
ตุ๊ดส์review
7 hours ago
·
#แก้รัฐธรรมนูญ ยังไม่เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลอนุทินตีตก
รัฐบาลอนุทินตีตก “ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” แล้วเรียบร้อย เป็นผลให้ต้องเริ่มกระบวนการในสภา ตั้งแต่ต้น ขณะที่ประเทศไทยเสียงบประมาณ เลือกตั้ง + ลงประชามติ 69 สูงถึงเกือบ 9,000 ล้านบาท “คนไทยทำประชามติ เพื่ออะไร?” นี่คือภาพสะท้อนว่า รัฐบาลเคารพเสียงของประชาชนหรือไม่?
การทำประชามติพร้อมการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเกิดขึ้นอย่างทุลักทุเล ด้วยงบจัดการรวม 8,900 ล้านบาท (อ้างจากมติ ครม.ที่อนุมัติ เมื่อ 23 ธันวาคม 2568) แพงกว่า การเลือกตั้งอย่างเดียวเมื่อปี 2566 ถึง 3,000 ล้านบาท
กระบวนการจัดทำใหม่ทั้งฉบับที่ทำได้เร็ว คือ การนำเอาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ค้างในวาระ 2-3 ของรัฐสภา มาพิจารณาต่อ ซึ่ง ครม. ต้องเป็นฝ่ายหยิบยกเสนอต่อรัฐสภาใหม่ ภายใน 60 วันนับแต่การประชุมครั้งแรกของรัฐสภาชุดใหม่
13 พฤษภาคม 2569 คือ วันครบ 60 วัน ซึ่งรัฐบาลแสดงท่าทีแล้วว่า จะปล่อยให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ทำมาเป็นปีตกไป แล้วค่อยไปนับหนึ่งใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปี
กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ยืนยันข้อเท็จจริง "ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ที่ค้างอยู่จากสภาฯ ชุดที่แล้ว จำนวน 31 ฉบับ แต่ในจำนวนนั้น ไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกสู่รัฐธรรมนูญใหม่"
นิกร จำนง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธานวิปรัฐบาล คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีนี้ว่า
"ตามความเข้าใจ เป็นเพราะรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาที่มีความเร่งด่วนก่อน คือ ปัญหาวิกฤติพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
รัฐบาลยังมีเวลาที่จะดำเนินการได้ แม้จะไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของสภาชุดก่อนหน้านี้ และมีเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องอื่นเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีความจำเป็น"
ขณะที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ยืนยันว่า ครม. จะร้องขอให้มีการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างไว้กลับมาพิจารณาต่อหรือไม่ เพียงแต่ย้ำว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมายนั้นต้องเริ่มต้นที่รัฐสภา โดย ครม. มีหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น
คำถาม คือ รัฐบาลล้มเหลวในการเคารพเสียงของประชาชนหรือไม่? จงตรองดู
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1553687262988899&set=a.808136554210644
จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่
— THE STANDARD (@thestandardth) May 7, 2026
ย้อนเส้นทางกระบวนการสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่การริเริ่มเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ไปสู่การผลักดันให้มีประชามติ ผ่านจุดเปลี่ยนและเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองมากมาย จนกระทั่งผลประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนว่ากว่า 60% ของผู้มาใช้สิทธิ… pic.twitter.com/p8d25CvWgg
https://x.com/thestandardth/status/2052328397892653126/
THE STANDARD
@thestandardth
จากเริ่มต้นสู่จุดจบ เส้นทางรัฐธรรมนูญใหม่
ย้อนเส้นทางกระบวนการสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่การริเริ่มเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ไปสู่การผลักดันให้มีประชามติ ผ่านจุดเปลี่ยนและเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองมากมาย จนกระทั่งผลประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนว่ากว่า 60% ของผู้มาใช้สิทธิ ‘เห็นชอบ’ ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่ล่าสุดมีแนวโน้มว่ากระบวนการอาจต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรีไม่ต่ออายุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิมที่ค้างอยู่ในชั้นการพิจารณาของรัฐสภา เป็นเหตุให้ต้องมีการเสนอร่างแก้ไขใหม่เข้ามาอีกครั้ง โดยวิปรัฐบาลประเมินว่ามีเวลาอีกประมาณ 2 ปี ในการแก้ไข