วันพุธ, พฤษภาคม 06, 2569

อีกภาพลักษณ์ความเป็นไปได้-ไม่ได้ แค่ไหนของ ‘แลนด์บริดจ์’ จะหาคนลงทุนยาก เมื่ออัตราตอบกลับทางเศรษฐกิจ ไม่ถึง ๑๐% ขณะทั่วโลกขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๑๒-๑๕%

ดูเหมือน แลนด์บริดจ์ จะชะงักนิดนึง เมื่อรัฐมนตรีเจ้าของไอเดียระงับเดินทางลงใต้ตรวจตราพื้นที่ ถ้างั้นมาดูอีกภาพลักษณ์ความเป็นไปได้-ไม่ได้ แค่ไหน กันอีกที นอกจากความเสียหายพื้นที่ป่าชายเลนระนองอาจถึงขั้นล่มสลาย

มีผู้ให้ข้อคิดถึง Scenarios ต่างๆ ของโครงการเปิดเส้นทางขนส่งเชื่อมท่าเรือน้ำลึกสองฝั่ง อ่าวไทย-อันดามันไว้บนหน้าโซเชียลบัญชี เอ็กซ์อย่างละเอียดถึง ๗ หัวข้อ หลักใหญ่ก็คือโครงการยังเป็นขั้นกระเตาะ เหมือนซื้อล็อตเตอรี่ทางภูมิรัฐศาสตร์

JRT @JRTDesk เขามองปัญหาด้านการลงทุนก่อนอื่น ๙๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ครม.จะอนุมัติในราวเดือนมิถุนา-กรกฎานี้ แล้วเดิน roadshow ไปเที่ยวเสาะหานักลงทุนในช่วงไตรมาสที่สาม ซึ่งจะหาได้ยาก เพราะผลตอบแทนโครงการ ๕๐ ปี มีไม่มาก

รัฐบาลอ้างว่าอัตราตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Economic IRR) จะได้กลับมา ๑๑ ถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ แต่จริงๆ แล้ว จะได้อย่างสูงไม่ถึง ๑๐% ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกจะมองหาขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๑๒-๑๕% เขาว่าเคยอ่านงานวิจัยของ Bent Flyvbjerg ชี้ว่า

mega-projects ทั่วโลกมักจะ overestimate ประโยชน์เกินจริงกว่า 50% ถ้า Economic IRR ที่อ้างยังต้องถูกตัดทอนอีกครึ่ง Financial IRR จริง ๆ จะยิ่งแย่กว่านั้นมาก” มิหนำซ้ำที่ว่าแลนด์บริดจ์จะล่นระยะเวลาขนส่งได้ถึง ๔ วัน ก็ไม่จริงเท่าไรนัก

นั่นเป็นข้ออ้างที่ยังไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้า ค่าเสียหายระหว่างขนย้าย ซึ่งเมื่อเรือมาถึงระนองต้องขนคอนเทนเนอร์ขึ้นฝั่ง ไปผ่านด่านศุลกากรแล้วเอาขึ้นรถไฟ วิ่งข้ามคาบสมุทร ๙๐ กิโลเมตรไปขนลงเรืออีกรอบที่ชุมพร

นี่หมายถึงการส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางไปจีน ที่จะเป็นล่ำเป็นสันมากกว่าในทางกลับกันเยอะ ฉะนั้นกระบวนการขนขึ้นขนลงจะทำให้ประหยัดเวลาน้อยกว่าสี่วันแน่ๆ จึงเหมือนกับว่ารัฐบาลงัดโครงการนี้ขึ้นมาทำ เพื่อสร้าง infrastructure ไว้รอคนมาเช่าใช้

โครงการนี้ผ่านมาหลายรัฐบาล ประยุทธ์, เศรษฐา, อุ๊งอิ๊ง มาถึงอนุทิน ล้วน rebrand project ปรับเปลี่ยนงบฯ กันสนุกสนาน แต่ก็หาคนปักใจลงทุนจริงสักรายไม่มี ทั้งๆ ที่จีนเป็นประเทศที่จะต้องการเส้นทางแลนด์บริดจ์ไทยนำเข้าน้ำมันมากที่สุด

ด้วยความระแวงว่าช่องมะละกาจะเป็นเหมือนฮอร์มุช แต่การทำความตกลงกับจีนพิสูจน์แล้วว่าไทยมีแต่เสียเปรียบ จีนจะต้องรวบยอดทั้งหมด การลงทุน สัมปทาน ๕๐ ปีน่าจะไม่พอ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายโคราชเป็นตัวอย่าง

แล้วทำไมรัฐบาลนี้ยังจะเอาให้ได้ แม้นว่ามีเมกกะโปรเจ็คค้างเติ่งอยู่อีกหลายอย่าง ตรงกับที่ สว.นันทนา นันทวโรภาส บอก “อย่าพูดถึงแลนด์บริดจ์ จนกว่าจะสร้างถนนพระรามสองเสร็จ จนกว่าจะสร้างรถไฟความเร็วสูงเสร็จ จนกว่าอีอีซีจะสำเร็จ”

(https://x.com/JRTDesk/status/2051829169387110803 และ https://www.facebook.com/permalink.id=100085040381003)