วันศุกร์, พฤศจิกายน 29, 2567

กระบวนการพิจารณาปิดลับ คดีอานนท์วันนี้ มีคนว่า "ตอนนี้เราปกครองด้วย 'รัฐธรรมนูญ 2467 ฉบับพระยากัลยาณไมตรี' ครับ เนื้อแท้มันคือฉบับนี้


.....

Somsak Jeamteerasakul
11h ·

อานนท์ นำภา ประท้วงคัดค้านการที่ศาลไม่ออกหมายเรียก "ตารางการเดินทางของรัชกาลที่ 10 และเอกสารเกี่ยวกับงบประมาณ โดยอ้างว่าการออกหมายเรียกเอกสารดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6" ("องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้")
คดีอานนท์วันนี้ นอกจากศาลจะสั่งพิจารณาลับแล้ว ศาลยังสั่งห้ามเผยแพร่ข่าว
.
กระบวนการที่ปิดลับ มักเป็นไปโดยไม่ปกติ จำเลยยังไม่ได้ถามค้าน ศาลไม่ออกหมายเรียกพยานอ้างว่าขัดมาตรา 6 รัฐธรรมนูญ นอกจากไม่ออกหมายเรียกพยาน ศาลถือว่าจำเลยไม่ติดใจถามค้านฝั่งโจทก์ และไม่ติดใจสืบพยานฝั่งจำเลย นัดฟังคำพิพากษาเรียบร้อย
.
เถียงกันมากเข้า ศาลก็สั่งขังอานนท์ ไม่ให้จำเลยอยู่ในห้องพิจารณาอีกต่อไป
.
อยากรู้ว่า ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาและมีคำสั่งท่านรู้สึกว่าท่านได้อำนวยความยุติธรรมแล้วจริงหรือ
.....

Atukkit Sawangsuk
9h ·

ตีความมาตรา 6 อยู่เหนือระบอบการปกครอง
.....
ความเห็นหนึ่ง
ตอนนี้เราปกครองด้วย “รัฐธรรมนูญ 2467 ฉบับพระยากัลยาณไมตรี” ครับพี่ถึก เนื้อแท้มันคือฉบับนี้
.....


เปิดร่างรัฐธรรมนูญสมัยรัชกาลที่ 7 ที่ไม่เคยมีการประกาศใช้ ฉบับแรกเป็นของพระยากัลยาณไมตรี “ฟรานซิส บี. แซร์” มี 12 มาตรา ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์ มีพระราชอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี อภิรัฐมนตรี และองคมนตรีสภา อำนาจสูงสุดทางนิติบัญญัติเป็นของพระมหากษัตริย์ ส่วนอีกฉบับเป็นร่างของพระยาศรีวิสารวาจา พระมหากษัตริย์แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง และแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ไม่เกินครึ่งหนึ่ง

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพระยากัลยาณไมตรี (ฉบับแปลโดยวิษณุ เครืองาม)

มาตรา 1
อำนาจอธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์
มาตรา 2
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนายหนึ่งซึ่งรับผิดชอบ ต่อพระองค์ในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งปวง และให้นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งตามพระราชอัธยาศัย
มาตรา 3
ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีทั้งหลาย ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงต่าง ๆ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบต่อพระมหากษัตริย์ในกิจการทั้งปวงของแต่ละกระทรวง และจะต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายทั่วไปของรัฐบาล ดังที่มีพระบรมราชโองการ และรับผิดชอบในการประสานงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุนโยบายดังกล่าว
มาตรา 4
ให้รัฐมนตรีแต่ละนายรับผิดชอบโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี สำหรับงานในกระทรวงของตน และให้ร่วมปฏิบัติภาคกิจตามนโยบายทั่วไปของรัฐบาลตามคำบัญชาของนายกรัฐมนตรี
มาตรา 5
ให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยให้คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยรัฐมนตรีทุกนาย คณะรัฐมนตรีอาจอภิปรายปัญหาสำคัญอันเป็นประโยชน์ได้เสียร่วมกันได้แต่ให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการลงมติทั้งปวง
มาตรา 6
ให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อขอรับพระบรมราชวินิจฉัย ในปัญหาทั้งปวงอันเกี่ยวด้วยนโยบายทั่วไป และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ตาม นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามพระบรมราชโองการ
มาตรา 7
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งมนตรี 5 นาย ประกอบกันเป็น อภิรัฐมนตรีสภา ให้นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกอภิรัฐมนตรีสภาโดยตำแหน่ง แต่ห้ามรัฐมนตรีนายอื่นดำรงตำแหน่งสมาชิกด้วย อภิรัฐมนตรีไม่มีอำนาจทางบริหาร ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม อำนาจหน้าที่ของอภิรัฐมนตรีสภามีเพียงถวายความคิดเห็นแด่พระมหากษัตริย์ ในปัญหาเกี่ยวด้วยนโยบายทั่วไป หรือปัญหาอื่นใดอันมิใช่รายละเอียดเกี่ยวกับงานบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเท่านั้น อภิรัฐมนตรีสภาไม่มีอำนาจเสนอแนะให้แต่งตั้งใครดำรงตำแหน่งใดตลอดจนเสนอแนะรายละเอียดเกี่ยวกับการปกครอง อย่างไรก็ตาม อภิรัฐมนตรีสภามีอำนาจเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี
มาตรา 8
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและถอดถอนสมาชิกองคมนตรีสภาตามพระราชอัธยาศัย
มาตรา 9
ภายในระยะเวลา 3 วันนับแต่วันเสวยราชสมบัติ พระมหากษัตริย์จะทรงเลือกบุคคลหนึ่ง เป็นทายาทด้วยคำแนะนำและยินยอมขององค์มนตรีสภา บุคคลผู้จะเป็นรัชทายาทได้นั้น จะต้องเป็นโอรสของพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินี หรือเป็นบุคคลอื่นซึ่งอยู่ในราชตระกูล แต่ทั้งนี้ไม่จำต้องอยู่ในลำดับฐานะมีพระอิสริยยศสูง หรือมีอาวุโสสูง การกำหนดบุคคลใดให้เป็นรัชทายาทย่อมไม่อาจเพิกถอนได้ แต่อาจถูกทบทวนใหม่ได้ในเวลาสิ้นสุดของทุกกำหนด 5 ปี โดยพระมหากษัตริย์ด้วยคำแนะนำและยินยอมขององคมนตรีสภา หากพระมหากษัตริย์สวรรคตก่อนมีการเลือกรัชทายาท ให้องคมนตรีสภาเลือกบุคคลหนึ่งขึ้นเป็นรัชทายาททันทีหลังจากที่พระมหากษัตริย์สวรรคต ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ตาม สามในสี่ของสมาชิกองคมนตรีสภา ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ย่อมประกอบกันเป็นองค์ประชุมกำหนดตัวรัชทายาท
มาตรา 10
ภายใต้บังคับแห่งพระราชอำนาจสูงสุด ศาลฎีกาและศาลอื่นใดทั้งหลายซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงตั้งขึ้นเป็นคราว ๆ เป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการ
มาตรา 11
อำนาจสูงสุดทางนิติบัญญัติเป็นของพระมหากษัตริย์
มาตรา 12
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนี้กระทำได้โดย พระมหากษัตริย์ประกอบด้วยคำแนะนำและยินยอมจากสามในสี่ของสมาชิกองคมนตรีสภา

