วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 29, 2561

โพล ม.รังสิตออกมาแก้เกี้ยว แก้เก้อ แก้เกม โพลของนิด้าที่ดันให้สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เฉือนลุงตูบ


สองสามวันมานี่ พลังประชารัฐ โหมหนัก ทางด้าน ‘Propaganda’ โฆษณาชวนเชื่อ ไหนจะราคาคุย สมศักดิ์ เทพสุทิน ไหนจะโพล ม.รังสิต ที่นอกจะเชิดประยุทธ์สุดๆ แล้ว ยังใส่ไคล้พรรคเพื่อไทยไม่มีดี

ทำนองเดียวกับ ยะใสอดีตพันธมิตรฯ ที่เปลี่ยนหน้ากากไปอยู่กับพรรคเทือกเป็นลูกไล่ กปปส. พยายามจะสร้างคุณค่าว่าเป็นนักวิชาการ ฐานที่สิงสู่อยู่ ม.รังสิต จ้องวิพากษ์แต่พรรคเพื่อไทยและอดีตนายกฯ ทักษิณ เสียจนตนเอง ไร้ราคา แม้แต่ในการเป็นนักการเมือง

เอาแค่ถามว่าครบ ๙ ปี พธม. ประเมินผลได้ไหม ยะใสเลี่ยงไปว่า “ปฏิเสธที่จะสรุปบทเรียนในเรื่องนี้ เพราะมีปัญหาคดีความที่พัวพันกันจำนวนมาก จนทำให้การออกมาพูดในเรื่องนี้อีกครั้งอาจจะสร้างปัญหาต่อรูปคดีได้”

ปล่อยให้ “พลตำรวจโท ฉลอง สนใจ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑ ซึ่งรับคำสั่งดูแลพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะนั้น (กรณี พธม.ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ) สรุปว่า “เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ไม่คุ้มค่ากับความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยต่อนานาอารยประเทศ”


มาดูปฏิกิริยาจากฝ่าย #เลือดข้นคนประชาธิปไตย ไว้ก่อนเป็นอุทธาหรณ์ อย่างเช่น ลิงจุ่น เต่า พิมมาลาที่บอกว่า “เพื่อไทยเหมือนเลือดไหล แต่ที่จริงตอนนี้ท่อสะอาดเกลี้ยงเหมือนทำบายพาสใหม่เลย

ก่อนหน้านี้มีบางคนท้วงเหตุบาดเจ็บของพรรคเพื่อไทยจากการถูกดูดที่ว่าเลือดไหลไม่หยุดนั้น แท้จริงเป็นอาการ หนองไหล เสียมากกว่า พอหนองหมดแผลก็เยียวยา
 
เมื่อวาน (๒๘ พ.ย.) สมศักดิ์ พปชร. โวอีกเรื่องนโยบายพรรค “จะนำเอานโยบายรัฐบาลมาใช้...และพรรคจะมีจุดขายอะไรดึงดูดขอให้รอดูภายใน ๗ วันนี้ จะเห็นอะไรดีๆ” ชัดเจนอย่างนั้นแล้วก็ยังอุตส่าห์กั๊กเรื่องเสนอชื่อประยุทธ์เป็นนายกฯ บอกให้รอปลดล็อคพรรคการเมืองเสียก่อน

ตอนนี้ได้ทีสมศักดิ์ชักเหิม หันไปแขวะอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศไว้ว่าไม่มีทางจับมือกับพรรคพลังประชารัฐแน่นอน “แล้วจะไปจับกับใครล่ะ” สมศักดิ์แซะนำร่องให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์ มาซ้ำ

“โอ๊ย ไม่จับหรอกแต่วิ่งตามมาเลย เชื่อผมเถอะอยู่การเมืองมา ๓๐ กว่าปีที่บอกว่าไม่จับๆ สุดท้ายก็วิ่งตามมาหมด” ลูกพรรค พปชร. คุยบ้าง ตีอกชกลมว่ามีอดีต รมต.จากเพื่อไทยไปเข้า พปชร. และพลังประชารัฐจะเหมาหมด ส.ส. จังหวัดเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์


ที่เหิมเกริมกันอย่างนั้นเป็นการช่วยโหมประโคมโพลของมหาวิทยาลัยรังสิต โดย ดร.สังคิต พิริยะรังสรรค์ ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาลิ่ว คนอยากให้เป็นนายกฯ อีก เขาอ้างจากการสุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ ๗๗ จังหวัด ๘ พันคน

