วันจันทร์, กรกฎาคม 20, 2569

การคัดกรอง"บัตรคนจน"จากคนที่ถือบัตรเดิมและคนสมัครใหม่รวมกัน 18 ล้านคน รัฐบาลใช้ AI คัดกรองแล้วเหลืออยู่ 9 ล้านคน เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อถกเถียงอย่างหนักในสังคม โดยชาวบ้านจำนวนมากมองว่าระบบ AI หรือการคัดกรองด้วยฐานข้อมูลดิจิทัลนี้ "ยังมีความคลาดเคลื่อนสูง"







การคัดกรอง"บัตรคนจน"จากคนที่ถือบัตรเดิมและคนสมัครใหม่รวมกัน 18 ล้านคน รัฐบาลใช้ AI คัดกรองแล้วเหลืออยู่ 9 ล้านคน

ข้อมูลนี้เป็นความจริงในภาพรวม ทั้งในแง่ของตัวเลขและกระบวนการที่เกิดขึ้นล่าสุด (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2569) โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริงที่สรุปได้ดังนี้

1. ตัวเลขผู้ผ่านเกณฑ์

กระทรวงการคลังเพิ่งประกาศผลการคัดกรองคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบปี 2569 ไปเมื่อวันที่ 16–17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

จำนวนผู้ส่งรายชื่อตรวจสอบ: มีทั้งหมดประมาณ 18.8 ล้านคน (เป็นการล้างไพ่รวมทั้งผู้ถือบัตรรายเดิมและผู้สมัครรายใหม่)

จำนวนผู้ผ่านเกณฑ์: เหลืออยู่ที่ประมาณ 9.5 ล้านคน

จำนวนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์: ตกไปประมาณ 9.3 ล้านคน (เกือบครึ่งหนึ่ง)

2. การใช้เทคโนโลยีและ AI ในการคัดกรอง

รัฐบาลมีการนำเทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะ (AI/Data Analytics) เข้ามาเชื่อมโยงข้อมูลหลังบ้านอย่างเข้มงวดจริง โดยเป็นการดึงฐานข้อมูลจากหลายหน่วยงานเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแบบรายบุคคล เช่น

เกณฑ์รายได้และทรัพย์สิน: ตรวจสอบรายได้สะสม เงินฝาก ตราสารหนี้ และการถือครองหุ้น

กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอื่น ๆ: เช่น การครอบครองที่ดิน วงเงินกู้ บัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งประวัติการซื้อ-ครอบครองรถยนต์

3. ปัญหาและกระแสวิจารณ์ในปัจจุบัน

หลังจากประกาศผลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อถกเถียงอย่างหนักในสังคม โดยชาวบ้านจำนวนมากมองว่าระบบ AI หรือการคัดกรองด้วยฐานข้อมูลดิจิทัลนี้ "ยังมีความคลาดเคลื่อนสูง" เช่น

ผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางที่ยากจนจริง ๆ กลับไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบตรวจพบว่ามีชื่อไปเชื่อมโยงกับการถือครองทรัพย์สินอื่น หรือโดนแอบอ้างชื่อไปทำนิติกรรม/ธุรกิจโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง

💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติม: > สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบนี้ กระทรวงการคลังได้เปิดโอกาสให้สามารถยื่น "ทบทวนสิทธิ" (อุทธรณ์) ได้ โดยต้องไปปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูลโดยตรง ภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง
.....

ประเด็นเรื่อง "ความคลาดเคลื่อนของระบบคัดกรอง" กำลังเป็นข้อถกเถียงและสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในวงกว้างจริง ๆ โดยหลังจากมีการประกาศผลเมื่อวันที่ 16–17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพียงแค่ 2 วันแรก ก็มีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิ์ (อุทธรณ์) พุ่งสูงถึง 2.76 ล้านคน จากกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดประมาณ 9.3 ล้านคน

สาเหตุหลักที่ทำให้สังคมและชาวบ้านมองว่าระบบฐานข้อมูลดิจิทัลที่รัฐนำมาใช้ยังมี "ความคลาดเคลื่อนสูง" และไม่ตรงกับโลกความเป็นจริง มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ดังนี้

1. ปัญหาข้อมูล "ไม่อัปเดต" (Outdated Data)