ที่มา ประชาไท
(https://prachatai.com/journal/2017/04/71108)


1 วิธีในการสร้างชาติ จะเอาแบบนี้เหรอ ?







https://x.com/ohohohohohohoa/status/1861748876237246765

ชวนฟัง รศ.สมชาย ศิลปปรีชากุล พูดคุยในวงเสวนาเรื่อง "พื้นที่เสรีภาพ ชะตาผู้ต้องขัง และนิรโทษกรรมคดีการเมือง" ในงาน Free Ratsadon on the Road X Amnesty People ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2567

https://www.facebook.com/watch/?v=1235939734155180
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
14h ·

"ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า
คนที่ถูกตัดสินแล้วกลายเป็น
นักโทษความคิดจำนวนมากในสังคมไทย
.
"ส่วนหนึ่งถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว
อีกส่วนหนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ถูกลงโทษ
แต่สิ่งที่จะเป็นปัญหาตามมาก็คือว่า
ทำให้คนอื่น ๆ ระมัดระวัง หรือ 'เซนเซอร์'
ทั้งที่บางเรื่องก็ไม่ได้หมิ่นเหม่ต่อกฎหมายซะด้วยซ้ำ ...."
.
รศ.สมชาย ศิลปปรีชากุล
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
ส่วนหนึ่งของการพูดคุยในวงเสวนาเรื่อง "พื้นที่เสรีภาพ ชะตาผู้ต้องขัง และนิรโทษกรรมคดีการเมือง" ในงาน Free Ratsadon on the Road X Amnesty People ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2567
.
ย้อนดูเทปถ่ายทอดสดย้อนหลัง (https://www.facebook.com/share/v/U4XvvWCK6SHGnHXW)
.
#นิรโทษกรรมประชาชน #FreeRatsadononTheRoad
#amnestypeople #นักโทษการเมือง



ธันวาคมนี้ เรามีนัด ! 3 ธ.ค. ศาลนัดฟังคำพิพากษา จดหมายถึงกษัตริย์ 19 ธ.ค. นี้ ! นัดพิพากษาคดี 112 #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์1 ด้าน “อานนท์” ยืนยันกระบวนพิจารณาคดีไม่ชอบ - โต้แย้งศาลที่ไม่ให้แถลงข่าว ก่อนศาลให้นำตัวออก


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
8h ·

19 ธ.ค. นี้ ! นัดพิพากษาคดี 112 #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์1 ด้าน “อานนท์” ยืนยันกระบวนพิจารณาคดีไม่ชอบ - โต้แย้งศาลที่ไม่ให้แถลงข่าว ก่อนศาลให้นำตัวออก
.
.
วันที่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์ในคดีมาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของ “อานนท์ นำภา” ทนายความสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในแกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 วัย 40 ปี กรณีปราศรัยในการชุมนุม #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563
.
หลังวานนี้ (27 พ.ย. 2567) อานนท์ได้ถอดเสื้อประท้วงในห้องพิจารณา เนื่องจากศาลยืนยันไม่ออกหมายเรียกพยานเอกสารสำคัญที่จะใช้ถามค้านพยานโจทก์ ทำให้ต่อมาศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีโดยลับ และสั่งให้ทนายจำเลยนำพยานจำเลยเข้าสืบต่อในวันนี้
.
ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 711 อานนท์ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล โดยมีเจ้าหน้าที่จากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ตัวแทนจากสถานทูต และประชาชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจ และมีตำรวจศาลเฝ้าประตูอยู่ทั้งภายในและภายนอกห้องพิจารณาคดี คอยคัดกรองบุคคลที่จะเข้าห้องพิจารณาคดี
.
ต่อมา เรืองฤทธิ์ บัวลอย ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนและองค์คณะออกนั่งพิจารณาคดี ยืนยันให้การพิจารณาคดีนี้เป็นไปโดยลับ
.
ทนายความเปิดเผยว่า ก่อนเริ่มการพิจารณาคดี อานนท์แถลงต่อศาลว่า กระบวนพิจารณาในคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีเหตุผลสามประการ ดังนี้
.
1. ศาลไม่ออกหมายเรียกพยานเอกสารสำคัญเข้ามาในคดี
2. ศาลสั่งพิจารณาคดีลับโดยไม่มีเหตุตามกฏหมาย
3. ฝ่ายจำเลยได้ตั้งข้อรังเกียจและขอเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา เนื่องจากศาลแสดงอคติ ซึ่งอาจส่งผลให้จำเลยไม่ได้รับความยุติธรรม
.
จากข้างต้น ทำให้ฝ่ายจำเลยไม่สามารถสืบพยานจำเลยได้ โดยฝ่ายจำเลยจะทำคำแถลงคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีที่ไม่ชอบภายใน 7 วัน เพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป
.
ศาลจึงเห็นว่า เมื่อฝ่ายจำเลยไม่นำพยานเข้าสืบ ถือว่าไม่ติดใจสืบพยาน และให้งดสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 174
.
ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 174 วรรคท้าย วางหลักไว้ว่า ในระหว่างพิจารณา ถ้าศาลเห็นว่าไม่จําเป็นต้องสืบพยานหรือทําการอะไรอีก จะสั่งงดพยานหรือการนั้นเสียก็ได้
.
ต่อมาศาลได้ระบุว่าห้ามแถลงข่าว เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง อานนท์จึงได้โต้แย้งเกี่ยวกับการสั่งพิจารณาคดีลับและห้ามเผยแพร่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต่อมาศาลได้มีคำสั่งให้อานนท์หยุดแถลง แต่อานนท์ยืนยันโต้แย้งในประเด็นนี้ ศาลจึงสั่งให้ตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวอานนท์ออกไปจากห้องพิจารณาคดี อานนท์ถูกนำตัวไปขังที่ห้องขังใต้ถุนศาลในทันที แม้คดีจะยังไม่เสร็จการพิจารณา
.
คดีเสร็จสิ้นการพิจารณา ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 09.00 น.
.
ทั้งนี้ ฝ่ายจำเลยจะยื่นคำแถลงคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีที่ไม่ชอบดังกล่าวต่อไป
.
.
อ่านข่าวบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/71421
.....





