
iLaw
17 hours ago
·
ปี 2569 นับเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี จากเหตุการณ์สังหารหมู่ผู้ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และตามมาด้วยกันรัฐประหารยึดอำนาจ ของคณะทหารนำโดยพล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ อันเป็นการ "ทวงคืน" อำนาจของทหารจากยุคประชาธิปไตยที่กำลังเติบโต
.
ในปีนี้ เครือข่ายจัดงานรำลึกเหตุการณ 6ตุลาฯ จึงต้องการที่จะเคลื่อนไหวมากกว่าการรำลึกความสูญเสียจากเหตุความรุนแรง แต่ต้องการจะขยับไปพูดถึงเรื่องมรดกทางกฎหมาย ที่คณะรัฐประหารได้ทิ้งไว้ให้กับบ้านเมือง ต่อเนื่องกันมา 50 ปี นับจากวันนั้น เพื่อให้ความเจ็บปวดในช่วงเวลาที่ผ่านมายังมีความหมายให้เกิดการเรียนรู้และก้าวต่อไป ไม่เพียงย่ำอยู่กับความเจ็บปวดเท่านั้น
หนึ่งในมรดกของเหตุการณ์ 6ตุลาฯ คือ การออกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมาย "หมิ่น" ทั้งระบบ เพื่อควบคุมการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ให้มีอัตราโทษสูงขึ้นเป็นพิเศษ และทำให้กฎหมายหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ดูหมิ่นศาล ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นธง ฯลฯ ในประมวลกฎหมายอาญาของไทย มีอัตราโทษสูง ซึ่งมาจากคำสั่งของคณะรัฐประหารในปี 2519 ไม่ได้มาจากการออกกฎหมายโดยสภาที่ชอบธรรม
กฎหมายมาตราที่สำคัญ คือ มาตรา 112 หรือความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ก่อนปี 2519 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และไม่มีโทษขั้นต่ำ แต่หลังการยึดอำนาจในปี 2519 อัตราโทษถูกเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำคุก 3-15 ปี ด้วยความหวาดกลัวต่อแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์เมื่อ 50 ปีก่อน กฎหมายมาตรานี้ และอัตราโทษที่สูงจึงเป็นมรดกของเหตุการณ์ 6ตุลาฯ โดยแท้
ซึ่งถึงวันนี้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคดีทางการเมืองครั้งแล้วครั้งเล่า เหลือเพียงคดีมาตรา 112 ที่มีคนอยู่ในเรือนจำอย่างน้อย 36 คน ยังไม่ได้รับนิรโทษกรรม และหลายคนต้องเผชิญอัตราโทษจำคุกที่สูง เป็นผลจากกฎหมายนี้
เครือข่ายจัดงานรำลึก 6ตุลาฯ จึงเชิญชวนประชาชนลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ เพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลบมรดกบาปจากการรัฐประหารในปี 2519 และคืนอัตราโทษของความผิดฐาน "หมิ่น" กลับไปเป็นระบบไม่มีโทษขั้นต่ำตามกฎหมายเดิมก่อนปี 2519
เหลือเวลาอีก 1 เดือนเต็มพอดีพอดี ก่อนที่จะถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 อันเป็นวันครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์ความสูญเสีย ชวนช่วยกันลงชื่อเพื่อให้ได้รายชื่อครบภายในวันดังกล่าว https://decoup6octsins.com/
https://www.facebook.com/photo?fbid=1509132621260352&set=a.625664036273886
6 ตุลาคม 2519 เหตุการณ์ที่หลายคนลืมไม่ได้ จำไม่ลง การล้อมปราบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตามมาด้วยการสลายการชุมนุม การสังหารโหด และการจับกุมคุมขังผู้ชุมนุม แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในเย็นวันเดียวกัน คือ “คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” ได้ทำการรัฐประหาร ภายใต้การนำของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่อาจควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยได้ และเข้าใช้อำนาจปกครองประเทศ
เพียง 15 วันหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินได้ออกคำสั่งไปถึง 47 ฉบับ! โดยครอบคลุมการแก้ไขกฎหมายหลายเรื่อง เช่น ให้คดีความผิดของพลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร ให้ยกเลิกกฎหมายเลือกตั้งส.ส. สั่งผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์ต้องขออนุญาตจากคณะรัฐประหารทุกราย ฯลฯ เรียกได้ว่า เป็นช่วงเวลาของการใช้อำนาจคณะรัฐประหารเปลี่ยนแปลงกฎหมายจากระบอบประชาธิปไตยเข้าสู่ระบอบเผด็จการทหารเพื่อการควบคุมอำนาจโดยสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ
คำสั่งหลายฉบับถูกยกเลิกในเวลาต่อมา และบางฉบับก็สิ้นผลไปโดยปริยาย แต่มีฉบับหนึ่งที่ยังคงมีผลใช้บังคับต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน คือ คำสั่งฉบับที่ 41 ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาทั้งหมด 12 มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทและดูหมิ่นทั้งหมด ให้เพิ่มอัตราโทษให้สูงขึ้นเป็นเท่าตัว โดยให้เหตุผลในการออกคำสั่งเพียงสั้นๆ ว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเห็นว่า อัตราโทษในความผิดต่างๆ เหล่านี้ “ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน” จึงสมควรแก้ไขอัตราโทษให้สูงขึ้น
นั่นหมายความว่า อัตราโทษความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นที่สังคมไทยใช้ต่อเนื่องมานานกว่า 50 ปี เป็นอัตราโทษที่คณะรัฐประหารเมื่อปี 2519 กำหนดขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ และสถานการณ์บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อัตราโทษเหล่านี้ยังไม่เคยถูกทบทวนหรือปรับลดให้สอดคล้องกับสังคมในระบอบประชาธิปไตย มีเพียงการขยับอัตราโทษปรับให้สอดคล้องกับค่าเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น กฎหมาย “หมิ่น” ทั้งระบบจึงกลายเป็น “มรดก” ที่ตกทอดมาจากคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจเพื่อควบคุมเหตุการณ์ความรุนแรงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เครือข่ายรณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา ซึ่งประกอบด้วยผู้คนหลากหลายรุ่น ทั้งผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาคมมาด้วยตนเอง และผู้ที่เกิดไม่ทันเหตุการณ์ เห็นร่วมกันว่า เสรีภาพในการแสดงออกเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย แต่จนถึงทุกวันนี้ กฎหมายและโครงสร้างอำนาจจากการรัฐประหารเมื่อปี 2519 ยังทำหน้าที่เป็นโซ่ตรวนแน่นหนาถ่วงรั้งเสรีภาพของประชาชนคนไทย
พวกเราจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ออกโดยคณะรัฐประหารและยังมีผลใช้บังคับมาจนถึงปัจจุบัน การยกเลิกคำสั่งฉบับนี้ไม่เพียงเป็นการลบล้างมรดกทางกฎหมายจากการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 แต่ยังเป็นการปรับอัตราโทษความผิดในประมวลกฎหมายอาญาให้เหมาะสมกับสังคมประชาธิปไตย ดังตารางในรูปภาพ
ร่วมเป็น 1 ใน 50,000 รายชื่อ เสนอยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41
ลงชื่อลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ
