
พรรคประชาชน - People's Party
8 hours ago
·
[ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างเยียวยาประชาชน แต่สอดไส้โครงการไม่เร่งด่วน-ไม่มีรายละเอียด ]
.
กรณีที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้น
.
พรรคประชาชนเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือการสอดไส้การตีเช็คเปล่ากู้เงิน 2 แสนล้านบาท ในเรื่องการผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกัน
.
แม้อำนาจในการตรา พ.ร.ก. เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องว่าเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารในกรณีที่มีปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ข้อกังวลของพรรคประชาชนต่อการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานนั้น คือเรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐมนตรียอมรับเองว่ายังไม่มีโครงการ ต้องรอให้หน่วยราชการเสนอเรื่องเข้ามาและผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองอีกครั้ง รวมถึงยอมรับว่าการเยียวยาประชาชนจะเป็นการกู้ปีนี้ ส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเป็นการกู้ในปีหน้า ยิ่งเน้นย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้มีความเร่งด่วนแต่อย่างใด
.
จึงตั้งคำถามได้ว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน ดังกล่าว ไม่เข้าเงื่อนไขการเป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตามบทบัญญัติหรือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความลุแก่อำนาจของรัฐบาลหรือไม่
.
ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงพร้อมที่จะใช้อำนาจที่มีในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ โดยยินดีที่จะให้พรรคร่วมฝ่ายค้านมาลงชื่อด้วยกัน
.
การเดินหน้าครั้งนี้ พรรคประชาชนได้ใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบมากที่สุด ระมัดระวังไม่ให้การใช้สิทธิเสนอความเห็นตามช่องทางนี้ เป็นการเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายขอบเขตอำนาจของตนเอง ดังนั้นในส่วนของคำร้อง พรรคประชาชนจะเป็นแกนหลักในการร่างเอง
.
พรรคประชาชนยืนยันว่าเราเห็นด้วยกับการเยียวยาประชาชน โดยรัฐบาลต้องเลือกเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม การรักษาวินัยทางการเงินกลางคลัง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเพดานหนี้ แต่รวมถึงการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ตรงเป้า ตรงวัตถุประสงค์ เพื่อให้เงินภาษีทุกบาทของพี่น้องประชาชนถูกใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122195601818480817&set=a.122093105408480817
พ.ร.ก. กู้ด่วน 4 แสนล้าน แต่รัฐบาลยัดไส้โครงการไม่ด่วนไปแล้ว 2 แสนล้านบาท!?
— พรรคประชาชน - People's Party (@PPLEThai) May 7, 2026
.
ศิริกัญญาระบุว่าด้วยความเป็นวาระลับ ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังคงไม่มีใครเห็นเนื้อหาในร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ฯ แต่อย่างใด โดยหลักการตนเห็นด้วยว่าจำเป็นที่จะต้องมีเม็ดเงินมาเยียวยาประชาชน ⁰.… pic.twitter.com/FRwtBOGZqa
พ.ร.ก. กู้ด่วน 4 แสนล้าน แต่รัฐบาลยัดไส้โครงการไม่ด่วนไปแล้ว 2 แสนล้านบาท!?
.
ศิริกัญญาระบุว่าด้วยความเป็นวาระลับ ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังคงไม่มีใครเห็นเนื้อหาในร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ฯ แต่อย่างใด โดยหลักการตนเห็นด้วยว่าจำเป็นที่จะต้องมีเม็ดเงินมาเยียวยาประชาชน
.
แต่ที่น่าติดใจคือเรื่องของวงเงินและรายละเอียดการนำไปใช้ คือโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ให้กลุ่มเป้าหมายถึง 30 ล้านคน ใช้งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 52,800 ล้านบาท รวมวงเงินที่จะใช้ใน 4 เดือนแรก 1.7 แสนล้านบาท เรียกได้ว่ากู้มาแล้วแจกหมดหน้าตักภายใน 4 เดือนเลย
.
.
แผนการเยียวยาที่จะใช้เงินหมดหน้าตักใน 4 เดือนแรก โดยที่ไม่ได้มีการมุ่งเป้าแต่อย่างใดตามที่รัฐบาลได้แถลง แถมยังเป็นการแจกแบบสุ่มโดยที่คนเดือดร้อนอาจจะไม่ได้ คนที่ได้อาจจะไม่ได้เดือดร้อน ขอถามว่าแผนการเยียวยานี้มีวัตถุประสงค์อันใดกันแน่
.
.
