ความเสียหายครั้งก่อน ยังไม่มีหน่วยงานใดประเมินความเสียหาย ยังไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาและฟื้นฟู หายนะครั้งใหม่กำลังถาโถมเข้ามา นี่ไม่ใช่หายนะของชาวระยอง แต่เป็นหายนะของคนไทย และทะเลไทยด้วย #น้ํามันรั่วมาบตาพุด #น้ํามันรั่วระยอง
— Bencha Saengchantra (@BenchaMFP) February 12, 2022
คลิป:zoomระยอง pic.twitter.com/YEOHhYDLkd
.....
ภาณุพงศ์ จาดนอก
8h ·
# จากกรณีน้ำมันรั่ว(ซ้ำซาก)ที่ระยอง ผมในฐานะเด็กระยองคนนึงที่เกิดและเติบโตมาในจังหวัดนี้ ขอเป็นกระบอกเล็กๆเพื่อพี่น้องชาวระยอง และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่ว ขอตั้งข้อสังเกตุกับความไม่ชอบมาพากลของรัฐและเอกชน ดังนี้
1.ในครั้งแรกทำไมปล่อยเรือต้นเหตุกลับประเทศไป โดยไม่ยึดเป็นของกลางตรวจสอบปริมาณน้ำมันรั่วที่แท้จริง
.
2.ข้อมูลที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไร้ความน่าเชื่อถือจำนวนน้ำมันดิบที่แท้จริงต้องตรวจสอบทางการบันทึกทางบัญชีที่เชื่อถือได้ ว่าก่อนน่ำมันจะรั่ว น้ำมันในที่กักเก็บมีเท่าไหร่ ค้างท่อเท่าไหร่ ถ่ายเทจากเรือมาเท่าไหร่ ส่วนที่หายไปคือจำนวนที่แท้จริง ตัวเลขตรงนี้ไม่มีการเปิดเผยและไม่มีการตรวจสอบเรือ ไม่ใช่คาดคะเนจากน้ำมันที่รั่วไหลในทะเล
.
3.วิธีเก็บกู้ไร้มาตรฐานนึกอยากจะโปรยสาร Dispersant ก็โปรยเลย ทำไมไม่ใช้บูมล้อมแล้วใช้ skimmer ดูดและซับออก
.
4.การใช้สาร Dispersant จำนวนมาก ปกติใช้ 1:10 การรั่วไหลครั้งแรกใช้ไปกว่า 85,000 ลิตร น่าสงสัยว่าปริมาณน้ำมันรั่วจริงอาจสูงถึง 850,000 ลิตร หรือถ้าไม่ใช่ตัวเลขนี้ก็ถือเป็นการใช้สารเคมีเกินความจำเป็นส่งผลต่อระบบนิเวศเกินควรไม่ว่าด้านใดก็ถือว่าไม่น่าไว้วางใจ
.
5.รัฐและเอกชนไม่เคยเห็นหัวประชาชนคนระยอง ไม่เคยให้ประชาชนชาวประมงที่เป็นพรานทะเลผู้รู้จักทะเลดีที่สุดเข้าร่วมกระบวนการเก็บกู้ ตรวจสอบประเมินผล หรือเป็นเพราะมีอะไรหมกเม็ด ทำตัวเป็นรัฐคุณพ่อรู้ดีปิดหูปิดตาประชาชน
.
6.การสื่อสารภาครัฐที่สับสน บางหน่วยงานบอกให้งดออกเรือ งดจับสัตว์น้ำ เป็นเวลา 1 เดือนเพื่อความปลอดภัยจากสารตกค้าง แต่รัฐมนตรีช่วยสาธารณะสุขกลับไปกินอาหารทะเลโชว์ อบจ.จัดงานกินอาหารทะเลใหญ่โต วันที่ 12-14 นี้ ทั้งที่ยังผ่านไม่ไปถึงเดือนแถมยังมีน้ำมันรั่วซ้ำ แต่ยังคงจัดงานกัน ตกลงอาหารทะเลปลอดภัยแล้วหรือยัง จริงอยู่ว่าการสร้างความเชื่อมั่นให้คนมาเที่ยวมากินอาหารทะเลจะช่วยชาวบ้านผู้ประกอบการได้แต่นั่นต้องอิงบนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ไม่ใช่การสร้างภาพ
.
