
Athiphat Muthitacharoen
13 hours ago
·
ปาฐกถา “สุภา ศิริมานนท์” ประจำปี 2569 ของคุณบรรยง พงษ์พาณิช ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ในหัวข้อ “สามัญชน และประชาธิปไตย ในระบบทุนนิยม (ไทย)” เป็นปาฐกถาที่ทรงพลังมาก
ผมคิดว่าแกนหลักของปาฐกถานี้คือ ปัญหาของไทยไม่ใช่ว่าเรามี “ประชาธิปไตยมากเกินไป” หรือมี “ทุนนิยมมากเกินไป” แต่อาจเป็นตรงกันข้าม
เรามีประชาธิปไตยที่ยังเปิดโอกาสให้คนธรรมดาไม่พอ และมีทุนนิยมที่ยังเปิดกว้างให้ผู้เล่นหน้าใหม่ไม่มากนัก
ผมขอสรุปตามความเข้าใจของผมเอง เป็น 3 ข้อสังเกตครับ
.
.
1) ประชาธิปไตยและทุนนิยมมี DNA เดียวกัน คือ “เสรีภาพ ทางเลือก และการแข่งขัน”
สิ่งที่ผมชอบมากในปาฐกถานี้คือ การชวนมองประชาธิปไตยและทุนนิยมเป็นเรื่องเดียวกัน
ประชาธิปไตยที่ดี ต้องให้ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้นำ เปลี่ยนรัฐบาล และตรวจสอบอำนาจได้
ทุนนิยมที่ดี ต้องให้ผู้บริโภคเลือกสินค้า ผู้ประกอบการใหม่เข้าสู่ตลาด และผู้เล่นเดิมถูกท้าทายได้
ทั้งสองระบบจึงยืนอยู่บน 3 หลักเดียวกัน ได้แก่ เสรีภาพในการเลือก การมีทางเลือกที่แท้จริง และการแข่งขันที่เปิดกว้าง
ถ้าสามสิ่งนี้หายไป ประชาธิปไตยก็เหลือเพียงพิธีกรรม และทุนนิยมก็กลายเป็นระบบอภิสิทธิ์
นี่เป็นหลักคิดที่สำคัญมากสำหรับประเทศไทย หลายครั้งเราวิจารณ์ประชาธิปไตยจากตัวอย่างการเมืองที่บิดเบี้ยว และวิจารณ์ทุนนิยมจากตัวอย่างนายทุนผูกขาด
คำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่เพียงว่า “ประชาธิปไตยล้มเหลวหรือไม่” หรือ “ทุนนิยมเลวร้ายหรือไม่”
แต่คือ สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นประชาธิปไตยและทุนนิยมที่แท้จริงแล้วหรือยัง
.
.
2) ต้อง “เอาความสามานย์ออกจากทุนนิยมไทย”
คุณบรรยงพูดถึงแนวคิดจากหนังสือ Saving Capitalism from the Capitalists
ทุนนิยมที่ดีต้องการการแข่งขัน แต่คนที่ประสบความสำเร็จในระบบทุนนิยมจำนวนมาก เมื่อครองตลาด หรือกลายเป็น Incumbent แล้ว มักไม่อยากให้ตลาดเปิดเหมือนเดิม
ตอนยังเล็ก ต้องการตลาดเสรี แต่พอโตแล้ว ต้องการกฎระเบียบที่ซับซ้อน ใบอนุญาตที่เข้าถึงยาก สัมปทาน ความสัมพันธ์กับรัฐ และกำแพงที่ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาแข่งไม่ได้
นี่คือจุดที่ทุนนิยมค่อย ๆ กลายเป็นทุนนิยมพวกพ้อง หรือที่คุณบรรยงเรียกว่า ต้อง “เอาความสามานย์ออกจากทุนนิยมไทย”
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะคนธรรมดาเป็นผู้จ่ายต้นทุนของระบบนี้
จ่ายผ่านราคาสินค้าที่แพงกว่าที่ควร
จ่ายผ่านค่าบริการที่ไม่มีทางเลือก ยังไงก็หนีไม่ได้
จ่ายผ่านการติดกับดัก SME ที่โตไม่ได้
จ่ายผ่านโอกาสที่หายไป
และจ่ายผ่านลูกหลานที่ต้องแข่งขันในสนามที่ไม่เป็นธรรมตั้งแต่เริ่มต้น
ดังนั้น การปกป้องทุนนิยมที่ดี ไม่ได้แปลว่าเข้าข้างนายทุน
แต่ต้องเข้าข้างการแข่งขัน
เข้าข้างผู้บริโภค
เข้าข้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ เข้าข้าง SME
และเข้าข้างการทำให้คนธรรมดามีโอกาสไต่ขึ้นได้จริง
.