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่สองยัดไส้เข้ามาอีก 2 แสนล้านบาท คือแผนการปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยมีเจตนาที่จะสอดไส้โครงการที่ไม่ได้เร่งด่วนมาอยู่ใน พ.ร.ก. กู้ด่วนฉบับนี้ด้วย สำหรับแผนที่ 2 นี้ หากไม่ทำทันที ก็ไม่ได้กระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจจนมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งแผนนี้ยังไม่ได้มีรายละเอียดโครงการที่จะเอามาใช้แต่อย่างใด เท่ากับเป็นการตีเช็คเปล่า
.
.
ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่าถ้ารัฐบาลบอกว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานให้ได้ภายในปีเดียว จึงต้องกู้ให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2570 ก็ต้องตั้งคำถามว่าภายในปีเดียวจะเปลี่ยนผ่านเป็นพลังงานสะอาดได้กี่ % จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ แล้วจะทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดไหน ถ้ารออีก 3 เดือนให้ไปอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก็ไม่ได้กระทบกับความมั่นคงอะไรเลย สถานการณ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
.
.
ถ้าอยากจะกู้เงินมาทำโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานจริง ๆ รัฐบาลควรเงินกู้ของทั้ง 2 แผนออกจากกัน โดยก้อนหนึ่งอาจออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ฯ เพื่อเยียวยา อีกก้อนหนึ่งออกเป็น พ.ร.บ. เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยมีรายละเอียดโครงการชัดเจนมาเลย ก็จะถูกต้องตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ในมาตรา 172 จึงต้องถามว่าเหตุผลใดรัฐบาลจึงเจตนาสอดใส้โครงการไม่เร่งด่วนเข้ามาใน พ.ร.ก. กู้ด่วน จนทำให้ต้องกู้เงินสูงถึง 4 แสนล้านบาท โดยที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ด้วย
.
.
ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ถามกระทู้สดด้วยวาจาต่อนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.เงินกู้ฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน
.
ศิริกัญญา ตันสกุล
@SirikanyaTansa1
สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน
7 พฤษภาคม 2569
.
ศิริกัญญา ตันสกุล
@SirikanyaTansa1
สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน
7 พฤษภาคม 2569
รัฐบาลภูมิใจไทยกู้เงิน 400,000 ล้าน พรรคส้มและฟ้าเตรียมยื่นศาลคว่ำ
— กัปตันคนเนิร์ด (@captainnerd23) May 7, 2026
คือถ้ารัฐบาลจะกู้เงินเพิ่ม จะมี 2 กลไกหลักๆ
1. พระราชบัญญัติ - ช้ากว่า แต่โปร่งใสกว่า เพราะต้องผ่าน สส. และ สว.
2. พระราชกำหนด - เร็ว ออกปุ๊บกู้ได้ปั๊บ แล้วค่อยไปผ่าน สส. และ สว. ทีหลัง… pic.twitter.com/LR5wchF7ao
https://x.com/captainnerd23/status/2052358826977116556
กัปตันคนเนิร์ด
@captainnerd23
รัฐบาลภูมิใจไทยกู้เงิน 400,000 ล้าน พรรคส้มและฟ้าเตรียมยื่นศาลคว่ำ คือถ้ารัฐบาลจะกู้เงินเพิ่ม จะมี 2 กลไกหลักๆ
1. พระราชบัญญัติ - ช้ากว่า แต่โปร่งใสกว่า เพราะต้องผ่าน สส. และ สว.
2. พระราชกำหนด - เร็ว ออกปุ๊บกู้ได้ปั๊บ แล้วค่อยไปผ่าน สส. และ สว. ทีหลัง แต่ต้องใช้เฉพาะมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลภูมิใจไทยเลือกใช้กลไกพระราชกำหนด แต่ฝ่านค้านมองว่าเหตุผลที่จะกู้ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน
เพราะเงินกู้นั้นแบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกใช้เพื่อเยียวยาประชาชน และอีกก้อนใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ซึ่งทั้ง 2 ก้อนดูจะไม่เกี่ยวกันแต่ภูมิใจไทยเอามามัดรวมกัน
ฝ่ายค้านเลยมองว่าอยากให้ก้อนพลังงานผ่านรึเปล่า เลยเอามามัดกับปากท้องประชาชน เหมือนให้ปากท้องประชาชนเป็นตัวประกัน
แล้วเงินเปลี่ยนผ่านพลังงานภูมิใจไทยก็บอกว่าจะกู้ปีหน้า มันก็เลยดูไม่ได้จำเป็นเร่งด่วนถึงขนาดต้องออกเป็นพระราชกำหนด
ก็ต้องรอดูว่าถ้าฝ่ายค้านยื่นศาลแล้วศาลจะว่ายังไง แล้วสุดท้ายจะได้กู้เงินก้อนนี้หรือไม่