7.การชดเชยความเสียหายยังล่าช้าไร้ความชัดเจนและดูเหมือนจะมีความพยายามกดตัวเลขให้ต่ำกว่าความเสียหายจริง โดยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มเล็กๆบางกลุ่มยอมรับค่าชดเชยต่ำๆนำร่อง ขอให้จับตาเรื่องนี้ให้ดี
.
8.การฟื้นฟูทะเลจะมีการดำเนินการหรือไม่อย่างไร เพราะจากเหตุการณ์เมื่อปี 2556 ก็ทำแบบขอไปที จนทำให้มีการฟื้นฟูน้อยมากความสมบูรณ์ที่เคยมีไม่เหมือนเดิมตัวชี้วัดสำคัญคือเคยที่แทบจะหายไปจากทะเลระยอง
.
9.ท่อต้นเหตุที่มีอายุการใช้งานเกือบ 30 ปีใกล้หมดอายุและเกิดปัญหาแล้วยังไร้วี่แววมาตรการในการสร้างท่อสร้างทุ่นใหม่ เมื่อไหร่จะเลิกใช้จุดนี้ เพื่อความปลอดภัยและได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีความปลอดภัยและแก้ไขเหตุฉุกเฉินได้ดีกว่านี้
.
10.น้ำมันที่ถูกสารละลายให้จมลงไปใต้ท้องทะเลอาจยังมีอยู่จำนวนมากพี่น้องชาวประมงคาดการณ์ว่าเมื่อเข้าฤดูมรสุมอาจถูกพัดขึ้นมาจำนวนมาก
ทั้งหมดทั้งปวงเป็นข้อสังเกตุสำคัญคือดูเหมือนมีความไม่ชอบมาพากลอยู่ในหลายจุดหลายขั้นตอนที่ประชาชนต้องช่วยกันจับตา ฝากให้ทุกคนช่วยแชร์เป็นกระบอกเสียงให้กับคนระยองบ้านผมด้วยครับ #นายทุนคราบน้ำมัน #ประชาชนคราบน้ำตา
ภาณุพงศ์ จาดนอก
8h ·
# จากกรณีน้ำมันรั่ว(ซ้ำซาก)ที่ระยอง ผมในฐานะเด็กระยองคนนึงที่เกิดและเติบโตมาในจังหวัดนี้ ขอเป็นกระบอกเล็กๆเพื่อพี่น้องชาวระยอง และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่ว ขอตั้งข้อสังเกตุกับความไม่ชอบมาพากลของรัฐและเอกชน ดังนี้
1.ในครั้งแรกทำไมปล่อยเรือต้นเหตุกลับประเทศไป โดยไม่ยึดเป็นของกลางตรวจสอบปริมาณน้ำมันรั่วที่แท้จริง
.
2.ข้อมูลที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไร้ความน่าเชื่อถือจำนวนน้ำมันดิบที่แท้จริงต้องตรวจสอบทางการบันทึกทางบัญชีที่เชื่อถือได้ ว่าก่อนน่ำมันจะรั่ว น้ำมันในที่กักเก็บมีเท่าไหร่ ค้างท่อเท่าไหร่ ถ่ายเทจากเรือมาเท่าไหร่ ส่วนที่หายไปคือจำนวนที่แท้จริง ตัวเลขตรงนี้ไม่มีการเปิดเผยและไม่มีการตรวจสอบเรือ ไม่ใช่คาดคะเนจากน้ำมันที่รั่วไหลในทะเล
.
3.วิธีเก็บกู้ไร้มาตรฐานนึกอยากจะโปรยสาร Dispersant ก็โปรยเลย ทำไมไม่ใช้บูมล้อมแล้วใช้ skimmer ดูดและซับออก
.
