วันเสาร์, กันยายน 05, 2569

นี่คือเรื่องราวขององค์กรของกองทัพ ที่มีเงินก้นถุงระดับเจ็ดพันล้าน แต่กำลังนับถอยหลังสู่จุดระเบิด

https://www.facebook.com/PhicharnFWP/posts/1823958699366758

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ - Phicharn Chaowapatanawong 
11 hours ago
·
[ททบ.5: ไดนาไมต์ในมือเหล่านายพล]
ในการประชุมคณะกรรมาธิการการทหารเมื่อวาน Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้เปรียบเปรยสถานการณ์ของ ททบ.5 ไว้อย่างเห็นภาพว่าไม่ต่างอะไรกับ “ระเบิดไดนาไมต์” ที่ถูกจุดชนวนแล้วส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ
.
เหล่านายพลที่สลับกันเข้ามารับตำแหน่งบริหาร ผลัดกันถือระเบิดลูกนี้ไว้คนละ 1–2 ปี แล้วคอยลุ้นว่าชนวนจะไหม้หมดคามือใคร ซึ่งผมเห็นด้วยกับการเปรียบเทียบนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้บริหาร ททบ.5 แทบทุกคนมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปัญหาเกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีต ตัวเองเพียงแค่เข้ามารับช่วงต่อ”
.
ทว่าสะเก็ดระเบิดรอบตัวในวันนี้รุนแรงเกินกว่าจะปัดความรับผิดชอบได้ ตั้งแต่คลื่น Digital Disruption ที่ทำให้รายได้เหือดแห้งจนขาดทุนเรื้อรัง กัดกินหน้าตักเงินทุนและกำไรสะสมจาก 7,200 ล้านบาทในปี 2559 หล่นฮวบเหลือเพียง 5,600 ล้านบาทในปี 2568 ไหนจะปัญหาลูกหนี้ระยะยาวอีกกว่า 1,200 ล้านบาทที่ส่อแววเป็นหนี้สูญจากบริษัท RTA (รวมถึงคำถามตัวโตๆ ถึงการมีอยู่ของบริษัท RTA เอง) ตลอดจนสถานะของททบ.5ที่ยังคลุมเครือทางกฎหมาย
.
เรื่องมันซับซ้อนและมีหลายแง่มุมเกินกว่าจะเล่าจบในตอนเดียว ผมจึงขอแบ่งประเด็นออกเป็น 3 โพสต์ โดยในโพสต์แรกนี้ จะพาไปไล่เรียงไส้ในของปัญหาตัวเลขทางบัญชี การขาดทุนสะสม และกลเม็ดการโยกย้ายเงินทุนหลักพันล้านบาท
.
นี่คือเรื่องราวขององค์กรที่มีเงินก้นถุงระดับเจ็ดพันล้าน แต่กำลังนับถอยหลังสู่จุดระเบิด
.
ถ้าใครทันยุคทีวีแอนะล็อก (Analog) คงจำได้ว่า "ช่อง 5" หรือ ททบ.5 คือหนึ่งในช่องหลักที่มีทั้งละครและเกมโชว์ฮิตติดชาร์จ สร้างเม็ดเงินจากค่าเช่าเวลาและค่าโฆษณาไหลเวียนที่เชื่อว่ามหาศาล (เพราะตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2500-ปัจจุบัน สาธารณะไม่เคยเห็นงบการเงินของ ททบ.5 กันมาก่อนเลย)
.
แต่จากงบการเงินปี 2559–2568 (งวด 9 เดือน) ที่คณะกรรมาธิการการทหารเพิ่งได้รับมา (ซึ่งต้องขอบคุณผู้บริหาร ททบ.5 ชุดนี้ที่ยอมเปิดเผยข้อมูล หลังจากที่กรรมาธิการงบฯ เพียรพยายามขอมาตั้งแต่ปี 2563) กลับสะท้อนภาพตลอด 10 ปีที่ผ่านมาว่า นี่คือองค์กรที่มี "เงินก้นถุง" ก้อนโต แต่กำลังเผชิญกับโครงสร้างรายได้ที่พังทลายลงอย่างช้าๆ
.
