การเปิดตัว ‘กลุ่ม ๑๖’ ของ ส.ส.พรรคเล็กพรรคน้อย ปลาซิวปลาสร้อย เป็นอีกสัญญานที่บอกว่า ‘พลังประยุทธ์’ ไม่ขลังอีกต่อไป ‘เต้’ แกนนำคนหนึ่งประกาศชัดว่ากลุ่มมุ่งมาด ‘กดดัน’ ให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง และยุบสภาฯ
เฉพาะหน้า จะไม่โหวตตามใบสั่งของรัฐบาล หากเห็นว่าประเด็นนั้น “ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน” ดังเช่นแถลงการณ์ของกลุ่มวันนี้ (๑๐ กุมภา) ไม่เห็นด้วยกับการ “เร่งดำเนินต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว” ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีก ๘ ปี
มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยังเผยด้วยว่ากลุ่มส่งตัวแทนไปพบ ธรรมนัส พรหมเผ่า แห่งกลุ่มพรรคเศรษฐกิจไทยเรียบร้อยแล้ว “บอกว่าเราสองกลุ่มแม้จะแยกกลุ่มกัน แต่หลายเรื่องก็เป็นไปแนวทางเดียวกันได้ในอนาคต” โดยเฉพาะโหวตสวนรัฐบาล
กลุ่มธรรมนัสเพิ่งสร้างผลงานดังกล่าวหมาดๆ ในการโหวตร่างแก้ไข พรบ.สรรพสามิต หรือ ‘สุราก้าวหน้า’ เมื่อพรรคเศรษฐกิจไทยทั้ง ๑๘ คน โหวตหนุนร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลฉบับนั้น แม้นว่าไม่ทำให้กลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล ส่งร่างฯ ไปดองไว้ใน ครม. ๖๐ วัน
ในการประชุมสภาเมื่อวาน มีการพิจารณาร่างกฎหมาย ๕ ฉบับ มีมติไม่รับหลักการร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทย ๒ ฉบับ คือร่างแก้ไข ป.วิอาญา และร่างอนุญาโตตุลาการ อีกสามฉบับเป็นของพรรคก้าวไกล นอกจากร่างฯ สุราก้าวหน้าแล้ว อีกสองฉบับถูกส่งไปดองเช่นกัน
กฎหมายสุราก้าวหน้านั้นค้างพิจารณามาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ส่วนร่าง พรบ.บริหารราชการฉุกเฉินก็ค้างเติ่งมาตั้งแต่ ๑๑ พ.ย.๖๔ ขณะที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมถูกเลื่อนพิจารณามาตั้งแต่ปลายพฤศจิกาปีที่แล้ว ส.ส.คนหนึ่งไม่รับ อ้างเพราะตนเป็นมุสลิม
เท่าพิภพ ลิ้มจิตกร เจ้าของร่าง ยังตั้งความหวังอยู่ว่า “แม้ดอกยังไม่ผลิผล แต่ก็ยังไม่ร่วงลงดิน อยากให้ทุกคนรอผลอันสุกงอมซึ่งอาจจะมาในสมัยประชุมหน้า แล้วค่อยมาชี้ชะตากันใหม่” ซึ่งหมายถึงสมัยประชุมหน้า หลังวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๖๕
บางเสียงวิจารณ์ว่า ในเมื่อ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเข้าประชุมพร้อมหน้าแล้วใยไม่ตีตกไปเสียเลย การประกาศอิสรภาพของ ส.ส.กลุ่ม ๑๖ น่าจะเป็นเหตุหนึ่งที่รัฐบาลยังไม่อาจชี้ตายอะไรได้ เนื่องจากร่างฯ ๓ ฉบับล้วนเป็นกฎหมายที่คนจำนวนมากจับจ้องให้ความสนใจ
แม้แต่ร่างฯ เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็เป็นที่ครหาในหมู่ประชาชนทั่วไปเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ารัฐบาลฉวยโอกาส หรือเสแสร้งอ้างโควิด ใช้ กม.ฉุกเฉิน กีดกั้นการใช้เสรีภาพการแสดงออก เรียกร้องความรับผิดชอบของรัฐบาลในปัญหาเศรษฐกิจ สังคม
จำเพาะการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งรัฐบาลทำการคุมขังแกนนำคณะราษฎร ๖๓ โดยยังไม่ดำเนินการพิจารณาเกือบ ๒๐ คน หลายคนติดคุกมาเป็นเวลาหกเดือนแล้วนั้น ยิ่งทำให้มีการรับช่วงการประท้วงกันต่อ ไม่ย่นย่อ ไม่ยอมหยุดยั้ง
วานนี้มีการให้ประกันตัว ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ ‘ไม้ค์’ ภาณุพงศ์ จาดนอก ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปตามยุทธวิธี ทยอยปล่อยทีละคนสองคน ก่อนหน้านี้ไม่นานปล่อย รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และเบนจา อะปัญ ดูเชิงว่าจะมีการก่อหวอดอีกไหม
แกนนำสำคัญอีกสองคน ที่ทนายเพียรพยายามขอประกันตัวมาแล้วหลายครั้ง ล้วนถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลจำเจว่ายังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จน อานนท์ นำภา และ ‘เพ็นกวิ้น’ พริษฐ์ ชีวารักษ์ ประกาศเลิกยื่นคำร้องประกัน รอสู้คดีโดยไม่ต้องมีข้อผูกมัดใดๆ
“แต่ถึงจะไม่มีการเคลื่อนไหวจากแกนนำในประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความไม่พอใจจะลดลง ดังจะเห็นจากเยาวชนกลุ่ม ‘ทะลุวัง’ เมื่อ” ๘ กุมภา (ข้อสังเกตุของ Thanapol Eawsakul) รวมทั้งการประท้วงวันก่อนๆ ไม่ว่างเว้น
อนึ่ง การทำกิจกรรมถามความเห็นคนทั่วไปว่า “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่” ของกลุ่มทะลุวังที่สยามพารากอน แม้จะได้รับการขัดขวางจากพนักงานห้างและตำรวจอยู่ตลอด ก็ “ปรากฎว่าผลโหวต ๑๐๐% เห็นว่าสร้างความเดือดร้อน” จริง
(https://www.facebook.com/FreeYOUTHth/photos/a.115688233213576/680243730091354, https://www.facebook.com/iLawClub/posts/10166321296640551 และ https://www.matichon.co.th/politics/news_3176644)