วันเสาร์, กันยายน 12, 2569

งบประมาณ 2570 เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ส่วนราชการในพระองค์ 9.9 พันล้าน เพิ่ม 632 ล้าน เรื่องมีรายละเอียดเพียง 8 หน้า ทำไมงบประมาณส่วนนี้ ถูกยกขึ้นมาอภิปรายและจับตาอย่างใกล้ชิดจาก ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและภาคประชาชน



ประชาไท Prachatai.com 
19 hours ago
·
งบประมาณ 2570 เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ส่วนราชการในพระองค์เพิ่ม 632 ล้าน
.
ตั้งแต่ปี 2561 งบประมาณส่วนข้าราชการในพระองค์เพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีนี้เพิ่มขึ้น 6.82% หรือเป็นจำนวน 632 ล้านบาท แหล่งข่าวในคณะกรรมาธิการงบประมาณให้ข้อมูลว่า งบส่วนใหญ่เป็น ‘เงินเดือน’ ของบุคลากรในหน่วยงาน ซึ่งได้ถูกโอนย้ายมาเมื่อปี 2560 โดยในปัจจุบันมีบุคลากร 16,102 คน และมีการขึ้นเงินเดือนประมาณ 6% เคยมีการอธิบายไว้ว่ามีกำหนดขึ้นเงินเดือนทุก 3 ปี
.
แผนการดำเนินงานส่วนข้าราชการในพระองค์ในส่วนของพระราชภารกิจและกิจการในพระองค์ทุกด้านดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มี KPI ทะลุเป้าทุกปี ตัวอย่างในปี 2563 ระบุว่ามีแผน 30,000 เรื่อง ได้ผลการดำเนินงาน 113,000 เรื่อง คิดเป็น 378% และจากรายงานปี 2568 มีแผน 60,000 เรื่อง ทำได้ 67,639 เรื่อง
.
หากดูงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันฯ ในภาพรวม พบว่า โครงการถวายความปลอดภัยด้านการบิน และการบินรับ-ส่งบุคคลสำคัญ รวมทั้งการบริหารจัดการด้านความมั่นคงของรัฐบาล สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พบว่าวงเงินเพิ่มขึ้น 1,724 ล้านบาท ซึ่งในรายละเอียดพบว่าเป็นงบลงทุนค่าครุภัณฑ์ ครุภัณฑ์พาหนะและขนส่งโดยเป็นงบผูกพัน เริ่มปี 2569-2572
.
หากดูงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันฯ ในภาพรวม พบว่า กองทัพและหน่วยงานความมั่นคง ตั้งงบรายจ่าย ‘โครงการพิทักษ์รักษา การเทิดทูน และการสนับสนุนภารกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์’ จำนวน 6 รายการ รวมเป็นเงิน 828.59 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความปลอดภัยสูงสุด และได้รับการเทิดทูนอย่างสมพระเกียรติ
.
หากดูงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันฯ ในภาพรวม โดยเฉพาะในส่วนของงบเทิดทูนสถาบัน พบ ‘รายการใหม่’ ค่าใช้จ่ายงานฉลองครบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวม 89.1561 ล้านบาท ในกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงศึกษาธิการ
.
แหล่งข่าวระบุถึงเอกสารเงินปีของพระมหากษัตริย์ ระบุว่า ในหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้รับการจัดสรรเงินปี ปีละ 80 และ 60 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในหลวงทรงมีรับสั่งให้พระราชทานคืนเงินปีทั้งหมด ทั้งของพระองค์เองและพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะที่เงินที่ทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสต่างๆ เช่น วันคล้ายวันพระราชสมภพ มีการเบิกจ่ายตามปกติ ไม่มีการส่งคืนแต่อย่างใด
.
อ่านรายละเอียดทั้งหมดที่https://prachatai.com/journal/2026/09/118698

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1536113351896300&set=a.643704854470492
.....

ประเด็นงบประมาณในส่วนราชการในพระองค์และรายการที่เกี่ยวเนื่อง ถูกยกขึ้นมาอภิปรายและจับตาอย่างใกล้ชิดจาก ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและภาคประชาชน เนื่องจากเหตุผลสำคัญหลายประการ:

1. ข้อจำกัดทางการคลังและภาระงบประมาณแผ่นดิน ในภาวะที่พื้นที่ทางการคลังของประเทศหดแคบลง รัฐบาลต้องเผชิญข้อจำกัดในการจัดหารายรับ แต่การจัดสรรงบประมาณในส่วนราชการในพระองค์มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (เช่น ในปี 2570 เพิ่มขึ้นกว่า 632 ล้านบาท หรือประมาณ 6.8%) ทำให้เกิดคำถามจากฝ่ายตรวจสอบถึงการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเมื่อเทียบกับความต้องการด้านสวัสดิการและวิกฤตเศรษฐกิจของประชาชน

2. ภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลและที่มาของการจัดตั้งงบ แม้จะเป็นงบประมาณของส่วนราชการในพระองค์ แต่ตามหลักการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลฝ่ายบริหารคือผู้รับผิดชอบโดยตรงในการเสนอและจัดสรรงบประมาณ การอภิปรายในสภาจึงเป็นการตั้งคำถามต่อ ความเหมาะสมของรัฐบาล ในการประมาณการค่าใช้จ่ายและกรอบอัตรากำลังพล

3. ความกระจ่างเกี่ยวกับโครงสร้างบุคลากรและรายการงบประมาณ

  • การเพิ่มขึ้นตามอัตรากำลังพล: มีข้อสังเกตว่าการเพิ่มขึ้นของงบประมาณสัมพันธ์กับการโอนย้ายกำลังพลและภารกิจจากหน่วยงานอื่น (เช่น การโอนย้ายกำลังพลจากกองทัพมายังหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนบุคลากรสูงถึงหลักหมื่นนาย ฝ่ายตรวจสอบจึงต้องการคำอธิบายเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
  • ความซ้ำซ้อนของโครงการ: ภาคประชาชนและ สส. มีข้อสังเกตถึงการตั้งงบประมาณถวายความปลอดภัยหรือโครงการเฉลิมพระเกียรติที่กระจายอยู่ในหลายกระทรวง/หน่วยงาน (เช่น งบการบินในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี งบโครงการพระราชดำริในงบกลาง หรือโครงการในกระทรวงต่างๆ) ว่ามีการจัดสรรที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่
4. ระดับการตรวจสอบและการเปิดเผยรายละเอียด (Transparency & Accountability) ส่วนราชการในพระองค์จัดเป็นหน่วยงานรับงบประมาณโดยตรง แต่มีลักษณะเฉพาะในการจัดทำเอกสารงบประมาณและกระบวนการชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ การอภิปรายและติดตามโดยภาคประชาชนจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานความโปร่งใส ให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดรายการคำขอ (Itemized details) ได้เช่นเดียวกับกระทรวงหรือหน่วยงานราชการทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่าที่สุด