Kangaroo court


อานนท์ นำภา
14h ·

คดีที่มีการพิจารณาวันนี้ (28 พ.ย.)คือ คดีปราศรัยในธีมแฮรี่พอตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ที่หน้าร้านแมคโดนัล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นคดีแรกที่อานนท์ถูกสั่งฟ้องด้วยมาตรา 112
.
ในนัดวันที่ 27 พ.ย. ศาลยังคงไม่ออกหมายเรียกพยานหลักฐานที่ทนายขอไป ซึ่งฝ่ายจำเลยมองว่าเป็นส่วนสำคัญในคดี อานนท์จึงไม่ถามค้านพยานโจทก์ ทำให้พยานโจทก์ทั้งหมดเบิกความไปโดยไม่มีการถามค้าน โดยศาลสั่งให้สืบพยานจำเลยในวันรุ่งขึ้นแม้ยังไม่ใช่นัดสืบพยานจำเลย
.
อานนท์จึงถอดเสื้อในห้องพิจารณาเพื่อประท้วงกระบวนการพิจารณา ศาลสั่งพิจารณาลับกระบวนการพิจารณาคดีที่เหลือ อานนท์เขียนคำร้องตั้งข้อรังเกียจผู้พิพากษาที่อาจทำหน้าที่ด้วยอคติ ศาลยกคำร้อง
.
28 พ.ย. อานนท์ขอปฎิเสธกระบวนการสืบพยานจำเลย ซึ่งจะทำให้ตัวเขาและพยานจำเลยที่ยื่นเข้ามาในสำนวนไม่ได้ขึ้นเบิกความในศาล เป็นการปฎิเสธกระบวนการพิจารณาคดีที่ถูกสั่งให้พิจารณาลับ ไม่ออกหมายเรียกพยานหลักฐานให้และยังยกคำร้องขอตั้งข้อรังเกียจผู้พิพากษา ศาลยังไม่อนุญาตให้เผยแพร่เอกสารรายงานกระบวนพิจารณาในวันนี้ด้วย จึงมีการถกเถียงว่าแล้วขอบเขตที่จะนำเสนอสถานการณ์ในคดีนี้อยู่ที่ไหน เราจะพูดอะไรได้บ้าง “ถ้าศาลเหี้ย เราจะพูดได้มั้ย..?” อานนท์ถาม
.
ตลอดเวลาที่มีการถกเถียงกัน ศาลไม่รับฟัง ไม่ให้สอบถามและไม่พยามตอบคำถาม ศาลสั่งให้ตำรวจศาลเอาอานนท์ลงไปขังใต้ถุนศาล และบอกว่าถ้าทนายของอานนท์พูดอะไรก็จะขังทนายด้วย
.
ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ทันทีในวันที่ 19 ธ.ค. 2567
.....

ศาลจิงโจ้ (Kangaroo Court) คืออะไร


‘kangaroo court’ หรือ แปลตรงตัวก็คือศาลจิงโจ้ ไม่ใช่การพิจารณาคดีข้อพิพาทระหว่างจิงโจ้แต่อย่างใด หากแต่คือ ‘ศาลเถื่อน’ อันหมายถึงศาลที่ไม่ดำเนินการพิจารณาคดีโดยคำนึงถึงหลักกฎหมายหรือหลักความยุติธรรม ส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งขึ้นมาทำงานเฉพาะกิจ

สำหรับตุลาการของศาลประเภทนี้จะถูกเรียกว่า ‘mock justice’ แปลให้วัยรุ่นอาจจะเรียกว่า ‘คอสเพลย์ตุลาการ’

แล้วทำไมถึงต้องเรียกว่าศาลจิงโจ้?

มีข้อสันนิษฐานหลากหลายคำอธิบาย เช่น เกิดจากข้อพิพาทในการขุดทองที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1849 โดยมีชาวออสเตรเลียจำนวนมากมาทำงานที่เหมือง จนนำมาสู่การเร่งรีบตัดสินคดีโดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการปัญหาข้อเรียกร้องของคนงาน

อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคือ จิงโจ้มีพฤติกรรมกระโดดไปกระโดดมานั้น ให้นัยยะไปถึงการกระโดดย้ายข้างได้เรื่อยๆ หรือกระโดดข้ามหลักการหรือหลักฐานต่างๆ ได้ เป็นกระบวนการพิจารณาที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เช่น สั่งขังจำเลยที่ยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด เป็นต้น

ความเป็นไปได้อีกประการคือ สมมุติฐานที่ว่าวลีนี้อาจหมายถึงกระเป๋าของจิงโจ้ ซึ่งหมายความว่าศาลอยู่ในกระเป๋าของใครบางคนที่คอยบงการ

อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคำคำนี้เริ่มใช้ขึ้นเมื่อใด คนทั่วไปมักเชื่อว่ามาจากศาลอาญาในดินแดนอาณานิคมของอังกฤษอย่างออสเตรเลีย กระนั้นในพจนานุกรมอ็อกซ์ฟอร์ดได้อ้างถึงการปรากฏครั้งแรกของคำจาก Philip Paxton สิ่งพิมพ์ท้องถิ่นของมลรัฐเท็กซัส สหรัฐ ในปี 1853

ดูเหมือนว่าศาลจิงโจ้นี้จะถูกใช้อย่างมากในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะในกรณีที่ศาลกลายเป็นเครื่องมือการปกครองของรัฐบาลนาซี ในเยอรมนี และกรณีของสตาลิน ในโซเวียต

กระนั้นในช่วงหลังคำนี้ถูกนำมาใช้กับเรียกศาลที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาถาวรก็ได้ แต่คุณสมบัติดีเด่นไม่แพ้กันคือไม่สนใจหลักกฎหมายหรือจรรยาบรรณวิชาชีพใดๆ และที่สำคัญมีการตั้งธงการตัดสินเอาไว้ล่วงหน้า เราอาจจะเห็นได้จากทิศทางของรัฐบาลอำนาจนิยมในหลายประเทศ รัฐบาลเหล่านี้มักใช้อำนาจกดขี่ผ่านกฎหมาย โดยมีศาลทำหน้าที่ไล่ล่ากำจัดศัตรูทางการเมืองและรักษาตำแหน่งของพวกพ้องตนเอง

ถ้าจิงโจ้เป็นอุปมาที่น่ารักไป อาจใช้คำว่า ‘นิติสงคราม’

ที่มา (https://waymagazine.org/what-is-kangaroo-court/)



What would Beethoven think upon hearing his music #moonlightsonata on guitar

https://www.facebook.com/reel/572469095158224/?ref=embed_video



วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 28, 2567

พาดหัวข่าวคำโต “ไทยเนื้อหอม...จะมีการลงทุนเข้ามาจำนวนมาก” แต่ไล่ไม่ทันข่าวสภาพัฒน์ฯ “ปีนี้มีคนตกงาน ๔ แสน ๑ หมื่น เพิ่มขึ้น ๓.๒%”

เมื่อสองวันก่อน @VoiceTVOfficial พาดหัวข่าวคำโต “ไทยเนื้อหอม สหรัฐ-จีน เตรียมตั้งฐานผลิตในไทย” ซึ่งก็ไม่มีอะไรใหม่ เพราะอุตสาหกรรมที่อ้างว่า “จะมีการลงทุนเข้ามาจำนวนมาก” นั้นเป็น Western Digital – Seagate ของสหรัฐ

สองรายนี้ใช้ไทยเป็นฐานผลิตตั้งแต่สมัย น้าชาติ โน่น เงียบกริบสมัย ไอทู้บ ๙ ปี แล้วเพิ่งมาโผล่ใหม่นี่ละ หลังจากที่นายกฯ เสร็จงานเซลฟี่กับกลุ่มนักธุรกิจ USABC กว่า ๕๗ ราย จาก ๓๐ บริษัท และ รมว.พาณิชย์หารือ “หาแนวทางส่งเสริมการค้า-ลงทุน”

“นอกจากนี้ ยังมีบริษัทจีน อยากย้ายฐานเข้ามาไทยอีกจำนวนมาก” ดู key words อยาก กับ จะ แล้วก็นึกถึงสมัยนายกฯ เศรษฐาชีพจรลงเท้า ไปคุยกับธุรกิจ-อุตสาหกรรมต่างประเทศเยอะแยะ ผ่านไปปีกว่าก็ยังไม่เห็นผลเป็นชิ้นเป็นอัน

แต่สมัยนายกฯ อุ๊งอิ๊งนี่ไม่ต้องไป เขามาเอง ก็ยังเห็นภาพลางๆ แบบเศรษฐา ไม่ว่ากันละ เดี๋ยวจะหาว่าติเรือทั้งโกลน ปัญหาอยู่ที่ท่ามกลางข่าววันเว้นสองสามวัน “ปิดโรงงาน ลอยแพคนงาน” คนตกงานกันครั้งหนึ่ง สี่ร้อย แปดร้อย ถึงพันกว่า

แล้วสภาพัฒน์ฯ เพิ่งออกรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาสที่สามของปี ๖๗ นี่ “พบว่าปีนี้มีคนตกงาน ๔ แสน ๑ หมื่น เพิ่มขึ้น ๓.๒% ทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยทำงานมาก่อน กลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อนส่วนใหญ่ การศึกษาสูงสุดระดับปริญญาตรี”

ส่วนกลุ่มที่เคยทำงานมาแล้วก็ “ออกมาจากสาขาขายส่ง ขายปลีก และการผลิต” สำหรับคนที่ว่างงานระยะยาว ตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเช่นกัน “มีจำนวน ๘ หมื่น ๑ พันคน กว่า ๖๕% บอกว่าหางานทำไม่ได้ ๗๑% ไม่เคยทำงานมาก่อน

ซึ่งในจำนวนนี้เกือบ ๓ ใน ๔ อยู่ในช่วงอายุ ๒๐ ถึง ๒๙ ปี” ข้อนี้น่าตกใจมาก ในเมื่อพูดกันอยู่บ่อยๆ ในทางวิชาการว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว คือมีคนสูงอายุ ไม่มีการผลิตและเป็นภาระเลี้ยงดูจากสังคม ทว่าคนในวัยทำงานกลับตกงานเสียนี่

ข่าวสภาพัฒน์ฯ ว่าต่อ “ภาพรวมการจ้างงานในไตรมาส ๓ ปีนี้ยังคงทรงตัว มีงานทำ ๔๐ ล้านคน ลดลงจากไตรมาส ๓ ปี ๖๖ เล็กน้อย ภาคเกษตรยังหดตัวต่อเนื่อง นอกภาคเกษตรขยายตัวได้ โดยเฉพาะสาขาขนส่ง เก็บสินค้า”

แล้วมาลงที่ “การผลิตหดตัว ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตอุตสาหกรรมใหม่” ก็ต้องให้เครดิตรัฐบาล ที่นัด ๕๗ นักธุรกิจ USABC มาคุยพอดี เสียแต่ว่าเหมือนเพิ่งเริ่ม ตั้งไข่ล้มต้มไข่กินมันจะไล่ไม่ทันจำนวนคนตกงานละหนา

(https://x.com/PPTVHD36/status/1861701483689066593 และ https://x.com/VoiceTVOfficial/status/1861411605252317226) 

