ดูเหมือนเชื้อโควิดกลายพันธุ์รุ่น ‘ออมมิครอน’ นี่จะไม่มีพิษสงร้ายแรงเท่ารุ่นก่อนๆ จริง แต่เพราะความที่ติดง่าย ติดไว น่าจะทำให้มีอิทธิฤทธิ์ชนิดซึมยาว และกลายเป็นโรคระบาดที่อยู่กับเราไปตลอดชาติ ด้วยการกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ
ชาติพัฒนาซึ่งผ่านการกระหน่ำจากโควิดกันมาอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรืออเมริกา จึงมุ่งที่จะผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ๆ ไล่ให้ทันไวรัสร้ายนี้ด้วย ‘บู๊สเตอร์’ ภาคต่างๆ อิสรเอลฉีดเข็มสี่กันไปบ้างแล้ว ที่อื่นๆ ได้เข็มสาม สหรัฐกำลังจะเริ่มชุด ๒ เข็มสำหรับเด็กต่ำกว่า ๕ ขวบ
น่าห่วงไทยยังมะงุมมะงาหรากับสูตรไขว้ของหมอยง เพราะวัคซีนจีนที่รับประเคนมามากเหลือเกินยังใช้ไม่หมด ซ้ำความสับสน ไม่ค่อยจะประสานระหว่างหน่วยงานสาธารณสุข ผสมไปกับความกระเหี้ยนกระหือรือของรัฐบาล จะเร่งเปิดประเทศให้ทันนานาสากลเขา
ก็อย่างที่ Siripan Nogsuan Sawasdee@Si_Siripan ว่าน่ะนะ “ให้เด็กฉีดวัคซีนสูตรไขว้มากมายหลายสูตรแบบนี้ มีฐานคิดจากอะไร มีงานวิจัยรับรองไหม...วัคซีนที่เต็มแขน ควรเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพราะซื้อวัคซีนบางยี่ห้อมาเยอะต้องปล่อยของ”
เลยกลายเป็นความมะรุมมะตุ้มทับถมใส่ประชาชน ที่ต้องละล้าละลังระหว่างการติดเชื้อโควิดกับการอดตาย เมื่อสองสามวันก่อน ที่ปรึกษาศูนย์บริหารโควิด (ศบค.) ออกมายืนยันว่าระบบสาธารณสุขไทยยังแข็งปั๋ง อย่าตื่นตระหนกกับตัวเลขที่เพิ่ม
จะเห็นว่าจำนวนคนติดเชื้อรายวันเพิ่มจากหลักพันมาเป็นหลักหมื่น ดูแค่สามวันที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ ๑๕,๐๐๐-๑๖,๐๐๐ ซึ่งไม่ได้นับจำนวนที่ตรวจพบด้วยระบบ เอทีเค อีกวันละ ๘ พันกว่า ฉะนั้นจำนวนจริงตอนนี้ก็คือ ๒ หมื่นกว่าทุกวัน
จำนวนนี้เท่ากับเมื่อครั้งที่เชื้อกลายพันธุ์ ‘เดลต้า’ อาละวาดหนัก คนตายเป็นร้อยต่อวัน แต่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดช่วงนี้แค่ ๑๐-๒๐ กว่าๆ ก็ใช่ว่าจะหละหลวมไม่ระมัดระวัง (สวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง เมื่ออยู่ในที่มีคนหนาแน่น) ข้อสำคัญขวนขวายฉีดบู๊สเตอร์ซะ
เพราะถ้าแค่สองเข็มยังอาจป่วยได้ ยิ่งถ้าเป็นสองเข็มเจ้าสัว จะไขว้หรือไม่ไขว้มีสิทธิอาการหนักเมื่อเจอออมมิครอนได้เหมือนกัน แล้วต้องเจอปัญหาใหญ่จากการที่กระทรวงสาธารณสุขถอดโรคโควิดออกจากระบบ UCEP หรือสิทธิรักษาฟรีป่วยฉุกเฉิน
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พยายามอธิบายเพื่อจะไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก เรื่องที่กระทรวงงดจ่ายค่ารักษาฉุกเฉินโควิด คุณหมอบอกว่า “ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รักษาแล้ว” แถมยังรักษาฟรีอยู่ ถ้าฉุกเฉิน
เพียงแต่ว่าโควิดรุ่นนี้ไม่รุนแรง ไม่ถึงกับ “เชื้อจะลงปอด ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ” อย่างนั้นจึงเรียกว่าฉุกเฉิน ฉะนี้ “เมื่อเจ็บป่วยจะได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิที่ตัวเองมี เช่น สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง ฯลฯ” ดังสา’สุขประกาศ
ตอนนั้น นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค.พยายามกล่อมอารมณ์ซึ่งหัวร้อนกันไปตามๆ เมื่อข่าวแพร่สะพัดว่ารัฐบาลจะไม่รับรักษาโควิดฟรีถ้วนหน้าอีกแล้ว (เริ่มวันที่ ๑ มีนาคม) ใครมีสวัสดิการอะไรไปใช้ของตน ใครไม่มีไปโรงพยาบาลเอกชน จ่ายตามราคา
ครั้นเมื่อคุณหมออุดมเผยเหตุผลที่รัฐบาลงดจ่ายค่ารักษาโควิดฉุกเฉิน ว่าเพราะบ่จี๊ “รัฐบาลรองรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก” ประชากรไพร่ฟ้าหน้าใสก็พากันของขึ้นละสิ โจษจันกันแซ่ด
ถึงทั้งรถถัง เรือดำน้ำ และโบอิ้ง ๗๗๗ ลำใหม่สุดหรู ไว้บินเฉพาะไปมูนิคนั่น แล้วก็อุโมงค์คนเดินพร้อมบันไดเลื่อนทันสมัย ลอดใต้ถนนมหาราชไปสู่วังหลวงที่เป็นข่าวไม่มีหลังคา ฝนกระหน่ำน้ำท่วม ไฟช้อตคนเดินรอดหวาดเสียว
ทว่าเบื้องลึกนั้นติดใจกันแค่เรื่อง ถนนก็แคบนิดเดียวทำไมต้องอุโมงค์ปานนั้น แล้วต่อไปข้างหน้าถ้าเกิด ‘แลนด์สไล้ด์’ อะไรต่อมิอะไรไหลลงอุโมงค์ เพื่อจะรอดไปวังหลวงด้วยล่ะ ฝังตัวเองทั้งเป็นน่ะนา
(https://www.facebook.com/workpointTODAY/posts/1842074136161856 และ https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_3181644)