วันพุธ, พฤษภาคม 20, 2569

มายด์พูดชัด ภายใต้รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยนี้ หวังไม่ได้ว่า เหตุการณ์สังหมู่คนเสื้อแดง จะได้รับความยุติธรรม

https://www.facebook.com/patsaravalee/posts/2043162569608116

Patsaravalee Tanakitvibulpon
5 hours ago
·
ขอลงสคริปพูดงานวันนี้เพื่อเป็นการระบายความอึดอัดใจต่อมูฟภจท.เมื่อเย็น
——————————————————————
19 พฤษภาคม เหตุการณ์สังหมู่คนเสื้อแดง กลางเมือง ผ่านมา 16 ปี
เหตุการณ์นี้ยังคงไม่ได้รับความยุติธรรม
อายุความของคดีนี้เหลืออีก 4 ปี
ซึ่งภายใต้รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยนี้
แน่นอนว่าเราก็อาจจะยังไม่ได้เห็นความยุติธรรม
เรายังพอมีโอกาสที่จะทวงความยุติธรรมคืน
หากเรามีรัฐบาลชุดใหม่ที่ให้คุณค่าหลักกับความยุติธรรม
เพราะหลังหมดวาระของรัฐบาลชุดนี้ แม้จะมีเวลาไม่มาก
แต่ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง ที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถเดินหน้าคืนความยุติธรรมได้หากเขาต้องการทำ
ซึ่งเราคงไม่สามารถฝันถึงปลายทางนั้นได้อย่างเบาใจ
หากรัฐสภายังคงถูกกินรวบด้วยกลุ่มการเมืองใด กลุ่มการเมืองหนึ่ง
หากองค์กรอิสระยังคงไม่อิสระและมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส
หากรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการยังคงถูกใช้
และหากรัฐธรรมนูญใหม่เป็นของสีน้ำเงิน
เราคงไม่สามารถฝันถึงปลายทางที่จะทวงความยุติธรรมคืนได้จริงๆ
วันนี้พรรคภจท.ได้ประกาศโรดแมพการจัดทำรธน.ใหม่
ที่ดูเร่งมาก จนอาจทำให้เราต้องไปลงประชามติช่วงเดือนมกราปี 70 และได้พูดถึงสาระสำคัญของโมเดลในการเลือกคนมาร่างรธนใหม่ว่า
- สสร. จำนวน 100 สำรองอีก 300 คนจะมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา หมายความว่าเขาตัดโอกาสประชาชนในการเลือกตั้งสสร.ทิ้ง แล้วให้รัฐสภาที่พวกเขาได้เปรียบกว่าใครเป็นคนจิ้มเลือก
- กมธ.ยกร่าง 45 คน และ กมธ.รับฟังความเห็น 45 คน ก็จะมาจากสสร. 100 คนและสสร.สำรอง 300 คนที่พวกเขาจิ้มเลือกมาในตอนต้น
- และสุดท้ายคือการเพิ่มสิทธิพิเศษให้สว.ในการเห็นชอบ ร่างรธน. หมายความว่ารธน.ใหม่จะออกสู่การทำประชามติได้ต้องผ่านเสียงสว. 1 ใน 4 หรือราว 50 คน จึงจะผ่านได้
ซึ่งสว.เสียงข้างมากมีอยู่ราว 160 คน จาก 200 คนนั่นหมายความว่า ไม่ว่าร่างจะดีต่อประชาชน หรือไม่ดีต่อประชาชน สว.เสียงส่วนใหญ่ก็จะอนุญาตให้เดินหน้าต่อ หรือจะเบรคหัวทิ่มก็ได้หมด
เห็นโมเดลแบบนี้แล้ว ฝันที่จะไปสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนยิ่งริบหรี่ ซึ่งหลักการสำคัญที่เราคิดว่าหากจะออกแบบร่าง ต้องยึดถือหลักการที่ว่าประชาชนคือหัวใจของการจัดทำ รัฐธรรมนูญใหม่นี้จึงจะดีกับประชาชนจริง
