ศาลรัฐธรรมนูญเข้าข้าง กกต.ในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ผิดรัฐธรรมนูญเรื่องความโปร่งใสหรือไม่ คำตัดสินวันที่ ๒๘ กันยา บอกว่า ‘ไม่’ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วได้โดยตรง และ “เป็นไปได้ยากมาก”
บัตรเลือก สส.แบบแบ่งเขต “ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วได้โดยตรง” ในกรณีปกติจึงยากที่จะ “บ่งชี้ตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และผลการลงคะแนนเลือกตั้งอย่างเจาะจง” จึงจะใช้สืบค้น สืบทราบข้อมูลการลงคะแนนได้
แม้คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้วแบบรายชื่อจะสามารถเข้าถึง ต้นขั้วและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อยู่ในความครอบครองได้ แต่ก็ต้องจับคู่เอกสาร ๓ อย่าง “ร่วมกับ กปน. กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง หรือผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด”
อันเป็นกระบวนการที่คนภายนอกไม่สามารถทำได้ด้วยตนเองลำพัง จึงตัดสินว่าการใช้โค้ดทั้งสองแบบบนบัตรเลือกตั้งไม่ผิดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งไม่โมฆะโดยปริยาย และ กกต.ไม่มีความผิด เนื่องจากจัดการเลือกตั้ง ‘โดยลับแบบมีเงื่อนไข’ (Qualify Secret)
นี่เป็นอีกสำนวนที่ กกต.คิดค้นขึ้นมาใช้ปกป้ององค์กรอิสระรายนี้ ที่มาจากกระบวนการฮั้ว สว.โกงเลือกตั้ง ทำให้ระบอบสีน้ำเงินควบคุมเหนือองค์กรด้วยเสียง ๔ ต่อ ๓ ทว่าถ้าคิดให้รอบคอบในคำวินิจฉัยของศาล ที่เชื่อมั่นในกระบวนการจัดเลือกตั้งของ กกต.
ตามแนวที่ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ตั้งข้อสังเกตุว่าแนวคิดเช่นนั้น “อาจเป็นจริงสำหรับผู้สมัครที่เป็นประชาชนคนธรรมดา ทว่าในทางปฏิบัติ” เขาว่าถ้าผู้สมัครเป็นนักการเมือง ‘บ้านใหญ่’ มีอิทธิพลกว้างขวาง จนข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ ‘เกรงใจ’ ละก็
“การเข้าถึงบัตรเลือกตั้งดังกล่าว ก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นนัก” ดังนั้นการที่ศาลฯ เพียงเสนอแนะต่อ กกต.ว่าครั้งต่อไป “ควรกำหนดวิธีจัดเก็บ (คิวอาร์และบาร์โค้ด) ให้รัดกุมยิ่งขึ้น” ไม่ช่วยให้ปัญหาหมดไป แม้จะบอกให้ “ไม่ใช้เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ใดบนบัตร” อีก
“และควรกำหนดวิธีจัดเก็บให้รัดกุมยิ่งขึ้นอีก” เพื่อคำนึงถึง ‘ความไว้วางใจ’ ของประชาชนเป็นที่ตั้งด้วย แต่ก็นั่นแหละ ศาลฯ ไม่พยายามที่จะกำหนดมาตรการคุมประพฤติ กกต.แม้แต่น้อย ปล่อยให้ใช้อำนาจอย่างผิดผีผิดไข้ต่อไป
(https://www.facebook.com/thematterco/posts/Rt5C5pfrHqm, https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/21qTbdmSoRGU และ https://www.facebook.com/thestandardth/posts/2o7k5tHfw1)
