วันพุธ, กรกฎาคม 29, 2569

กระทรวง ‘ดีอี’ ของ ‘ลูกเทพ’ เหาะเหินเกินลงกา จน ‘ล้นเจ้า’ นิยามความผิดแบบ ๑๑๒ เสียใหม่ (โดยนัยยะ) ขยายมุ้งออกไปถึง พระบรมวงศานุวงศ์ทั่วไป

จะเรียกว่าพวกนี้เหาะเหินเกินลงกา หรือว่า ล้นเจ้า ได้ทั้งนั้น นี่เป็นต้นสายของการเซาะกร่อนบ่อนทำลายจากชั้นใต้ถุนไปสู่เล่าเต๊ง เมื่อกระทรวง ดีอี ของ ลูกเทพ นิยามความผิดแบบ ๑๑๒ เสียใหม่ (โดยนัยยะ) ขยายมุ้งออกไปถึง พระบรมวงศานุวงศ์ทั่วไป

กม.อาญามาตรา ๑๑๒ บอกว่าบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี  รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ ไชยชนก ชิดชอบ เซ็นผ่านประกาศกระทรวงดิจิทัลฉบับใหม่ เรื่องการยื่นศาลระงับการแพร่หลายข้อมูลคอมพิวเตอร์

ขยายความความหมายของคำว่า “เหตุจำเป็นเร่งด่วน” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา ๒๐ วรรคห้า ว่าให้หมายถึงเหตุใดที่ถ้าปล่อยเนิ่นช้า “อาจส่งผลกระทบเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์”

ให้อำนาจเจ้าพนักงานสอบสวนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกลั่นกรองที่ตั้งขึ้น นำยื่นคำร้องต่อศาลโดยตรง ไม่ต้องรอรัฐมนตรีอนุมัติก่อน ยื่นแล้วค่อยแจ้ง รมต.ทีหลังได้ ส่วนเนื้อหาต้องห้ามนอกจากใส่ร้าย ล้อเลียน เสียดสี หรือด้อยค่าแล้ว แค่ พาดพิง ก็ได้

แล้วยังตีความขยายความหมายของคำว่า “ความสงบเรียบร้อย” หรือ “ศีลธรรมอันดีของประชาชน” ให้ถ่างกว้างออกไป จน “น่ากังวลว่าจะกระทบต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน” ไอลอว์ตั้งข้อสังเกตุว่าเพราะกำหนดความหมายหลายรายการ

จำเพาะข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ให้หมายรวมเพิ่มไปถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งหมายถึงฐานันดรระดับหม่อมเจ้าขึ้นไป พวก “ลูกท่านหลานเธอ” เช่นท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยย้อนยุค น่าจะเข้าข่าย

นอกเหนือจากนั้นยังตีความให้หมายถึง สถาบันกษัตริย์ โดยรวม ไอลอว์ให้ตัวอย่าง “กรณีข่าวการ โอนอัตรากำลังพลไปเป็นส่วนราชการในพระองค์ การตั้งคำถามหรือพาดพิงต่อกรมทหารราบที่ ๑1 หรือกรมทหารราบที่ ๑๑” จะเข้าข่ายไหม

(https://www.ilaw.or.th/articles/58837)