจกรรมชุมนุม เดิน และยกป้ายเรียกร้อง กกต.ส่งคดีโกงเลือกตั้ง สว.ให้ศาลฎีกาสั่งฟ้องผู้ต้องหา ทั้ง ๒๒๙ คน มีการวิเคราะห์คาดหมายกันไว้ ๓ ทาง ว่าพรุ่งนี้ กกต.จะมาไม้ไหน แต่ก็ยังไม่เห็นทางแก้ลำใดๆชัดเจน

น่าจะเป็นได้มากที่สุดก็คือ กกต.จะวินิจฉัยไม่สั่งฟ้องทั้ง ๒๒๙ คน ด้วยความมั่นใจว่าไม่มีแรงกดดันใดๆ จะมายับยั้ง ธง ทีตั้งมาไว้แล้วได้ และการแยกฟ้องบางส่วนจะทำให้ธงนั้นดูอ่อนไป ถึงอย่างนั้นการส่งศาลเพียง ๑๓๘ คนก็ยังพอเป็นได้

จากการประเมิน ของ วีระ ธีรภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส และ กมธ.งบประมาณว่า กกต.จะกันเอาผู้ต้องหาที่เป็น สส. รัฐมนตรี และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย ออกไป ๙๑ คน สั่งฟ้องเฉพาะ สว.สีน้ำเงิน ๑๓๘ คน แต่เมื่อศาลฯ รับไปแล้ว

“จะไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยเอาแนวของคดี ๔๔ สส.พรรคก้าวไกลเป็นเกณฑ์” เนื่องจากถ้าสั่งให้หยุด ๑๓๘ คนแล้ว “วุฒิสภาจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้” ซึ่งข้อนี้ สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย แย้งว่า มาตรา ๖๒ ของ พรป.การได้มาซึ่ง สว.ระบุไว้อีกอย่าง

“วรรคสองบัญญัติไว้ชัดว่า หากศาลฎีการับไว้พิจารณา หากคนนั้นเป็น สว. ก็ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทําความผิด” หมายความว่าถ้าศาลรับฟ้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ ส่วนจะทำให้วุฒิสภาชะงักหรือไม่

สว.บัสชี้ว่าข้อบังคับที่ ๒๐ ของระเบียบองค์ประชุม สว. “ให้นับเอาเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ดังนั้นหากหยุดปฏิบัติหน้าที่ไป ๑๓๘ คน เหลือ ๖๒ คน องค์ประชุมก็คือต้องเกิน ๓๒ คน ก็เปิดประชุมได้แล้ว”

ยังมีประเด็นต่อไปชวนให้คำนึงว่าถ้าสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปร้อยกว่า เหลือ สว.จำนวนน้อยไป ก็ให้เอา พรป.การได้มาฯ มาตรา ๔๕ มาใช้ คือเลื่อน สว.สำรองขึ้นมาแทน ถ้า “เลื่อนหมดแล้ว ยังมีสมาชิกเหลือไม่ถึง ๑๐๑ คน และอายุสภายังเหลือเกิน ๑ ปี”

ก็ให้จัดเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ขาดไปนั้นนั้นภายใน ๖๐ วัน ฉะนั้น การตัดตอนให้พวก สว.รับกรรมแทนรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นไปได้ ส่วนการไม่สั่งฟ้องทั้ง ๒๒๙ คน มีหนทางต่อกรกับ กกต.พอได้อยู่ คือให้ สว.สำรอง (ผู้เสียหาย) ยื่นฟ้องตรง

วิธีนี้มีตัวอย่าง “ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่ง 'รับฟ้อง' คดีที่นายอัครวัฒน์ พงษ์ธนาฤทธกุล สว.สำรอง ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กรณีไปรับรองผู้สมัคร สว. ๒ คน”

โดยนัยยะแห่งคดีดังกล่าว นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความสิทธิมนุษยชนให้ความเห็นว่า ถ้า กกต.ปิดจบคดีฮั้ว สว.โดยไม่สั่งฟ้องทั้งหมด ประชาชนสามารถ ยิงตรง ไปยังศาลฎีกา ยื่นฟ้องมาตรา ๑๕๗ ได้เลย

(https://www.facebook.com/news31days/posts/24BXT37mmhTH และ https://www.facebook.com/bus.tewarit/posts/36faA3yjEw)