เลือกผู้ว่าฯ กทม. ที่จริงทีม ‘ชัชชาติ’ นี่ก็นอนมาอยู่แล้วละ แต่ก็ดันมีคนขี้สงสัยไปถามว่า แล้วพรรคส้มจะส่งผู้สมัครของตัวไปลงทำไม นี่ไงมันทำให้เกิดแรงกระเพื่อมขึ้นสิ ถ้าฟังการวิเคราะห์ผู้ชำนัญการเมือง กทม.อย่าง บก.ลายจุด
เขาบอกว่า “มันจำเป็นต้องส่ง...เพราะมันเป็นโอกาสทางการเมืองที่จะได้สื่อสารความคิดของพรรค และไม่มีสิทธิ์ที่จะหลบการแข่งขันในครั้งนี้” ได้ ในเมื่อฐานเสียงพรรคส้มใน กทม.เยอะอยู่ ไม่งั้นคงไม่กวาดเรียบ สส.ทุกเขต
อย่างไรเสียต้องยืนหยัดแสดงอุดมการณ์หลัก “เลือกพรรค ไม่ใช่เลือกคน” เห็นมีด้อม ปชน.ว่าไว้ออนไลน์ไม่กี่วันมานี้ “ทีมของพรรคประชาชน ปึ้กกว่าทีมชัชชาติหลายขุม” คงต้องรอดูการเปิดตัว ทั้งผู้ชิงนายกฯ และ สก.วันพรุ่งนี้ (๕ พฤษา)
ทั้งที่ระดับผู้นำทางอุดมการณ์ของพรรค อย่าง พรรณิการ์ วานิช แห่งคณะก้าวหน้า ยังบอกว่า “โอ๊ยย ยังไงอาจารย์ชัชชาติก็ชนะอยู่แล้ว นอนมา” ปล่อยให้มันจบๆ ไป จะไม่เข้าท่า “มันจะกลายเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ค่อยมีความหมาย”
‘ช่อ’ บอกอย่าทำให้การเลือกตั้ง ๔ ปีครั้ง มันจืดชืดเสียเลย “ทุกการเลือกตั้งคือโอกาสของการเปลี่ยนแปลง” การมีผู้สมัครแข่งขันกันผลักดันของตนเอง มันจะทำให้การเลือกตั้งมีความหมาย มากกว่าปล่อยมันไปตามเพลง
สมบัติ บุญงามอนงค์ ก็ว่างั้น หากฐานเสียงเหนียวแน่นพอ “แต่จะอธิบายยังไงให้คนที่เลือก สส.ส้ม ไปเลือกผู้ว่าส้มด้วยเหตุผลของพรรค” เท่าที่มีข่าวขุดคุ้ยออกมาแล้ว ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ‘ว่าที่แคนดิเดท’ ชิงผู้ว่าฯ ของ ปชน.ก็ไม่เลวหรอกนะ
เสียแต่ว่าตอนนี้ทางฝ่ายชัชชาติล้ำหน้าไปขุมหนึ่งแล้ว ไม่ต้องหาเสียง เพียงแค่โฆษณาผ่านทางราชกิจจานุเบกษา ก็เต็มไปด้วยเสียงมหาชนอูมอา ฮือฮา หาได้ที่ไหนในประเทศนี้ คณะผู้บริหารมหานคร ทำกำไรให้กรุงเทพฯ ตั้ง ๕ พันกว่าล้าน เมื่อปีที่แล้ว
“ดุลของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ มีรายรับสูงกว่ารายจ่ายตามงบประมาณ เป็นจำนวนเงินรวม ๕,๓๙๕,๕๖๙,๐๘๙.๔๔ บาท” แน่ะ เนื่องเพราะนอกจากมีการจัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการ แล้วยังใช้จ่ายงบประมาณต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
นั่นหลังจากมี “ยอดเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี” กว่า ๑๕,๕๐๑ ล้านบาท เอาไปรวมกับรายจ่ายประจำ ๘๗,๑๒๘ ล้านบาทแล้วด้วย ผลออกมายังคงกำไรสุทธิอยู่ที่ ๑,๘๘๙ ล้านบาท
(https://www.facebook.com/thestandardth/posts/TYkRNDWiK, https://www.facebook.com/MatichonOnline/posts/DDLEe55No และ https://x.com/nuling/status/2050916494490702063)