- ประชาชนต้องมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ร่างของภจท. ประชาชนไม่ได้เลือกแต่ต้น และมีประชาชนเป็นเสมือนตราประทับเฉยๆ
ดังนั้นรธน.ใหม่ภายใต้กระบวนของภจท. จึงไม่มีความชอบธรรมมากพอที่จะบอกว่าการเร่งนี้ ทำไปเพราะเห็นแก่ประชาชน 21.6 ล้านเสียง มันจะไม่ใช่รัฐธรรมนูญของประชาชนเลย
- การร่างรธน.ใหม่ต้องป้องกันการกินรวบ การผูกขาด
ไม่ให้กลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่งคุมทิศทางในการร่างรธน.ใหม่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ซึ่งแนวทางของภจท.คือหากใครมีเสียงข้างมากในสภา ก็จิ้มเลือกคนได้มาก แล้วใครเสียงมากสุด ก็ภจท.อีก
- ต้องไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้สว.
เพราะสว.มาจากการเลือกกันเอง ต้องไม่มีสิทธิพิเศษมากกว่าสส.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน
** การไม่ให้อำนาจสว.เห็นชอบรธน.ใหม่ ไม่ใช่การตัดอำนาจสว.แต่อย่างใด เพราะเรื่องการจัดทำรธน.ใหม่ ไม่เคยมีระบุไว้ในรธน.แต่ต้น ตามรธน.ระบุแค่สว.มีอำนาจในการเห็นชอบการแก้ไขรธน.เท่านั้น ไม่เกี่ยวกันกับการทำฉบับใหม่
ดังนั้นสว.อย่ามางอแง ว่าคนอื่นๆจะตัดอำนาจตนทำไม เพราะพวกคุณยังไม่ได้มีอำนาจนั้นเลยด้วยซ้ำ
จาก 3 ข้อที่พูดมา โมเดลที่ภจท.พูดวันนี้ ขัดทุกเรื่อง
นี่จะไม่ใช่การทำรธน.ใหม่เพื่อประชาชน แต่เป็นการทำเพื่อสีน้ำเงิน และชนชั้นนำให้อยู่ได้อย่างสุขสบายเท่านั้น
ซึ่งการทวงคืนความเป็นธรรม
การทวงคือความยุติธรรม จะเกิดขึ้นได้
ก็ต่อเมื่อกลไกทางการเมืองมีประชาชนเป็นหัวใจหลัก
มีกลไกที่ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ โดยไม่ต้องขูดรีดตัวเองเพื่อร้องขอ
มีฝ่ายบริหารที่สำนึกถึงหน้าที่ต่อประชาชน
มีรัฐสภาที่พร้อมเพิ่มช่องทางให้ประชาชนปกป้องตัวเองได้
และ มีองค์กรอิสระที่คอยเป็นตัวช่วยปกป้องประชาชน
ไม่ใช่ตัวขัดขวางประชาชนเช่นทุกวันนี้
ดังนั้น เราคงไม่สามารถยอมให้มีรธน.ใหม่แบบฉบับสีน้ำเงินเกิดขึ้นได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าสุดท้ายประชาชนจะอยู่ตรงไหนในรธน.สีน้ำเงินนี้ หรือแท้จริงอาจเป็นได้เพียงตัวประกอบของการแบ่งเค้กของชนชั้นนำเสียด้วยซ้ำ
ซึ่งหากไม่มีพรรคไหนเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน นั่นอาจจะถึงเวลาที่เราต้องทำเอง
และหากเราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว
แต่ไม่สามารถหยุดยั้งสีน้ำเงินได้
เมื่อถึงเวลาที่เราต้องไปทำประชามติปี 70
การออกไปโหวตโนโมเดลของสีน้ำเงิน
คงจำเป็นอย่างมากที่ต้องทำ
เพื่อยืนยันตามระบอบประชาธิปไตย ที่ว่า
อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน