Ukraine has been deploying robots on its frontlines to deliver supplies, evacuate the wounded, and take on combat roles.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) May 4, 2026
With AI increasingly shaping wartime decisions, Al Jazeera's @nilsadler1 looks at where warfare might be headed. pic.twitter.com/nwgDKSFFQH
https://x.com/AJEnglish/status/2051329334628040800
.....
ปัจจุบันยูเครนกำลังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงระดับโลกไปสู่ "สงคราม 5.0" ซึ่งแนวหน้าถูกกำหนดโดยเทคโนโลยีซิลิคอนมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะเป็นเพียงทหาร ณ เดือนพฤษภาคม 2026 การบูรณาการยานพาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับ (UGV) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เปลี่ยนจากการทดลองไปสู่รากฐานสำคัญของยุทธศาสตร์ทางทหารของยูเครน
การเกิดขึ้นของกองทัพหุ่นยนต์
ยูเครนตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานที่จะให้ระบบหุ่นยนต์ดำเนินการด้านโลจิสติกส์ในแนวหน้า 100% เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนกำลังคนอย่างรุนแรง
การใช้งานจำนวนมาก: ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพียงอย่างเดียว ยูเครนได้ทำสัญญาซื้อ UGV จำนวน 25,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของผลผลิตทั้งหมดในปี 2025
ขอบเขตการปฏิบัติงาน: ภายในเดือนมีนาคม 2026 ระบบหุ่นยนต์ได้ดำเนินการภารกิจมากกว่า 9,000 ภารกิจต่อเดือน ตั้งแต่การส่งกระสุนไปจนถึงการอพยพผู้ป่วยทางการแพทย์
เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์: ในช่วงปลายปี 2025 และต้นปี 2026 ยูเครนบันทึกเหตุการณ์แรกของการยึดตำแหน่งของศัตรูโดยใช้แพลตฟอร์มไร้คนขับเพียงอย่างเดียว มีรายงานว่ายาน UGV ลำหนึ่งสามารถรักษาตำแหน่งการรบได้นานถึง 45 วันติดต่อกัน โดยต้องการการแทรกแซงจากมนุษย์เพียงแค่การบำรุงรักษาและการบรรจุกระสุนใหม่ทุกๆ 48 ชั่วโมง
🧠 บทบาทของ AI: ความเร็วเหนือความเป็นอิสระ
ในขณะที่ "หุ่นยนต์สังหาร" ในนิยายวิทยาศาสตร์ครองจินตนาการ การบูรณาการ AI ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การลดวงจรการตัดสินใจ:
การระบุเป้าหมาย: ซอฟต์แวร์ AI ในปัจจุบันประมวลผลฟีดวิดีโอหลายหมื่นรายการเพื่อระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นงานที่นักวิเคราะห์ที่เป็นมนุษย์จะทำไม่ไหว
การนำทางขั้นสุดท้าย: เพื่อรับมือกับการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนัก โดรนจึงถูกติดตั้งระบบ AI บนเครื่องที่สามารถ "ล็อกเป้า" และทำการโจมตีโดยอัตโนมัติเมื่อสัญญาณจากผู้ควบคุมถูกตัดขาด
การเก็บกู้ทุ่นระเบิดและงานวิศวกรรม: ปัจจุบันหุ่นยนต์อย่าง Bizon-L ถูกนำมาใช้ในการวางทุ่นระเบิด กำจัดลวดหนาม และกู้ยานพาหนะที่เสียหายใน "เขตสังหาร" ที่อันตรายเกินกว่าที่ทหารราบจะเข้าไปได้
🛡️ แนวโน้มในอนาคต
ความขัดแย้งนี้ได้กลายเป็น "ห้องทดลองยิงจริง" สำหรับบริษัทด้านการป้องกันประเทศทั่วโลก ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอย่างอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด วาเลรี ซาลูซนี ตั้งข้อสังเกตว่า หุ่นยนต์ยังไม่สามารถทดแทนทหารราบในการเคลียร์อาคารในเมืองหรือยึดครองภูมิประเทศที่ซับซ้อนได้ แต่แนวโน้มนั้นชัดเจน: สงครามกำลังเปลี่ยนไปสู่ฝูงระบบอัตโนมัติราคาประหยัดที่ปรับตัวได้
"หุ่นยนต์เลือดไม่ออก" — มิโคลา ซิงเควิช ผู้บัญชาการกองทัพที่สามของยูเครน
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นการตอบสนองที่สิ้นหวังและสร้างสรรค์ต่อสงครามที่ยืดเยื้อซึ่งการปกป้องชีวิตมนุษย์กลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเชิงกลยุทธ์
เพื่อให้เข้าใจถึงแนวคิด Warfare 5.0 อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปพิจารณาถึงวิวัฒนาการของ "ยุคสมัยแห่งการทำสงคราม" (Generations of Warfare) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่ถูกนำเสนอขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1989 โดยนักวิเคราะห์ชาวอเมริกัน (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง William S. Lind) เพื่ออธิบายว่า "โฉมหน้าของสงคราม" ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรนับตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสมัยใหม่แต่ละยุคล้วนมีจุดกำเนิดมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเทคโนโลยี (เช่น เครื่องจักรไอน้ำ หรือคอมพิวเตอร์) หรือในด้านแนวคิด (เช่น การกระจายอำนาจในการตัดสินใจ)
4 ยุคก่อน 5.0
1.0
1648 – 1860s (สงครามนโปเลียน)
กำลังพลจำนวนมาก ยุทธวิธีแบบแถวและขบวน ทหารในเครื่องแบบต่อสู้ในสนามรบเดียวกันด้วยปืนคาบศิลาและดาบปลายปืน
2.0
1860s – 1918 (สงครามโลกครั้งที่ 1)
อำนาจการยิงระดับอุตสาหกรรม "ปืนใหญ่พิชิต ทหารราบยึดครอง" เน้นการระดมยิงอย่างหนัก ปืนกล และสงครามสนามเพลาะ
3.0
1939 – ทศวรรษ 1980 (สงครามโลกครั้งที่ 2)
สงครามเคลื่อนที่เร็ว ความเร็ว การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว และการเลี่ยงแนวข้าศึก (สงครามสายฟ้าแลบ) การใช้กำลังผสม (รถถัง + การสนับสนุนทางอากาศ) เพื่อทำลายแนวหลังของข้าศึก
4.0
ทศวรรษ 1980 – ทศวรรษ 2010
(การก่อความไม่สงบ) สงครามแบบไม่สมมาตร
การเบลอเส้นแบ่งระหว่าง "พลเรือน" และ "นักรบ" ยุทธวิธีแบบกองโจร การก่อการร้าย และกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ (เช่น อัล-เคดา)
(การก่อความไม่สงบ) สงครามแบบไม่สมมาตร
การเบลอเส้นแบ่งระหว่าง "พลเรือน" และ "นักรบ" ยุทธวิธีแบบกองโจร การก่อการร้าย และกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ (เช่น อัล-เคดา)