หลักฐานสนับสนุนข้อเรียกร้องของ ‘ไอลอว์’ ให้ กกต.สั่งฟ้องคดีโกงเลือกตั้ง สว. ต่อผู้ต้องหา ๒๒๙ คนต่อศาลฏีกา นอกจากคำวินิจฉัยของอนุกรรมการ กกต.ชุดที่ ๒๖ แล้ว ยังมีความเห็นของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาฯ
วานนี้ (๒๘ สิงหา) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.คนนั้น หวนมาเข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบฯ เอาผิดต่อไอลอว์โทษฐานเผยแพร่ความเห็นของตน กรณีเห็นควรให้ส่งฟ้องคดีโกงเลือกตั้ง สว. โดยระบุในคำฟ้องว่า
“การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย”
จำเพาะการฟ้องเพื่อแก้เกี้ยว ที่ถูกเปิดโปงการประพฤติผิด แบบเดียวกับที่ กกต.สั่งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยื่นฟ้อง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และไอลอว์ ที่นำสำนวนคดีฮั้ว สว.มาเปิดเผยนั้น เป็นการใช้กระบวนการศาลเพื่อกีดกั้นการตรวจสอบ อย่างน่าละอาย
รศ.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มธ.เห็นว่า “ขนาดแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ออกมาเรียกร้องความโปร่งใส ก็ยังหาเหตุผลอธิบายให้ประชาชนเข้าใจไม่ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร แล้วจะให้ประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ได้อย่างไร”
อจ.มุนินทร์ยังชี้ด้วยว่า “ตกลง คือ กกต. เองก็ไม่มั่นใจการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตัวเอง เลยต้องให้ตำรวจมาช่วยตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต.” งั้นหรือ “งงกันไปหมด” เช่นเดียวกับกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน
ที่พากันไปยืนเกาะโพเดี้ยมแถลงโต้ พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ว่า “เป็นการละเมิดข้อมูลในสำนวนคดี” และ “เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย” หารู้ไม่ว่านั่นละคือกระบวนการกฎหมายแท้จริง
สว.สีน้ำเงินคนหนึ่งกล่าวหาอย่างผิดๆ และก้าวร้าว ด้วยว่า “แทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของ กกต. หรือเป็นการสร้างความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ขอประชาชนเห็นดวงตาเป็นธรรม อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว”
ทั้งที่ การกล่าวหาเขาแบบนั้น เป็นการเหลิงอำนาจ ที่ไม่ได้มีความชอบธรรมตามครรลองของการใช้เหตุและผล รองรับ
(https://www.facebook.com/nationweekend/posts/MXnA6Yj8f, https://www.facebook.com/munin.pongsapan/posts/2LSL1XHF และ https://www.thairath.co.th/news/politic/2955907?=IwY2xjawT_7vALqR6)