น้ำท่วมหนักในพื้นที่เมืองทั้ง 3 จังหวัดใต้ ตอนภาคเหนือน้ำท่วมข่าวดังมากๆดันแท็กกันเป็นแสนเป็นล้าน ถึงคราวภาคใต้น้ำท่วมข่าวไม่เคยดังเลย ฝากทุกคนดันแท็กช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้กันหน่อย


The Reporters
11h ·

UPDATE: ‘สรรเพชญ’ จี้รัฐบาล เร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ หวั่น ซ้ำรอยวิกฤตภาคเหนือ ชี้ น้ำท่วมรุนแรงเกินกว่าปกติ อย่ารอจนสถานการณ์บานปลาย
นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมหนัก หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องส่งความช่วยเหลือจากส่วนกลาง เพราะมองว่าเป็นน้ำท่วมตามฤดูกาลและน้ำจะระบายได้รวดเร็ว แต่ข้อมูลจากพื้นที่กลับแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงเกินกว่าปกติ
นายสรรเพชญ ระบุว่า จังหวัดสงขลา ยะลา และพื้นที่อื่น ๆ ในภาคใต้ มีปริมาณฝนสะสมสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพ บ้านเรือนเสียหาย ถนนหลายสายไม่สามารถสัญจรได้ สะท้อนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง
ทั้งนี้ นายสรรเพชญ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งระดมทรัพยากร สรรพกำลัง เข้ารับมือ ไม่ต้องรอให้สถานการณ์บานปลายแล้วค่อยมาแก้ไขทีหลัง พร้อมเสนอให้มหาดไทยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางระบบป้องกันภัยน้ำท่วมระยะยาว ทั้งการพัฒนาระบบระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำ และแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุ
“เราไม่อยากให้สถานการณ์ซ้ำรอยเหมือนภาคเหนือที่ช่วงแรกยืนยันว่าสามารถควบคุมได้ แต่สุดท้ายกลับเสียหายหนัก รัฐบาลต้องจริงจังตั้งแต่ต้น เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” นายสรรเพชญ กล่าว
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #สรรเพชญบุญญามณี #น้ำท่วม #น้ำท่วมภาคใต้ #น้ําท่วมภาคใต้
.....


น้ำท่วมหนักในพื้นที่เมืองทั้ง 3 จังหวัดใต้ | จับตาสถานการณ์ | 27 พ.ย. 67

Thai PBS

Nov 26, 2024 

ฝนที่ตกต่อเนื่องตลอด 5 วัน ทำให้เกิดน้ำสะสมและระบายไม่ทัน ไหลเข้าท่วมเขตเมืองทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่เศรษฐกิจได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพราะผู้ประกอบการบางส่วนขนย้ายข้าวของไม่ทัน 
.....



https://www.facebook.com/TheReportersTH/videos/598415725962015





 




ภาพข่าว กาโสด บันนังสตา สะพานขาด

https://www.facebook.com/watch/?v=3792744814298242



ความยากจนนั้นหาใช่เรื่องโรแมนติกไม่ ใครที่ยังติดใจ กับประโยคที่บอกว่า “--แม้แต่สุนัขก์ตามวัดก็ยังปรากฎว่าไม่มีอดตาย” ของรัชกาลที่ 7 อ่านต่อ...