นับตั้งแต่มีการจัดสรรคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัล กองทัพบกได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. มาทั้งหมด 3 ประเภท
ใบอนุญาตประเภทที่ 1: กิจการทีวีดิจิทัลสาธารณะ ด้านความมั่นคง
ใบอนุญาตประเภทที่ 2: การให้บริการโครงข่าย MUX 2 และ 5 ให้ทีวีดิจิทัลช่องอื่นมาเช่าสัญญาณ (เช่นเดียวกับผู้ถือใบอนุญาตรายอื่น ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ และ Thai PBS)
ใบอนุญาตประเภทที่ 3: การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ให้บริการ MUX รายอื่น
.
ในส่วนของใบอนุญาตประเภทที่ 2 และ 3 นั้นแทบไม่มีปัญหาและมีผลประกอบการที่ดีเยี่ยม เรียกว่าเป็น “เสือนอนกิน” จากอภิสิทธิ์ที่กองทัพบกได้รับใบอนุญาตมาแบบบุญหล่นทับ สามารถสร้างกำไรเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาทต่อปีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
.
แต่สำหรับใบอนุญาตประเภทที่ 1 หรือทีวีดิจิทัลเพื่อความมั่นคง กลับกลายเป็นหนังคนละม้วน คลื่น Digital Disruption และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้ ททบ.5 ประสบปัญหาไม่ต่างจากช่องอื่น
.
ในช่วงปี 2559–2560 รายได้เฉพาะส่วนทีวีดิจิทัลยังทำได้ถึง 820 ล้านบาท และ 707 ล้านบาทตามลำดับ ส่งผลให้ภาพรวมทั้ง 3 กิจการยังประคองกำไรไว้ได้ที่ 390 ล้านบาท และ 183 ล้านบาท
.
ทว่าตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา รายได้จากทีวีดิจิทัลกลับดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง
ปี 2561: 394.3 ล้านบาท
ปี 2562: 297.6 ล้านบาท
ปี 2563: 185 ล้านบาท
ปี 2564: 200 ล้านบาท
ปี 2565: 142 ล้านบาท
ปี 2566: 89 ล้านบาท
ปี 2567: 84 ล้านบาท
ปี 2568 (9 เดือน): 49.6 ล้านบาท
ทำให้แม้จะมีกำไรปีละไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาทจากค่าเช่าโครงข่ายและสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามาช่วยพยุง แต่ภาพรวมของ ททบ.5 ก็ยังคงขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2568 (9 เดือน) รวมเป็นยอดขาดทุนสะสมสูงถึง 1,218.3 ล้านบาท
.
นอกจากนั้น เมื่อดูจากเอกสารประมาณการรายได้ในปี 2570 จะเห็นได้ว่า ททบ.5 คาดการณ์รายได้จากกิจการทีวีดิจิทัลไว้เพียง 77.8 ล้านบาท สวนทางกับรายจ่ายประมาณการที่สูงถึง 484.4 ล้านบาท เท่ากับว่าในส่วนของใบอนุญาตประเภทที่ 1 นี้ ประเมินไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะขาดทุนถึง 406.5 ล้านบาท
.
แต่ด้วยผลกำไรจากใบอนุญาตประเภทที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นกิจการแบบ “เสือนอนกิน” เข้ามาช่วยชดเชย จึงทำให้ภาพรวมประมาณการรายได้ทั้งหมดยังคงพลิกกลับมามีกำไรอยู่ที่ 29.27 ล้านบาท
.
เมื่อมาดูในยอดของ ทุนและกำไรสะสม จะพบว่าในปี 2559 ททบ.5 เคยมีความมั่งคั่งสูงถึงราว 7,229 ล้านบาท
แต่เมื่อกิจการทีวีดิจิทัลที่ควรเป็นรายได้หลักหดหายลงเรื่อยๆ ลำพังค่าเช่าโครงข่าย (MUX) ที่เข้ามาช่วยค้ำไว้ก็แบกรับองค์กรขนาดใหญ่นี้ไม่ไหว เพราะ ททบ.5 มีต้นทุนคงที่ที่ลดลงไม่ได้ ทั้งเงินเดือน ค่าบริหาร ค่าดำเนินงาน รวมถึงค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ ฯลฯ
.