4.การใช้สาร Dispersant จำนวนมาก ปกติใช้ 1:10 การรั่วไหลครั้งแรกใช้ไปกว่า 85,000 ลิตร น่าสงสัยว่าปริมาณน้ำมันรั่วจริงอาจสูงถึง 850,000 ลิตร หรือถ้าไม่ใช่ตัวเลขนี้ก็ถือเป็นการใช้สารเคมีเกินความจำเป็นส่งผลต่อระบบนิเวศเกินควรไม่ว่าด้านใดก็ถือว่าไม่น่าไว้วางใจ
.
5.รัฐและเอกชนไม่เคยเห็นหัวประชาชนคนระยอง ไม่เคยให้ประชาชนชาวประมงที่เป็นพรานทะเลผู้รู้จักทะเลดีที่สุดเข้าร่วมกระบวนการเก็บกู้ ตรวจสอบประเมินผล หรือเป็นเพราะมีอะไรหมกเม็ด ทำตัวเป็นรัฐคุณพ่อรู้ดีปิดหูปิดตาประชาชน
.
6.การสื่อสารภาครัฐที่สับสน บางหน่วยงานบอกให้งดออกเรือ งดจับสัตว์น้ำ เป็นเวลา 1 เดือนเพื่อความปลอดภัยจากสารตกค้าง แต่รัฐมนตรีช่วยสาธารณะสุขกลับไปกินอาหารทะเลโชว์ อบจ.จัดงานกินอาหารทะเลใหญ่โต วันที่ 12-14 นี้ ทั้งที่ยังผ่านไม่ไปถึงเดือนแถมยังมีน้ำมันรั่วซ้ำ แต่ยังคงจัดงานกัน ตกลงอาหารทะเลปลอดภัยแล้วหรือยัง จริงอยู่ว่าการสร้างความเชื่อมั่นให้คนมาเที่ยวมากินอาหารทะเลจะช่วยชาวบ้านผู้ประกอบการได้แต่นั่นต้องอิงบนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ไม่ใช่การสร้างภาพ
.
7.การชดเชยความเสียหายยังล่าช้าไร้ความชัดเจนและดูเหมือนจะมีความพยายามกดตัวเลขให้ต่ำกว่าความเสียหายจริง โดยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มเล็กๆบางกลุ่มยอมรับค่าชดเชยต่ำๆนำร่อง ขอให้จับตาเรื่องนี้ให้ดี
.
8.การฟื้นฟูทะเลจะมีการดำเนินการหรือไม่อย่างไร เพราะจากเหตุการณ์เมื่อปี 2556 ก็ทำแบบขอไปที จนทำให้มีการฟื้นฟูน้อยมากความสมบูรณ์ที่เคยมีไม่เหมือนเดิมตัวชี้วัดสำคัญคือเคยที่แทบจะหายไปจากทะเลระยอง
.
9.ท่อต้นเหตุที่มีอายุการใช้งานเกือบ 30 ปีใกล้หมดอายุและเกิดปัญหาแล้วยังไร้วี่แววมาตรการในการสร้างท่อสร้างทุ่นใหม่ เมื่อไหร่จะเลิกใช้จุดนี้ เพื่อความปลอดภัยและได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีความปลอดภัยและแก้ไขเหตุฉุกเฉินได้ดีกว่านี้
.
10.น้ำมันที่ถูกสารละลายให้จมลงไปใต้ท้องทะเลอาจยังมีอยู่จำนวนมากพี่น้องชาวประมงคาดการณ์ว่าเมื่อเข้าฤดูมรสุมอาจถูกพัดขึ้นมาจำนวนมาก
ทั้งหมดทั้งปวงเป็นข้อสังเกตุสำคัญคือดูเหมือนมีความไม่ชอบมาพากลอยู่ในหลายจุดหลายขั้นตอนที่ประชาชนต้องช่วยกันจับตา ฝากให้ทุกคนช่วยแชร์เป็นกระบอกเสียงให้กับคนระยองบ้านผมด้วยครับ #นายทุนคราบน้ำมัน #ประชาชนคราบน้ำตา