Suchart Sawadsri
10h ·

ความยากจนนั้นหาใช่เรื่องโรแมนติกไม่
ที่มาของคำว่า "หมาวัดยังไม่อดตาย"
อ้างในเรื่องสั้น "พระแม่คงคา เถ้าแก่บัก และหมา "
โดย "ศรีดาวเรือง" เมื่อ พ.ศ.2520
-----------
ต่อไปนี้เป็นบางตอนจากปาฐกถา "ความฝันเดือนมิถุนา"
โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
นำเสนออาการหลอน 8 ประการ
ในวาระ "91 ปี อภิวัฒน์ 24 มิถุนายน 2475"
-----------
อาการหลอนที่ 2
หลอนที่ 2. คืออุปทานหมู่ที่ผู้คนมักจะชอบโรแมนติคเรื่องเกี่ยวกับปัญหาความยากจน ว่าเป็นเพราะประเทศอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ตามสถิติในปี 2475 อุปทานหมู่ หรือ ความหลอนในเรื่องนี้ เคยมีการสำรวจประเทศสยามว่ามีประชากรอยู่ประมาณ 12 ล้านคน แต่จะมีสุนัข หรือมีหมาอยู่กี่ตัวในเวลานั้นยังไม่มีตัวเลขจากการสำรวจ ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีมากน้อยแค่ไหน ทราบแต่ว่าอุปทานหมู่ หรือความหลอนในเรื่องนี้มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบอยู่เสมอว่า "หมาวัดยังไม่อดตาย" ซึ่งการเปรียบเทียบดังกล่าวนี้ได้ปรากฏครั้งแรกใน "บันทึกพระบรมราชวินิจฉัยเรื่องเค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม" ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 ทรงแสดงความเห็นโต้แย้ง “เค้าโครงเศรษฐกิจ” หรือ “สมุดปกเหลือง” ของนายปรีดี พนมยงค์ ที่มาจากหลักข้อ 3 ในประกาศของคณะราษฎรฉบับที่ 1 ที่บอกว่า “..จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก” และเรื่องนี้ในทางโครงสร้างถือเป็นการประกาศสิ่งที่เรียกว่า “รัฐสวัสดิการ” อย่างเป็นระบบครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย
ตามหลักฐานจากเอกสารชั้นต้น ที่มาของคำว่า “หมาวัดยังไม่อดตาย” นั้นมาจากข้อความโต้แย้งของรัชกาลที่ 7 ดังปรากฏอยู่ในหมวด 2 ว่าด้วยความแร้นแค้นของราษฎร ที่โต้แย้งกับนายปรีดี มีความว่า
(ข้อความในวงเล็บ)
“ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า ราษฎรของเรา ตลอดจนขอทาน ยังมิได้ปรากฏว่าอดตาย คนที่อดตายก็มีแค่คนที่กลืนไม่ลงเพราะเจ็บไข้เท่านั้น แม้แต่สุนักข์ตามวัดก็ปรากฏว่ายังไม่มีอดตาย”
นี่คือที่มาของอาการหลอน หรืออุปทานหมู่ประการที่ 2 ที่ทำให้นายปรีดีถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์คนแรกของประเทศสยาม และได้ถูกรัฐบาลของพระยามโนปกรณ์ฯ บังคับให้ออกนอกประเทศ แต่พระยาพหลฯได้ยึดอำนาจกลับคืนมา โดยอยู่ในอำนาจเพียง 28 วัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้นายปรีดีได้กลับประเทศเท่านั้น และพระยาพหลฯก็ไม่ได้มีความคิดในเรื่องต้องการ "ล้มเจ้า" แต่ประการใด
คำว่า “หมาวัดยังไม่อดตาย” หรือข้อความในภาษาของรัชกาลที่ 7 ก็คือ “สุนัขตามวัดก็ปรากฏว่ายังไม่มีอดตาย”
นี่คือมองปัญหาเศรษฐกิจในแบบโรแมนติก ที่ว่าความยากจนว่าไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย แผ่นดินสยามนั้นยังงดงาม อุดมสมบูรณ์ แม้ว่าในความเป็นจริงจะมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องการ “ทำนาบนหลังคน” มาตลอดก็ตาม
และสืบเนื่องในอีก 46 ปีต่อมา ก็คือ ถ้าใครได้อ่านเรื่องสั้นชื่อ "แม่พระคงคา เถ้าแก่บัก และหมา" ของ “ศรีดาวเรือง” ที่พิมพ์ครั้งแรกในช่วงหลัง "6 ตุลา 19" ก็จะพบว่าความยากจนนั้นหาใช่เรื่องโรแมนติกไม่ เพราะมีหมาขี้เรื้อนในวัดตัวหนึ่งที่ "ศรีดาวเรือง" ได้บรรยายภาพไว้ว่า มันเที่ยวค้นหาของกินจากกองขยะกระทง แต่กลับไม่พบอะไรที่พอกินได้เลย ดังนั้น "สุนักข์วัด" ตัวนั้น
จึง “..ย่อขาลงหย่อนขี้ไว้บนขยะกระทง แล้วก็วิ่งออกจากวัดไป”
ในความเห็นของผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ผู้เขียนเรื่องสั้นชื่อ "พระแม่คงคา เถ้าแก่บัก และหมา" เคยทราบที่มาเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ แต่นี่เปรียบเหมือน Anti thesis ในจิตใต้สำนึกของ "ศรีดาวเรือง" ต่อประโยคที่บอกว่า “--แม้แต่สุนัขก์ตามวัดก็ยังปรากฎว่าไม่มีอดตาย” ของรัชกาลที่ 7 ที่เคยกล่าวโต้แย้ง "เค้าโครงเศรษฐกิจ" ของนายปรีดี พนมยงค์ เมื่อ พ.ศ.2476
อาการหลอน หรืออุปทานหมู่ที่เรียกว่า "หมาวัดยังไม่อดตาย" ของ "ศรีดาวเรือง" ที่ปรากฎในเรื่องสั้นเรื่องนี้ และที่ปรากฎอยู่ใน "สมุดปกขาว" ของรัชกาลที่ 7 เมื่อ พ.ศ.2476 นั้น ผมเข้าใจว่ายังคงดำรงอยู่ต่อมา - แม้ในปัจจุบัน ---
บรรยายภาพ :
"ศรีดาวเรือง" ในวาระได้รับ "รางวัลปีติศิลป์สันติภาพ" ในฐานะนักสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวรรณกรรม ประจำปี พ.ศ.2556 ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2556


อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ #ICC เสนอต่อศาลเพื่อขอให้ออกหมายจับพลเอกอาวุโสพม่า มินอ่องหล่าย ในฐานะ อาชญากรสงคราม กรณีประหัตประหารชาวโรฮิงญา








ICC seeks arrest warrant for Myanmar's president for crimes against Rohingya Muslims

Middle East Eye

Nov 27, 2024

Karim Khan, the International Criminal Court’s (ICC) prosecutor, has announced that he is seeking an arrest warrant for Myanmar’s acting President Min Aung Hlaing for alleged crimes against humanity committed against the Rohingya population.
 
Wednesday’s announcement is the first ICC application for arrest warrants for a senior government official from Myanmar, which for more than a decade has been accused of persecuting the mainly Muslim ethnic group.
 
Khan’s office is planning to file more applications for other senior Myanmar leaders in the future, he said in his announcement.
 
A panel of three judges is now tasked with examining evidence in Khan’s request and issuing the warrants.

https://www.youtube.com/watch?v=bSvJ8tH67CA
.....


Pipob Udomittipong
12h ·

Breaking! อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ #ICC แถลงว่า ได้เสนอต่อศาลเพื่อขอให้ออกหมายจับพลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดี+ผบ.สส. #เมียนมา ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยการบังคับโยกย้ายและการประหัตประหารชาวโรฮิงญา ทั้งที่เกิดขึ้นในเมียนมาและบังคลาเทศ
เมียนมาไม่ได้เป็นรัฐภาคีธรรมนูญกรุงโรม แต่บังคลาเทศเป็นรัฐภาคี ศาลจึงมีเขตอำนาจในการสอบสวนเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2019 ส่วนเหตุการณ์ทารุณกรรมต่อชาวโรฮิงญาเกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2017 อัยการระบุว่า การสอบสวนเรื่องนี้ เป็นการแสดงออกว่าเรายังไม่ลืมชาวโรฮิงญา ซึ่งเหมือนประชาชนที่อื่น ๆ ทั่วโลก ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
แน่นอนว่า ลูกบุญธรรมของเปรมยังคงเดินทางมาไทยได้ แม้ศาล ICC จะออกหมายจับเขาแล้วก็ตาม เพราะรบ.ไทยก็ไม่กล้าไปลงนามในธรรมกรุงโรมเช่นกัน ทำให้การฟ้องคดีคนเสื้อแดงกับศาลโลกเป็นแค่ลมปาก แต่รบ. #แพทองธาร ต้องคิดว่า ควรคบหาและผูกมิตรกับจำเลยตามความผิดร้ายแรงระดับสากลต่อไปหรือไม่ ในฐานะที่ไทยเพิ่งเข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
(https://www.icc-cpi.int/.../statement-icc-prosecutor...)


เหตุใดอิสราเอลจึงตกลงหยุดยิงในเลบานอนแทนที่จะเป็นในฉนวนกาซา


มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้อิสราเอลตัดสินใจเช่นนี้
..
ผลพวงของการโจมตีด้วยจรวดที่ยิงมาจากเลบานอนมายังภาคเหนือของอิสราเอล

27 พฤศจิกายน 2024
บีบีซีไทย

รัฐบาลอิสราเอลประกาศหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็น 1 ใน 2 แนวรบที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ปีที่แล้ว หลังฮามาสโจมตีอิสราเอลซึ่งนำไปสู่สมรภูมิรบระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายในกาซาในเวลาต่อมา

สงครามที่ยกระดับอย่างต่อเนื่องทำให้นักการเมืองและนักวิเคราะห์ทั่วโลกแสดงความกังวลว่าตะวันออกกลางจะเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบในที่สุด

เราถามผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคดังกล่าวว่า เหตุใดจึงมีการประกาศหยุดยิงในเลบานอนแทนที่จะเป็นกาซา และเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

แครีน ทอร์บีย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี แผนกภาษาอาหรับ รายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน

วิธีการที่อิสราเอลเข้าหาศัตรูหลักในสองประเทศ ได้แก่ ฮามาสในกาซา และฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนนั้นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แม้บางส่วนของกาซาอยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอลแล้ว แต่เลบานอนเป็นรัฐอธิปไตยซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกยึดครองโดยอิสราเอลเช่นกัน แต่ถูกต่อต้านต่อเนื่องอย่างหนักจากฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มอื่น ๆ จนต้องถอนตัวออกมา

แม้กองทัพอิสราเอลมีขีดความสามารถทางทหารอย่างมาก รวมถึงมีกองทัพอากาศที่ทรงพลานุภาพ แต่อิสราเอลก็เผชิญกับความยากลำบากในปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน เนื่องจากผ่านไปแล้ว 2 เดือน แต่พวกเขาไม่สามารถควบคุมเมืองทางตอนใต้ของเลบานอนไว้ได้ และไม่สามารถหยุดยั้งการยิงจรวดของฮิซบอลเลาะห์ที่มุ่งเป้าไปยังพื้นที่ตอนเหนือและพื้นที่อื่น ๆ ของอิสราเอลได้

ฮิซบอลเลาะห์ยังสามารถขยายการโจมตีไปยังอิสราเอลได้ไกลมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้คนในเมืองใหญ่ต่าง ๆ และทำให้ผู้คนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังพบว่ากองทัพอิสราเอลในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนต่างได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อิสราเอลยังไม่สามารถสร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้ผู้พลัดถิ่นทางตอนเหนือของประเทศได้กลับมายังบ้านเกิดได้ สิ่งนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ตกลงหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นความเหนื่อยล้าของกองทัพอิสราเอล หรือผลกระทบทางการเมืองและด้านเศรษฐกิจ หลังจากประเทศต้องดึงกำลังสำรองเข้ามาเกี่ยวข้องในความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อย ๆ

ดร.เลลา นิโคลัส ผู้เขียนหนังสือชื่อว่า Global and Regional Strategies in the Middle East (ยุทธศาสตร์ระดับโลกและระดับภูมิภาคในตะวันออกกลาง) ยังกล่าวด้วยว่า “ชาวอิสราเอลยังไม่มีแผนชัดเจนว่าจะทำอย่างไรกับกาซาในอนาคต”

เธอกล่าวเสริมว่า ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวน่าจะถูกทิ้งไว้จนกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในเดือน ม.ค. 2025

ในทางตรงกันข้าม ดูเหมือนว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้นในเลบานอนนั้นมีกรอบที่ชัดเจนมากกว่า เนื่องจากมีพื้นฐานมาจากมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1701 ซึ่งยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์เมื่อปี 2006


ภาพเหมือนของรูฮอลเลาะห์ โคไมนี ในกรุงเบรุต เขาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

กระนั้นข้อตกลงส่วนใหญ่ยังคงมีความไม่ชัดเจนหรือยังคลุมครือ นี่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต้องทบทวนวัตถุประสงค์การริเริ่มเพื่อให้ทำงานต่อได้ แต่สิ่งที่แน่ชัดคืออิสราเอลไม่สามารถขจัดภัยคุกคามของเฮซบอลเลาะห์ได้ทั้งหมด ซึ่งในทางการทหารมันหมายถึงความปลอดภัยในการนำพลเรือนที่อยู่ทางเหนือของอิสราเอลกลับมายังถิ่นฐาน

ฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเหล่าผู้นำ ตัวสถาบัน และหน่วยบัญชาการทหารถูกโจมตีอยู่หลายครั้ง ดูเหมือนว่า จะละทิ้งเงื่อนไขเดิมที่เคยระบุว่า จะไม่หยุดการโจมตีตำแหน่งที่ตั้งของอิสราเอลจนกว่าสงครามในกาซาจะสิ้นสุดลง

“เป็นที่ชัดเจนว่าอิหร่าน (ผู้สนับสนุนทางการเงินและอุดมการณ์ของฮิซบอลเลาะห์) ไม่ต้องการให้ฮิซบอลเลาะห์ถูกดึงเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้อซึ่งจะทำให้พวกเขาอ่อนล้ามากขึ้น” ดร.นิโคลัส กล่าวเสริม

อัดนัน เอล-เบอร์ช ผู้สื่อข่าวบีบีซี แผนกภาษาอาหรับจากฉนวนกาซา

บางคนในฉนวนกาซาบอกว่า ข้อตกลงดังกล่าวทำให้เห็นว่าทางฮิซบอลเลาะห์ตัดสินใจที่จะละทิ้งกลยุทธ์ “ความสมัครสมานของแนวร่วม” ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีร่วมกันระหว่างฮิซบอลเลาะห์และฮามาสในช่วงเริ่มต้นสงครามกับอิสราเอล เพื่อเปิดปฏิบัติการที่สอดคล้องประสานกันระหว่างสมาชิกของสิ่งที่เรียกว่า “กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน" (Axis of resistance) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มอื่น ๆ ในฉนวนกาซา รวมถึงกบฏฮูตีในเยเมน และกลุ่มขนาดเล็กอื่น ๆ ในอิรัก