โพลแถลงว่ามีความเชื่อมั่นทางสถิติ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ (แต่ไม่ได้ระบุว่าวัดอัตราความถูกต้องได้อย่างไร) ทว่าการสำรวจนี้ทำมาทั้งหมดสี่ครั้งในปีนี้คือเดือนพฤษภา-มิถุนา และตุลา-พฤศจิกา เกือบทุกครั้งประยุทธ์มาอันดับหนึ่ง ยกเว้นครั้งที่สองตอนกลางเดือนมิถุนา ๖๑ อภิสิทธิ์คว้าตำแหน่งไปครอง

ดูรายละเอียดได้จาก https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_151625

อย่างไรก็ดี คำอธิบายผลโพลนี่เด็ดดวงมาก อ่านแล้วเคลิ้มไปว่าเป็นปราศรัยหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ย้อนยุคไปคล้ายสมัยเป่านกหวีดปิดกรุงเทพฯ นึกว่าทักษิณยังเป็นนายกฯ อยู่ขณะนี้

เขาว่า “พรรคของนายทักษิณ ชินวัตร (ไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย) มาถึงจุดที่กำลังตกต่ำเสื่อมโทรมลงเป็นลำดับ ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้...”

ข้อแรก พรรคทักษิณเคยมีพวกเอ็นจีโอ “ช่วยให้พรรคไทยรักไทยสามารถนำเสนอนโยบายและวาทกรรมที่สำคัญ ๒ เรื่อง” คือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคและกองทุนหมู่บ้าน “แต่ในปัจจุบันเอ็นจีโอส่วนใหญ่กลับยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามพรรคเพื่อไทย”

ความจริงน่าจะกลับกันนะ ที่ตอนแรกพวกเอ็นจีโอไม่ชอบทักษิณว่าอวดดีไม่ฟังพวกกรู แต่ตอนนี้หลังจากอยู่กับ คสช.มาสี่ปีครึ่งแล้วบ้อท่า ภาคประชาชนกำลังจะแห้งตายเลยต้องปล่อยให้พวกพลเดินเท้าเป็นอิสระ อย่างพวกม็อบควนขนุน จนเดี๋ยวนี้มีชาวสวนยางไม่เอา คสช. ทั่วใต้

ข้อสองเรื่อง ไฮเท็คอ้างว่าไทยรักไทยเคยนำหน้าคนอื่น เดี๋ยวนี้ทุกคนมีเหมือนกันหมด ยุคเพื่อไทยเลยหงอย นี่ก็มั่วซั่วเพราะไฮเท็คมีถ้วนทั่วมาแต่สมัย ทรท. ที่เปลี่ยนก็คือ คสช. แต่ก่อนยังงั่ง พอตั้ง ไอโอก็จ้องแต่จะแฮ้คฝ่ายตรงข้ามเอาไปฟ้องคดี เดี๋ยวนี้ริจะเล่นเฟชบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไอจี ดูผลสิ มีแต่คนเข้าไปด่า ไอทู้บ กันมันปาก

ข้อสามโมเมว่าทุกวันนี้พรรคเพื่อไทยขาดบุคคลากรทางวิชาการและยุทธศาสตร์ “ทำให้พรรคขาดความสามารถในการสร้างนโยบายการเงินการคลังที่เป็นประโยชน์แก่คนในสังคมส่วนใหญ่ได้”

นี่ถ้าเพิ่มข้อเท็จจริงไปด้วยว่า มิน่า การเงินไม่มีเข้าคลัง การคลังกำลังจะเหือด (เอาไปซื้อรถถัง เรือดำน้ำ หมด) ด้วยละก็ใช่เลย เพราะปล่อยให้พวกทหารทำ..ยำตำบอนมาเกือบห้าปี โดยเฉพาะเรื่องนโยบายจำนำข้าวที่ตอผุดเมื่อเร็วๆ นี้ว่า คสช. นี่เองเอาข้าวในโกดังไปขายเป็นรำเลี้ยงสัตว์ ข้าวก็หาย เงินก็หด

ยังมีข้อสี่ว่า “พรรคเพื่อไทยในขณะนี้ขาดผู้นำที่มีบารมีและมีภาวะผู้นำที่สูงมากพอที่จะรวบรวมสมาชิกจำนวนมากให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้” อันนี้อ่านแล้วต้องหัวเราะก๊าก ก็เขาแตกพรรคแก้กลโกงของ คสช. แล้วทำท่าจะได้ผล พรรค ทษช.เนี้ยกำลังมาลิ่ว จน พปชร.ต้องให้ลิ่วล้อออกมาเที่ยวโกหกพกลมบิดเบี้ยวความจริงอยู่ขณะนี้ไง

ทำเป็นแก้เกี้ยว แก้เก้อ แก้เกม โพลของนิด้าที่ดันให้สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เฉือนลุงตูบล่าสุด ๒๕ ต่อ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ คนอยากให้เป็นนายกฯ น่ะ