วันอังคาร, กันยายน 15, 2569

iLaw ชี้มติ กกต. คดีฮั้ว สว. ยอมรับทุจริตจริงแต่ตัดจบไม่ถึงเบื้องหลัง



iLaw ชี้มติ กกต. คดีฮั้ว สว. ยอมรับทุจริตจริงแต่ตัดจบไม่ถึงเบื้องหลัง เตรียมเปิดหลักฐานเชื่อมโยงพรรคการเมืองใหญ่ 20.00 น.

14.09.2026
The Standard

วันนี้(14 กันยายน) iLaw แถลงการณ์ภายหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ระบุว่า iLaw ได้ติดตามกระบวนการเลือก สว. มาตั้งแต่ต้น และพบความผิดปกติหลายประการ อาทิ การที่ผู้สมัครจำนวนมากแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองเหมือนกัน การครอบครองโพยหมายเลขผู้สมัคร รวมถึงรูปแบบการลงคะแนนที่ซ้ำกันอย่างเห็นได้ชัด จนเชื่อได้ว่ามีกระบวนการจัดตั้งผู้สมัครจำนวนมากเพื่อลงคะแนนเลือกบุคคลที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

จากการติดตามพยานหลักฐานของ iLaw พบข้อมูลเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อดีตผู้สมัคร สส. ผู้ช่วย สส. ตลอดจนญาติและบุคคลในครอบครัว โดยมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาผู้สมัคร การโอนเงิน และการนัดรวมกลุ่มตามสถานที่ต่าง ๆ

สำหรับมติของ กกต. ที่สั่งไม่ฟ้องผู้บริหารพรรคการเมือง ยิ่งชีพ ระบุว่า รู้สึกโกรธแต่ไม่เหนือความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม การที่ กกต. มีคำสั่งฟ้อง สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่จำนวน 26 คน จากผู้ถูกกล่าวหากว่า 229 คน ถือเป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าเกิดการทุจริตในการเลือก สว. ปี 2567 ขึ้นจริง เพียงแต่การดำเนินคดียังไปไม่ถึงกลุ่มผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ ทั้งนี้ ในส่วนของ 26 คนที่ถูกสั่งฟ้อง แม้ยังไม่ทราบรายชื่อทั้งหมด แต่ประเมินได้ว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างชัดเจน ส่วนผู้ที่ไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่อาจเกิดจากหลักฐานยังเชื่อมโยงไปไม่ถึง

ยิ่งชีพ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ซึ่งมีชื่ออยู่ในโพยหมายเลข 111 และได้รับคะแนนสูงในการเลือก สว. โดยชี้ว่า หาก กกต. เชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจากเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบุคคลดังกล่าว ก็ควรสอบสวนขยายผลต่อไปยังผู้สมัครรายอื่นที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในโพยใบเดียวกัน

ด้าน บุณยนุช มัทธุจักร ทีมงาน iLaw ชี้ว่า กกต. กำลังวางบทบาทเสมือนศาล จากการประเมินว่าพยานบางรายไม่น่าเชื่อถือและสั่งไม่ฟ้อง ทั้งที่ตามขั้นตอนกฎหมาย หากหลักฐานยังไม่เพียงพอ กกต. มีหน้าที่ต้องแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนการวินิจฉัยความน่าเชื่อถือของพยานควรเป็นอำนาจของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง

ขณะที่ กัลยกร สุนทรพฤกษ์ ทีมงาน iLaw เปิดเผยว่า iLaw เตรียมทยอยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่ถูก กกต. สั่งฟ้อง โดยจะประเดิมด้วยคำให้การของ เอกราช ช่างเหลา อดีต สส. พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญ (รหัส 16/26) ที่ให้ข้อมูลถึงความเชื่อมโยงระหว่างกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยกับกระบวนการเลือก สว. นอกจากนี้ยังพบว่าหมายเลขของ อัษฎางค์ แสวงการ ปรากฏอยู่ในโพยใบเดียวกับ สรชาติ โดยมีพยานระบุว่า อัษฎางค์ ได้พบกับ เอกราช ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น และ เอกราช ได้โทรศัพท์หาบุคคลระดับผู้ใหญ่ในฝั่งบุรีรัมย์ ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารพบสัญญาณโทรศัพท์ระหว่าง เนวิน ชิดชอบ กับ เอกราช จากพื้นที่ขอนแก่นจริง โดย iLaw จะเผยแพร่คำให้การฉบับเต็มของ เอกราช ผ่านทางเพจ iLaw ในเวลา 20.00 น. วันนี้

ยิ่งชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า พยานระดับสำคัญ (Tier 1) มีจำนวน 4 ปาก ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พยานระดับอื่นยังมีอีกหลายร้อยปาก โดย iLaw จะทยอยเปิดเผยทั้งคำให้การ เส้นทางการเงิน และข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ โดยจะมีการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของพยานไว้ก่อน พร้อมย้ำว่าการสืบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติมเป็นหน้าที่ของ กกต. ซึ่งหากพบหลักฐานใหม่ในภายหลังก็สามารถสั่งฟ้องเพิ่มเติมได้

ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ ยิ่งชีพ ยืนยันว่ายังไม่มีการนัดหมายหรือจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวใด ๆ โดยขอรับฟังปฏิกิริยาและเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนต่อประเด็นดังกล่าวก่อนเป็นลำดับแรก












https://thestandard.co/ilaw-gec-senator-election-corruption-evidence/