เมื่อรายจ่ายวิ่งแซงหน้ารายได้ ผลประกอบการจึงพลิกเป็นติดลบตั้งแต่ปี 2561 และขาดทุนต่อเนื่องลากยาวถึง 8 ปีติด คอยกัดกินเงินเก็บก้อนนี้ จนทำให้ทุนและกำไรสะสมร่อยหรอลง เหลือเพียง 5,611 ล้านบาท ในปี 2568
-----
[ปริศนาย้ายเงิน 4.3 พันล้าน สู่การปลดล็อกเงินเพื่อจัดสรรกำไร?]
เมื่อผลประกอบการเริ่มขาดทุนเรื้อรัง จึงเกิดฉากสำคัญในการโยกย้ายเงินก้อนโตไปมาระหว่างคำว่า "ทุน" กับ "กำไรสะสม"
.
ย้อนไปปี 2559 ช่วงเริ่มทีวีดิจิทัล ททบ.5 ได้นำเงิน “กำไรสะสม” จากยุคทองแปลงไปตั้งเป็น "ทุน" เปรียบเสมือนการย้ายเงินจากบัญชีออมทรัพย์ที่พร้อมใช้ ไปเข้าบัญชีฝากประจำแบบห้ามถอนเพื่อล็อกเงินไว้ลงทุน ด้วยคำชี้แจงว่านำไปสร้างและปรับปรุงตึกอาคาร แต่ในเชิงธุรกิจ นี่แทบเป็นการลงทุนที่ล้มเหลว เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาประเมินเพื่อสร้างรายได้ใหม่กลับเข้าสถานี กลายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และเหลือทิ้งไว้เพียงภาระค่าเสื่อมราคากับค่าดูแลรักษาที่คอยกัดกินงบทุกปี
.
กระทั่งปี 2566 มีการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี และปรากฏรายการ "แก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชีย้อนหลัง" โดยดึงเงิน 4,353.6 ล้านบาท ออกจาก “ทุน” กลับมาไว้ใน “กำไรสะสม” เหมือนเดิม
.
ทว่าผลลัพธ์สำคัญของการย้ายตัวเลขกลับมาเป็นกำไรสะสม คือการปลดล็อกทางบัญชีให้ ททบ.5 กลับมามีกำไรสะสมก้อนโตทันทีหรือไม่? เพราะนั่นตอบข้อสงสัยทันทีว่า ทำไมตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ท่ามกลางผลประกอบการที่ขาดทุนตัวแดงทุกปี ททบ.5 ถึงยังสามารถตั้งรายการตัดเงินก้อนใหญ่หลายร้อยล้านบาทออกจากส่วนของกำไรสะสมเพื่อนำไปจัดสรรออกไปภายนอกได้เรื่อยมา ภายใต้ชื่อรายการในงบการเงินว่า “จัดสรรกำไร” จนชวนให้สงสัยว่า ทั้งหมดนี้เป็นธุรกรรมที่ทำขึ้นเพื่อให้ ททบ.5 สามารถจัดสรรกำไรได้ หรือไม่?
.
โดยปลายทางของเงินที่จัดสรรออกไป ถูกระบุว่านำไปหล่อเลี้ยง "กองทุนสวัสดิการ ททบ.5" เพื่อดูแลกำลังพล ครอบครัว บำเหน็จเกษียณอายุ ฯลฯ (ซึ่งก็คงต้องติดตามตรวจสอบกันต่อไป) แม้ในมิติสวัสดิการของคนทำงานภายในอาจฟังดูมีความจำเป็น แต่ในมิติสาธารณะ เรื่องนี้ได้ทิ้งคำถามใหญ่ไว้ 2 ข้อ
.
