
Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม
7 hours ago
·
[ร่วมเดินหน้า จับตา กกต. จะสั่งฟ้องโกง สว. ตามหลักฐาน หรือจะรับงานระบอบสีน้ำเงิน]
.
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 หรืออีกเพียง 3 วันข้างหน้านี้ กกต. จะต้องมีมติเสียทีว่าจะยื่นคำร้องคดีโกงการเลือก สว. ไปยังศาลฎีกาหรือไม่
.
คดีที่คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต. เอง เคยมีมติสั่งฟ้อง 229 คน
.
ซึ่งเป็น สว. ปัจจุบัน 138 คน
.
เป็น สว. สำรองและสอบตก 50 คน
.
เป็นรัฐมนตรี, สส. และกรรมการบริหารสังกัดพรรคภูมิใจไทย 21 คน
.
เป็นคนในเครือภูมิใจไทย 19 คน
.
และเป็นประมุขตัวจริงของภูมิใจไทย 1 คน
.
ก่อนอื่นเรามาย้ำกันอีกทีว่าตามกฎหมาย พ.ร.ป.การเลือก ส.ว. กกต. ต้องทำอะไร
.
สิ่งที่ กกต. ต้องทำคือส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาพิจารณาอีกทีหนึ่ง เพียงแค่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการทุจริตหรือรู้เห็นการกระทำที่ทำให้การเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม (มาตรา 62)
.
กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ต้องตัดสินเองด้วยซ้ำว่าหลักฐานนั้นแน่นหนารัดตัวผู้ถูกกล่าวให้ได้ไม่มีหลุด ตัวเองเป็นเพียงเสมือน “คนเสิร์ฟอาหาร” จากครัวไปที่โต๊ะ หากเมนูที่ทำมาถูกต้องตามออเดอร์แล้ว จะปฏิเสธไม่เสิร์ฟไม่ได้ ส่วนจะอร่อยจริงหรือไม่ คนทานคือผู้ตัดสิน
.
แล้ว “หลักฐานอันควรเชื่อ” มีอะไรแล้วบ้าง
.
คนใกล้ชิด สส. ภูมิใจไทย หลายๆ คน รับบทในหลายขั้นตอน มีทั้งที่ลงสมัครเพื่อเป็น สว. “ตัวจริง” มีทั้งที่ไปจัดหาผู้สมัคร “ตัวพลีชีพ” มาทุ่มโหวตให้ มีทั้งที่เป็นตัวกลางโอนเงินให้ผู้สมัครช่วงใกล้ๆ วันเลือก มีทั้งที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกพาผู้สมัครเข้าพักโรงแรมศูนย์ทำโพย และมีทั้งที่เป็น “ติวเตอร์” ทำโพยลงคะแนน.
ผู้สมัครแบบจัดทีมกันมาลง กรอกข้อมูลหรือถ่ายรูปใส่ชุดเหมือนๆ กันทั้งอำเภอ หรือลงสมัครกลุ่มที่ผิดจากอาชีพจริงของตัวเองเพื่อกระจายไปหลายๆ กลุ่มให้หลีกกัน เช่น พยาบาลที่ไปลงกลุ่มสื่อสารมวลชน, พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ไปลงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่, ครูที่ไปลงกลุ่มประชาสังคม, ข้าราชการที่ไปลงกลุ่ม “อื่นๆ” ซึ่งมักพบในจังหวัดบ้านใหญ่ภูมิใจไทย.
รายการโอนเงินหลายบาทและหลายครั้งในช่วงใกล้เคียงกับวันเลือก โดยคนใกล้ชิด สส. ภูมิใจไทยโอนกระจายไปให้ผู้สมัครจากจังหวัดเดียวกันหลายคน.
โพยหมายเลขที่ทำกันขึ้นมาเพื่อให้ลงคะแนนตามนั้น ซึ่งเลขที่ปรากฏก็ตรงกันกับ สว. จังหวัดบ้านใหญ่ภูมิใจไทยหลายๆ คน รวมไปถึงการลงคะแนนในบัตรเลือกที่เรียงเลขเหมือนกันเป๊ะๆ ซ้ำกันกลุ่มละไม่ต่ำกว่า 10 ใบ บางกลุ่มเกิน 20 ใบ.
ผู้สมัครหลักพันคนพร้อมใจใส่เสื้อเหลืองกันมาโดยมิได้นัดหมาย (?) ในวันเลือกระดับประเทศ ซึ่งไปตรงกันกับสีเสื้อของเจ้าหน้าที่ กกต. จนแยกได้ยาก และเมื่อเสร็จสิ้นการเลือกก็มีบุคคลพาไปยังรถรับส่งที่จอดอยู่ในจุดลับตาคน.
ข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างผู้สมัครกับ สส. คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ณ คืนที่มีการเลือกระดับประเทศ ณ เวลาที่กระบวนการเลือกยังไม่เสร็จสิ้นและผู้สมัครไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับบุคคลภายนอกได้.
นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด แต่แค่ที่ยกมานี้ แต่ละอย่างก็ดูน่าสงสัยอยู่ในตัวเองแล้ว และยิ่งเมื่อมาประกอบกันยิ่งน่าเชื่อเป็นเท่าทวี จะไม่ให้เชื่อได้เลยแม้แต่น้อยหรือว่าหากมีหลักฐานที่บ่งชี้ทั้งวิธีการใช้งานคน การกระจายผู้สมัคร เส้นเงินที่เชื่อมผู้สมัครกับคนในเครือภูมิใจไทย การทำโพยที่เลขเกือบทั้งหมดตรงกับคนที่ได้เป็น สว. การจัดรถรับส่งและอำนวยการอื่นๆ และการติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้สมัครกับภูมิใจไทยระหว่างกระบวนการเลือก แล้วบังเกิดผลการเลือกที่คนที่ได้คะแนน top 5-6 ของแต่ละกลุ่มคะแนนนำทิ้งห่างคนที่เหลือจนผิดปรกติในทุกๆ กลุ่ม หรือการที่จังหวัดบ้านใหญ่ที่สุดของภูมิใจไทยได้ สว. มากขาดลอยจังหวัดอื่นๆ ประจวบเหมาะถึงขนาดนี้แล้วจะยัง “ไม่น่าเชื่อ” อีกหรือว่าไม่มีการทุจริตเลยแม้แต่น้อย?
.
ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ กกต. จะต้องเลือก เลือกที่จะทำหน้าที่ให้ตรงตามที่กฎหมายให้มีจริงๆ ในการส่งคำร้องต่อไปยังศาลฎีกา ตามหลักฐานอันควรเชื่อที่ปรากฏให้เห็นกันอยู่ทนโท่
.
คนไทยทั้งประเทศรู้กันเป็นอย่างดีถึงที่มาของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ รู้แล้วว่า กกต. ชุดนี้ 4 จาก 7 คน มาจากการเลือกของ สว. ชุดปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับคดีนี้ (ส่วนอีก 3 คนก็ถือเป็นมรดกจาก คสช.) ยิ่งประกอบกับที่ กกต. เองเคยตั้งคณะอนุกรรมการที่ 36 ที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีสายสัมพันธ์กับภูมิใจไทย แล้วมามีมติไม่สั่งฟ้องพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ก็ย่อมเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่ประชาชนจะกังขาว่า กกต. กับ สว. ชุดนี้มีข้อผูกมัดบางอย่างที่จะต้องต่างตอบแทนหรือช่วยอุ้มสมกันหรือไม่
.
แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ ณ ที่นี้ด้วยว่า แม้ว่าจริงอยู่ที่ สว. จะมีอำนาจในการตั้ง กกต. เข้ามา แต่ สว. ไม่ได้มีอำนาจใดๆ ในการจะปลด กกต. ออกไปด้วยได้
.
นั่นหมายความว่าจริงๆ แล้ว กกต. เมื่อถูกแต่งตั้งมาแล้วก็อยู่ในฐานะที่สามารถเลือกจะปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างซื่อตรง ไม่ต้องหวั่นเกรงว่า สว. จะให้คุณให้โทษอะไรอีก นี่จึงเป็นโอกาสแล้วที่ กกต. จะแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ถึงความตรงไปตรงมาและเป็นมืออาชีพจริงๆ หากว่าพวกท่านไม่ได้มีนอกมีในผูกพันอะไรกันกับใครมากไปกว่าที่ควรเป็น
.
เพราะหาก กกต. เลือกใช้อำนาจไปในอีกทางหนึ่ง ก็คงเห็นเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกจากว่าท่านกำลังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบอบที่ปล้นอำนาจจากประชาชน ใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายในการเข้ามายึดครององค์กรรัฐแล้วถลุงเงินภาษีของประชาชนทางหนึ่ง และใช้อำนาจขององค์กรนี้ทำลายความพยายามแก้ไขปัญหาที่ริเริ่มมาจากผู้แทนราษฎรที่รับเจตนารมณ์มาจากประชาชนหากความพยายามริเริ่มนั้นขัดผลประโยชน์ของเครือข่ายฝ่ายตน เป็นการปล้นโอกาสที่ประชาชนจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ในสังคมที่ดีขึ้นอีกทางหนึ่ง ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นดำเนินมาจนถึงขั้นยึด สว. ไว้แล้ว และหาก กกต. ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อตรง ก็จะเป็นส่วนเติมเต็มกระบวนการโกง สว. ให้ครบถ้วนสมบูรณ์อย่างที่ระบอบนี้วาดไว้
.
กกต. ยอมรับตัวเองได้จริงๆ หรือที่จะเป็นอะไรแบบนี้? ส่วนผมนั้นยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด
.
สุดท้ายนี้ผมขอร่วมเป็นอีกเสียงเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกๆ คน หากเราไม่อยากอยู่ในระบอบสีน้ำเงินที่อนุญาตให้พวกคนโกง สว. ประสบความสำเร็จในการโกงที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จทั้งในเอาตัวรอดจากการโกงได้ และจะประสบความสำเร็จอีกในการยกระดับการโกงครั้งต่อไป เราจำเป็นต้องร่วมกันส่งเสียงเตือนดังๆ ครั้งสุดท้ายไปยัง กกต. ในเวลาที่ยังเหลืออยู่ไม่นานก่อนจะมีมติวันจันทร์นี้ โดยสำหรับตัวผมและเพื่อน สส. พรรคประชาชน จะร่วมกิจกรรม #สั่งฟ้องสว ร่วมเดินเท้าไปยังหอศิลป์กรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านมาพบปะกันได้ครับ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1631911468291906&set=a.488371845979213