.jpg)
Paul Adithep
17 hours ago
·
แต่องคมนตรีอังกฤษ กษัตริย์แต่งตั้งตามคำแนะนำของนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่การแต่งตั้งโดยกษัตริย์ตาม “พระราชอัธยาศัย” เหมือนของไทย
แล้วที่สำคัญครับ สมาชิกองคมนตรีที่ “ทำงาน” เป็นหลักก็คือ “คณะรัฐมนตรี” ในชุดปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีอังกฤษจึงทำหน้าที่ควบกันทั้งฝ่ายบริหาร และที่ปรึกษากษัตริย์ ทั้งนี้เพราะตำแหน่งองคมนตรีเป็นตำแหน่งที่เค้าให้ดำรงตลอดชีวิต ปัจจุบันจึงมีองคมนตรีเกือบพันคน แต่คนที่ทำงานจริงๆ ในปัจจุบันคือคนที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมเท่านั้น
การบอกว่า องคมนตรีเข้าร่วมประชุมกับข้าราชการประจำเป็นเรื่องปกติในอังกฤษเป็นเรื่องจริง แต่ต้องไม่ลืมว่า ที่มาขององคมนตรีไทยและอังกฤษนั้นต่างกันมากๆ เพราะกษัตริย์อังกฤษไม่ได้เลือกองคมนตรีเอง หากเป็นนายกฯ ที่ส่งชื่อให้มันจึงไม่เกิดข้อครหาว่าตัวแทนของกษัตริย์เข้ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายการเมือง
https://commonslibrary.parliament.uk/research.../cbp-7460/
https://www.facebook.com/photo/?fbid=36389137004003352&set=a.106211759389335
.....
เพิ่มเติมจาก Gemini
การบอกว่า องคมนตรีเข้าร่วมประชุมกับข้าราชการประจำเป็นเรื่องปกติในอังกฤษเป็นเรื่องจริง แต่ต้องไม่ลืมว่า ที่มาขององคมนตรีไทยและอังกฤษนั้นต่างกันมากๆ เพราะกษัตริย์อังกฤษไม่ได้เลือกองคมนตรีเอง หากเป็นนายกฯ ที่ส่งชื่อให้มันจึงไม่เกิดข้อครหาว่าตัวแทนของกษัตริย์เข้ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายการเมือง
.....
เป็นข้อสังเกตที่ถูกต้องและตรงประเด็นอย่างยิ่งครับ การเปรียบเทียบระหว่างระบบองคมนตรี (Privy Council) ของไทยและอังกฤษ มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยๆ ในเชิงโครงสร้าง แต่ในทางปฏิบัติและที่มาของอำนาจนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสามารถแยกแยะความแตกต่างหลักๆ ได้ดังนี้ครับ
1. ที่มาและการคัดเลือก (Appointment Process)
สหราชอาณาจักร (UK): แม้ในทางนิตินัย กษัตริย์จะเป็นผู้แต่งตั้งองคมนตรี แต่ในทางพฤตินัย เป็นการแต่งตั้งตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี โดยผู้ที่ได้รับเลือกส่วนใหญ่คือนักการเมืองจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน (เช่น รัฐมนตรีระดับสูง, ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน) รวมถึงผู้พิพากษาอาวุโสและบุคคลสำคัญในเครือจักรภพ
ประเทศไทย: ตามรัฐธรรมนูญ องคมนตรีเป็นพระราชอัธยาศัยของพระมหากษัตริย์ในการทรงเลือกและแต่งตั้ง โดยมีประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ (หรือประธานรัฐสภาในกรณีแต่งตั้งประธานองคมนตรี) ซึ่งแยกขาดจากฝ่ายบริหารโดยสิ้นเชิง
2. ความเป็นกลางและมิติทางการเมือง (Political Neutrality)
สหราชอาณาจักร (UK): เนื่องจากองคมนตรีอังกฤษส่วนใหญ่เป็น "นักการเมืองที่ยังแอคทีฟอยู่" หรือเคยเป็นนักการเมือง การที่พวกเขาประชุมร่วมกับข้าราชการประจำเป็นเรื่องปกติในฐานะผู้บริหารฝ่ายนโยบาย (เช่น รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลทุกคนต้องเป็นองคมนตรีด้วย) มันจึงถูกมองว่าเป็นกระบวนการบริหารราชการแผ่นดินตามระบอบรัฐสภา ไม่ใช่การแทรกแซงจากสถาบันกษัตริย์
ประเทศไทย: องคมนตรีไทยตามกฎหมายต้อง "ไม่เป็นข้าราชการการเมือง, สส., สว., หรือสมาชิกพรรคการเมือง" และต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เมื่อที่มาไม่ได้ยึดโยงกับฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง การเข้ามามีส่วนร่วมหรือประชุมกับข้าราชการประจำในบางกรณี จึงมักถูกตั้งคำถามจากสังคมหรือฝ่ายการเมืองได้ง่ายกว่า
3. บทบาทและหน้าที่ (Role and Function)
สหราชอาณาจักร (UK): Privy Council มีหน้าที่ทางกฎหมายและพิธีการอย่างชัดเจน เช่น การออก "Orders in Council" (พระราชกฤษฎีกาที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในนามองคมนตรี) และมีศาลองคมนตรี (Judicial Committee of the Privy Council) ทำหน้าที่เป็นศาลอุทธรณ์สูงสุดในบางกรณี
ประเทศไทย: รัฐธรรมนูญกำหนดบทบาทของคณะองคมนตรีไว้ชัดเจนว่ามีหน้าที่ "ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา" และหน้าที่เกี่ยวกับงานพระราชกุศลหรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินหรือออกกฎหมาย
สรุป: การหยิบยกโมเดลของอังกฤษมาอ้างอิงโดยละเลย "ที่มาของอำนาจ" (Source of Authority) จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ เพราะในอังกฤษ องคมนตรีทำหน้าที่ในฐานะ "กลไกหนึ่งของรัฐบาลภายใต้ระบบรัฐสภา" (Government in Parliament) ขณะที่ในไทย องคมนตรีทำหน้าที่เป็น "ที่ปรึกษาส่วนพระองค์" ซึ่งแยกออกจากฝ่ายการเมืองอย่างชัดเจนครับ
.....