1. รายได้จากโครงข่าย MUX ควรถูกนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพกว่านี้หรือไม่?
กิจการโครงข่ายสัญญาณ (MUX) ที่สร้างกำไรปีละราว 400 ล้านบาทนั้น ควรจะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านอื่นๆ ทั้งต่อตัวกองทัพบกเอง หรือต่อประเทศ มากกว่าที่จะนำมาชดเชยการขาดทุนจากกิจการทีวีของ ททบ.5 หรือไม่?
.
ในแง่หนึ่ง กองทัพอาจมองว่านี่คือภารกิจสื่อสารด้านความมั่นคง ไม่ใช่ภารกิจแสวงหาผลกำไร การขาดทุนจึงยอมรับได้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ควรต้องย้อนกลับมาประเมินอย่างจริงจังว่า การสื่อสารความมั่นคงผ่าน ททบ.5 ยังตอบโจทย์และเข้าถึงประชาชนจริงหรือไม่ ในเมื่อปัจจุบันคนดูทีวีดิจิทัลลดลงเรื่อยๆ แม้แต่ช่วงวิกฤตความขัดแย้งชายแดนคนก็ยังไม่เปิดดูช่อง 5 แต่กลับไปติดตามผ่านโซเชียลมีเดียและเพจของกองทัพบก เรตติ้งของ ททบ.5 ก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้น ในทางกลับกัน Facebook Page ของกองทัพบกกลับมีผู้ติดตามและ Engagement สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่านี่คือการทุ่มทรัพยากรผิดที่ และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว
.
2. ถึงเวลาที่กองทัพบกต้องทบทวนการดำรงอยู่ของ ททบ.5 และหยุดต้นทุนค่าเสียโอกาสของชาติแล้วหรือไม่?
ในวันที่หน้าจอทีวีเรตติ้งร่วงโรย คนแทบไม่เปิดดู ทางรอดของ ททบ.5 ไม่ใช่การฝืนเปิดจอประคองสถานะเดิม เพราะนั่นคือ "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" ที่ประเทศต้องจ่ายไปทุกวัน ทั้งในแง่คลื่นความถี่ สินทรัพย์ และที่ดินทำเลทองใจกลางเมืองที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
.
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องกล้าคิดถึงทางเลือกใหม่ เช่น ปรับลดโครงสร้าง ททบ.5 ให้กลายเป็นเพียงหน่วยผลิตเนื้อหาความมั่นคงแบบกะทัดรัด เพื่อเผยแพร่บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม แทนการแบกสถานีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ตามโลกไม่ทัน หรืออาจนำคอนเทนต์ที่ต้องการสื่อสารไปออกในช่อง NBT และ TPBS ที่ก็รับงบประมาณรัฐ อยู่แล้วรวมกันปีละกว่า 4,000 ล้านบาท
.
แม้วันนี้จะเป็นเพียงการ "รับช่วงต่อ" แต่อนาคตของ ททบ.5 ไม่สามารถเดินหน้าด้วยการกินบุญเก่าไปวันๆ ได้อีกต่อไป ถึงเวลาที่ ททบ.5 ต้องทบทวนบทบาท คืนทรัพยากรให้ส่วนรวม และหยุดการนำสมบัติชาติไปหมุนเวียนในระบบที่ตามโลกไม่ทัน
.
และทั้งหมดนี้ ต้องอาศัยความกล้าหาญของฝ่ายการเมืองที่จะมอบนโยบาย เพื่อดับไฟของไดนาไมต์ลูกนี้เสียที
.
สำหรับพี่น้องประชาชนที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดงบการเงิน ททบ.5 ที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ตั้งแต่ปี 2500 ถึงปัจจุบัน (งบการเงินปี 2559-2568) ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้
https://drive.google.com/.../15pKRQSP3U7k3iAvs9vK.../view...
.
ขอบคุณ Data Visualisation ข้อมูลงบการเงิน ททบ.5 จาก ปาล์ม นิธิกร บุญยกุลเจริญ - Nitikorn Bunyakulcharoen ด้วยครับ