.
3. รากของปัญหาไทยคือ “สถาบัน” ที่ยังไม่เปิดกว้างพอ
ปาฐกถาช่วงท้ายเชื่อมไปสู่ Why Nations Fail และแนวคิดเรื่อง inclusive institutions กับ extractive institutions
ประเทศที่ไปได้ไกล ไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีความขัดแย้ง แต่เป็นประเทศที่มีกติกาเปิดกว้าง กฎหมายเป็นธรรม สิทธิในทรัพย์สินมั่นคง การแข่งขันเกิดขึ้นจริง อำนาจถูกตรวจสอบได้ สื่อถามคำถามได้ ระบบยุติธรรมน่าเชื่อถือ การศึกษาเปิดโอกาสให้คนธรรมดา และรัฐไม่ถูกซื้อโดยทุนหรือกลุ่มอำนาจ
ในทางกลับกัน สถาบันแบบ extractive คือระบบที่ดูดทรัพยากรจากคนจำนวนมากไปให้คนกลุ่มเล็ก ทุนกระจุก อำนาจกระจุก โอกาสกระจุก กติกาถูกเขียนโดยผู้ชนะเดิม และคนข้างล่างทำได้เพียงเล่นตามเกมที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนออกแบบ
นี่คือจุดที่ประชาธิปไตยและทุนนิยมแยกกันไม่ออก
ถ้าประชาชนไม่ปกป้องประชาธิปไตย ทุนนิยมจะถูกยึดโดยทุนที่ไม่ชอบการแข่งขัน
ถ้าประชาชนไม่ปกป้องทุนนิยมแบบแข่งขัน ประชาธิปไตยจะถูกยึดโดยทุนที่ซื้ออำนาจได้
และถ้าประชาชนไม่ปกป้องสถาบัน ทั้งประชาธิปไตยและทุนนิยมก็จะเหลือแต่ชื่อ
.
.
มองภาพใหญ่
ผมคิดว่าพลังของปาฐกถานี้อยู่ที่การไม่ชวนเราเลือกข้างแบบง่าย ๆ ไม่ใช่รัฐกับตลาด ไม่ใช่ประชาธิปไตยกับทุนนิยม ไม่ใช่คนจนกับคนรวย ไม่ใช่สามัญชนกับนายทุน แต่ชวนถามคำถามที่ยากกว่า นั่นคือ
เราจะสร้างระบบที่ทำให้ “การแข่งขัน” เป็นธรรมได้อย่างไร
เราจะทำให้คนธรรมดามีทางเลือกจริงได้อย่างไร
เราจะทำให้ตลาดไม่ถูกยึดโดยทุนเดิมได้อย่างไร
และเราจะทำให้ประชาธิปไตยไม่ถูกยึดโดยอำนาจเดิมได้อย่างไร
ประเทศที่ดีขึ้นไม่ได้เกิดจากการรอผู้นำที่สมบูรณ์แบบ แต่เกิดจากสถาบันที่ทำให้คนไม่สมบูรณ์แบบ ยังต้องแข่งขัน ยังถูกตรวจสอบ ยังต้องรับผิดชอบ และยังถูกท้าทายได้เสมอ
โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่การเลือกระหว่างประชาธิปไตยกับทุนนิยม แต่คือการทำให้ทั้งสองระบบ “จริง” กว่าที่เป็นอยู่
ประชาธิปไตยที่เปิดกว้าง
ทุนนิยมที่แข่งขัน
และสถาบันที่ทำให้สามัญชนไม่ใช่แค่ผู้ชม
แต่เป็นเจ้าของอนาคตของประเทศ
ศ. ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ
คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ
ป.ล. Link ปาฐกถาของคุณบรรยง อยู่ใน comment ครับ
ปาฐกถาของคุณบรรยง พงษ์พาณิข
https://www.facebook.com/share/p/1D8nBYyrUt/
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10102335969654911&set=a.543338622911
.....
.jpeg)
ปาฐกถาของคุณบรรยง พงษ์พาณิข
https://www.facebook.com/share/p/1D8nBYyrUt/
https://www.facebook.com/share/p/1D8nBYyrUt/