กระทรวงการคลัง (โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง) ยอมรับตรง ๆ ว่า ระบบคัดกรองรอบนี้ใช้การดึงชุดข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ รวมกันกว่า 9 ล้านชุดข้อมูล แต่ปัญหาคือ "ฐานข้อมูลต้นทางของบางหน่วยงานไม่เป็นปัจจุบัน" * ตัวอย่างที่พบบ่อย: ชาวบ้านบางคนเคยขายรถเก่าพัง ๆ ไปแล้ว หรือรถถูกขโมยไปนานแล้ว แต่ในฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกยังมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ ทำให้ระบบ AI ประเมินว่า "มีทรัพย์สินเกินเกณฑ์" และตัดสิทธิ์ทันที (จนกรมการขนส่งทางบกต้องเปิดให้ชาวบ้านเข้าไปตรวจกรรมสิทธิ์รถฟรีเพื่อแก้ปัญหานี้)

กรณีที่ดิน/ที่อยู่อาศัย: บางคนมีชื่อในโฉนดร่วมกับญาติพี่น้องในที่ดินผืนเล็ก ๆ หรือเป็นที่ดินมรดกที่ทำการเกษตรไม่ได้แล้ว แต่ระบบคำนวณพื้นที่รวมตรง ๆ ทำให้เกินเกณฑ์พื้นที่ที่กำหนด (เช่น เกิน 1 ไร่สำหรับผู้ไม่ใช่เกษตรกร)

2. ปัญหา "จนไม่จริง" ชนะระบบ แต่ "จนจริง" ตกสำรวจ

เป้าหมายของรัฐบาลในรอบนี้คือต้องการบี้คน "จนไม่จริง" ออกจากระบบและเหลือเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางที่สุด แต่ในทางปฏิบัติ เทคโนโลยีกลับมองไม่เห็น "มิติชีวิตจริง" ของชาวบ้าน:

กลุ่ม Gen ดิจิทัล / รับจ้างอิสระ: คนกลุ่มนี้บางส่วนมีความรู้ความเข้าใจนิติกรรม อาจมีช่องทางบริหารจัดการตัวเลขรายได้ในระบบบัญชี ทำให้ผ่านเกณฑ์ได้ง่าย

กลุ่มผู้สูงอายุและคนยากจนในชนบท: คนกลุ่มนี้มักตกเป็นเหยื่อของการ "ถูกแอบอ้างชื่อ" เช่น ถูกลูกหลานหรือนายทุนนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีม้า ไปจดทะเบียนบริษัท หรือไปซื้อรถ โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เรื่องและไม่ได้รับเงินจริง แต่เมื่อ AI ตรวจสอบตามเอกสารหลังบ้าน ก็จะตัดสิทธิ์คนกลุ่มนี้ทันทีเพราะถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือทรัพย์สิน

3. ตัวเลขหายไปครึ่งหนึ่ง นำไปสู่ข้อสั่งการ "รื้อเกณฑ์"

การที่คนหายไปจากระบบเกือบ 10 ล้านคน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคะแนนนิยมและภาพลักษณ์ของรัฐบาล จนทำให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองล่าสุด:

รมช. คมนาคม และฝ่ายการเมือง เริ่มออกมาเคลื่อนไหวชงให้กระทรวงการคลัง "รื้อเกณฑ์คัดกรองใหม่" เนื่องจากเกณฑ์ปัจจุบันตึงเกินไปและทำร้ายคนจนเมืองหรือผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา

ข้อเสนอโมเดล 60/40: มีการเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาโยกกลุ่มที่ตกเกณฑ์บางส่วน หรือปรับสัดส่วนการพิจารณา เพื่อดึงคนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ แต่ติดปัญหาข้อกฎหมาย/เอกสาร ให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบสวัสดิการอีกครั้ง

⚠️ สถานการณ์ปัจจุบัน: > สำหรับชาวบ้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ รัฐบาลเน้นย้ำให้รีบยื่น "ขอทบทวนสิทธิ์" (อุทธรณ์) ผ่านเว็บ welfare.mof.go.th หรือแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" / "เป๋าตัง" ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้ และต้องรีบไปติดต่อหน่วยงานต้นทาง (เช่น ขนส่ง, กรมที่ดิน, ธนาคาร) เพื่อแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 สิงหาคม ก่อนจะมีการประกาศผลรอบอุทธรณ์ในเดือนกันยายน