Decode.plus
a day ago ·
ไทยแลนด์ดินแดนขยะลักลอบนำเข้า อีกแล้ว!

เฮลโล่ หนีห่าว คอนนิจิวะ เปิดปุ๊บเจอปั๊บ แล้วอีกหลายตู้ที่ไม่ถูกตรวจจะขนาดไหน ขยะ E-Waste ลักลอบนำเข้ามาจากแหล่งใด? ทั้ง ๆ ที่ไทยหยุดนำเข้ามานานแล้ว
.
ปรากฏการณ์ลักลอบทิ้งขยะของเสียอันตราย ซึ่งเป็น ‘กากสุดท้าย’ ของขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมจำนวนมากที่เกิดขึ้นในเวลาที่ผ่านมา แท้จริงแล้วต้นตอมาจากที่ใด
14 กันยายน 2569 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในการบูรณาการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย “การกระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล” โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และพ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าว
แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ตรงหน้าจะดูไม่แตกต่างจากตู้ใบอื่น ๆ หลายหมื่นหลายพันที่ถูกนำเข้ามายังประเทศไทย ทว่า เมื่อเปิดออกมา กลับพบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก บ้างก็หลอมเป็นแทงยาว บ้างก็หลอมเป็นก้อนอิฐสีเงิน แต่ 6 ใน 10 ตู้ที่ทำการเปิดตรวจสอบในวันนี้ พบว่าเป็นเศษซากวัสดุ ที่มีแผงวงจรผสมอยู่มากและผ่านการคัดแยกมาแล้วชั้นหนึ่งก่อนจะถูกนำมายังประเทศไทย
เฉพาะผลการดำเนินงานด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 (เดือนตุลาคม 2568 - เดือนสิงหาคม 2569) หรือ 11 เดือนที่ผ่านมา กรมศุลกากรสามารถจับกุมสินค้าที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 187 คดี คิดเป็นมูลค่าการจับกุมรวม 234.20 ล้านบาท แบ่งได้ดังนี้
ของเสียอันตราย: 98 คดี | ปริมาณ 6,675,279 กิโลกรัม | มูลค่าการจับกุม 170.56 ล้านบาท
ขยะอิเล็กทรอนิกส์: 56 คดี | ปริมาณ 2,618,531 กิโลกรัม | มูลค่าการจับกุม 28.69 ล้านบาท
CITES (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าต่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์): 18 คดี | ปริมาณ 2,765 ชิ้น/ตัว | มูลค่าการจับกุม 31.07 ล้านบาท
เศษพลาสติก: 15 คดี | ปริมาณ 369,164 กิโลกรัม | มูลค่าการจับกุม 3.86 ล้านบาท
ทางด้าน รัฐมนตรีฯ สุชาติ ซึ่งเป็นประธานในคณะทำงานครั้งนี้ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการ ‘ยาแรง’ แก้ปัญหาการนำเข้าและลักลอบทิ้งขยะพิษ โดยให้หลายหน่วยงานทำงานร่วมกัน ทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ DSI พร้อมตั้งชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะภาคตะวันออกซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก และพบปัญหาการลักลอบทิ้งขยะในหลายพื้นที่
แต่ยาแรงที่ว่าจะทำได้จริงไหม หรือเป็นรูปธรรมอย่างไร?
เมื่อสังคมไทยอาจไม่ได้ขาดยาแรง แต่คือการกำกับใช้ยาแรงตัวนี้อย่างโปร่งใสและใช้ได้จริง
“มันไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นทั้งภูมิภาคอาเซียน สิ่งนี้คือการทำให้ประเทศต่าง ๆ กลายเป็นรัฐอาณานิคมในยุคสมัยใหม่ หรือที่เรียกกันว่าอาณานิคมขยะ(Waste Colonialism)”
Wong Pui Yi ในฐานะ Researcher Consultant จาก BAN Malaysia กล่าว
10 ตู้ที่ถูกเปิดออก ณ ท่าเรือแหลมฉบังในวันนี้อาจเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมหาศาลที่ยังถูกปกปิดไว้ มันทำให้ชี้ชัดแล้วว่าในวันที่รัฐไทยอ่อนแอ ระบบการกำกับดูแลไม่แข็งแรง
ท่ามกลางกระแสสงครามมหาอำนาจ สังคมไทยจะถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับของเสียเหล่านี้ไปอีกเรื่อย ๆ วันนี้อาจกระจุกตัวในภาคตะวันออก แต่ในอนาคตอาจกระจายตัวอยู่หน้าบ้านใครต่อใครก็เป็นได้
และการรื้อฟื้นประเทศชาติจากการกลายเป็นอาณานิคมขยะอาจใช้เวลามากเกินกว่าที่จะจบในคนรุ่นเดียว
.
เขียน : นทธร เกตุชู
ภาพ : พันวิทย์ ภู่กฤษณา
.
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
'ย้อนรอยลอบทิ้งกากฯ จากซากขยะสำแดงเท็จ ก่อนที่ไทยจะกลายเป็น ‘อาณานิคมขยะ’ ของมหามิตรจีน-อเมริกา' ได้ที่ : https://www.thaipbs.or.th/.../20260904-illegal-imported-e...