‘เป๋า’ ไวรัล เพราะเขากล้าหาญเข้าปะทะกับพลังอำนาจ ‘กินรวบ’ ของยี่ห้อ ‘สีน้ำเงิน’ ทั้งในส่วนของ ‘พรรค’และ ‘พวก’ ทางการเมือง เลยไปถึงองค์กรที่มีอำนาจอิสระ เช่น กกต. แล้วพวกนั้นก็ไม่ยั้งมือเสียด้วย
แต่เขาก็ยืนหยัดเผชิญหน้าโดยไม่ย่นย่อ ชี้แจงว่า “หากท่าน...เห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องดำเนินคดี...โดยไม่สามารถเยียวยาความเสียหายของท่านได้ โดยวิธีการชี้แจงต่อสาธารณะ ผมก็พร้อมที่จะนำข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในมือมากมายในวันนี้...เอาขึ้นพิสูจน์ในชั้นศาล”
แต่นั่นก็ไม่วายหลังจากวิงวอน “ขอร้องและเชิญชวน” ให้ทบทวนเสียก่อน ในเมื่อนายกรัฐมนตรี ตัวเอกในรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดกระบวนการ ฮั้ว สว. ๙ คนที่เขาเปิดหน้า อนุทิน ชาญวีรกูล ให้คนจัดการยื่นฟ้องแต่เพียงผู้เดียว ว่าถูก “หมิ่นประมาท”
ซึ่งถือว่าเป็น “คดีความผิดต่อส่วนตัว” เขาจึงขอร้องต่ออีกว่า “อย่าใช้ตำรวจและกลไกของรัฐเป็นเครื่องมือ” ฟ้องเอง ออกค่าใช้จ่ายเองแบบเดียวกับเขา ไม่ต้องเดือดร้อนเจ้าหน้าที่รัฐต้องมาเหนื่อยแทน นอกจากนั้นยังขอให้ละเว้นใช้ชั้นเชิง ‘วิชามาร’ ทำคดี
อันได้แก่ การฟ้องแยกเป็นหลายคดี ให้ยุ่งยาก สับสน “เสียเวลาโดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย” กับ “อย่าฟ้องคดีทางไกล” ให้เกิดภาระ และความสิ้นเปลืองต่อฝ่ายจำเลย อันเป็นวิธีการ ‘เอาเปรียบ’ อย่างหนึ่งของฝ่ายรัฐ ที่ใช้อยู่ประจำโดยเฉพาะกับคดี ‘หมิ่นประมาทกษัตริย์’
บังเอิญที่เขามีภาษีมากกว่าผู้ต้องหา ๑๑๒ ส่วนมาก ที่เขาอยู่ในองค์กรให้ความรู้ เสนอแนะ และรณรงค์ เพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบที่ประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบ และสามารถเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคพื้นฐานได้ไม่ยาก
ภรรยาสุดที่รักของเขาแนะนำว่า ถ้าต้องถูกฟ้องทางไกล “งั้นก็ไปจัดกิจกรรมที่จังหวัดนั้นๆ เลย” สิ เขาเลยถูกใจ คิดว่าจะเอาอย่างนั้นแหละ “จะขอถือโอกาสไปนัดหมายพบปะอดีตผู้สมัครในจังหวัดนั้นๆ...ไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติม”
พร้อมทั้งจะ “เชิญพยานในจังหวัดต่างๆ ไปยังสถานที่จริงด้วย ไปยังโรงแรมที่จัดประชุม แล้วก็ไปแถลงข่าวตรงนั้น ไปชี้จุดเกิดเหตุกัน จุดที่ทำโพย จุดที่นัดพบ จุดที่ส่งเงิน แล้วก็ทำสารคดี จำลองสถานการณ์จริงกัน” ตามหลักฐานต่างๆ ที่มีคนให้การ
และ พริษฐ์ วัชรสินธุ เอาคลิป (ใหม่) มาเปิดเผย เห็นหน้าประธานวุฒิสภาชุดฮั้ว มงคล สุระสัจจะ นี่ละ กำลังยื่นโพยให้กับเจ้าหน้าที่ กกต.ในวันที่มีการเลือกระดับประเทศกันโน่น แล้วแถมท้ายในตอนนี้ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้แต่งตั้งทนายความของเขาแล้ว
ตามที่ได้ประกาศไว้แต่แรกเริ่มรู้ว่าต้องเจอคดี อานนท์ นำภา ไง เขาบอกว่า “ทนายคนนี้น่าจะชอบไปเที่ยวภาคอีสานเสียด้วย”
(https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/kb9VLqRg, https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/QrWoGDW และ https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/8hGp2vNhur1)