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนและข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา คือ ฮิซบอลเลาะห์ปล่อยให้การเจรจาอยู่ในมือรัฐบาลเลบานอน ขณะที่ฮามาสเป็นผู้นำเจรจาด้วยตัวเองและปฏิเสธที่จะให้ทางการปาเลสไตน์ในเมืองรามัลเลาะห์เป็นตัวแทนการเจรจา

ความแตกแยกในหมู่ชาวปาเลสไตน์ ความไม่เป็นเอกภาพภายในรัฐ รวมถึงขาดการยอมรับอย่างเป็นทางการในฐานะรัฐ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอลในฉนวนกาซาไปไม่ถึงไหน

ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังกล่าวด้วยว่า เกิดสุญญากาศขึ้นในตำแหน่งผู้นำฮามาส หลังอิสราเอลลอบสังหารบุคคลสำคัญขององค์กร ซึ่งหมายความว่าในตอนนี้ฮามาสไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะเจรจาหยุดยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ความยากลำบากในการสื่อสารระหว่างผู้นำฮามาสทั้งในและนอกฉนวนกาซา ก็ยิ่งทำให้เกิดความท้าทายมากยิ่งขึ้น

ศ.ฟาธี ซาบาห์ นักเขียนและนักวิเคราะห์การเมืองจากกาซาบอกกับบีบีซีว่า “อิสราเอลถือว่าสงครามในกาซาคือสมรภูมิหลัก เนื่องจากฮามาสเป็นฝ่ายจุดชนวนสงครามนี้ ไม่ใช่ฮิซบอลเลาะห์ การโจมตีฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นในอิสราเอล เมื่อพวกเขารู้สึกว่าได้ทำลายศักยภาพของฮามาสในกาซาได้แล้ว”


ศ.ซาบาห์ยังเชื่อว่า ขอบเขตการต่อสู่กับฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมากกว่าและทำให้เกิดภัยคุกคามได้มากกว่าฮามาส ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อิสราเอลนำมาพิจารณาข้อตกลงหยุดยิง

“จรวดของฮิซบอลเลาะห์สามารถไปถึงเมืองต่าง ๆ เช่น กรุงเทลอาวีฟและเมืองไฮฟา ซึ่งมันจะสร้างผลกระทบอย่างสาหัสให้กับอิสราเอล รวมถึงผู้พลัดถิ่นทางเหนือหลายพันคน” ซาบาห์กล่าวกับบีบีซี

เขายังเชื่อว่าประเทศพันธมิตร เช่น สหรัฐฯ และฝรั่งเศสก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของอิสราเอลด้วย เพราะรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ความก้าวร้าวของอิสราเอล” ต่อเลบานอน


ทหารอิสราเอลประจำการในฝั่งอิสราเอล บริเวณพรมแดนที่ติดกับทางตอนใต้ของเลบานอน

มูฮันนาด ตูตุนจี ผู้สื่อข่าวบีบีซี แผนกภาษาอาหรับ ประจำนครเยรูซาเล็ม

มีหลายปัจจัยที่ทำให้อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความเป็นจริงทางการเมืองและการทหารที่แตกต่างกันของเลบานอนและกาซา

ในเลบานอน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งสู้รบกับอิสราเอล เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์การเมืองที่มีขนาดใหญ่ แต่ทางกลุ่มเป็นเพียงตัวแทนของนิกายหนึ่งและเป็นเพียงกลุ่มการเมืองหนึ่งในประเทศเลบานอน โดยนักวิเคราะห์บางคนบอกว่า ไม่ใช่พลเมืองเลบานอนทุกคนที่มีมุมมองต่อประเด็นความขัดแย้งกับอิสราเอล เหมือนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในฉนวนกาซานั้นแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด กองกำลังทางการเมืองและทางทหารเป็นของฮามาส ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอื่น ๆ อีก 2-3 ฝ่ายที่มีจุดยืนต่อต้านอิสราเอลเหมือนกัน

สำหรับชาวอิสราเอล สงครามในเลบานอนนั้นแตกต่างกับสงครามในกาซา

ปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนมีจุดมุ่งหมายเพื่อกำจัดภัยคุกคามทางทหารที่มีต่อผู้อยู่อาศัยทางตอนเหนือของอิสราเอล และพยายามฟื้นฟูความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่ในกาซา อิสราเอลได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะกำจัดฮามาสให้ราบคาบ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ยังไม่บรรลุผล นอกจากนี้ อิสราเอลยังตั้งเป้าที่จะนำตัวประกันที่ถูกคุมขังอยู่ในกาซาจำนวน 101 คน กลับมาให้ได้ ซึ่งมันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่าง 2 ฝ่าย

ยาคอฟ อามิดรอร์ อดีตหัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอลบอกกับบีบีซีว่า ชาวเลบานอนจำนวนมากต่างหวาดกลัวว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของเลบานอน โดยเขากล่าวว่า สิ่งนี้อาจนำไปสู่การทำลายล้างที่คล้าย ๆ กับที่เห็นในชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต

เขายังชี้ให้เห็นว่า อิสราเอลมีความตั้งใจใช้กลยุทธ์แยกเลบานอนออกจากความขัดแย้งในฉนวนกาซา โดยบอกว่ามันเป็นเรื่องสำคัญต่ออิสราเอลอย่างยิ่งที่จะทำให้ประเทศพุ่งเป้าไปที่การกำจัดฮามาสจากฉนวนกาซา

นายอามิดรอร์เน้นย้ำด้วยว่า บททดสอบที่แท้จริงของการตกลงหยุดยิงไม่ใช่ข้อตกลงที่ทำร่วมกัน แต่อยู่ที่ว่าทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการตามข้อตกลงได้หรือไม่ พร้อมกับตั้งคำถามว่าอิสราเอลจะตอบสนองอย่างไร หากฮิซบอลเลาะห์ละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

https://www.bbc.com/thai/articles/cn8lwxqwx2lo


แม้ สนธิ ลิ้มทองกุล ในวันที่ไม่ได้ชูธงสู้เพื่อในหลวง แต่การประเมินสนธิว่าไม่มีพลังการเมืองใดๆแล้ว ที่จะมาทำอะไรรัฐบาลได้ ก็จะนำมาสู่การประเมินที่ผิดพลาด และเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองได้

.....

Thanapol Eawsakul
11h ·

สนธิ ลิ้มทองกุลในวันที่ไม่ได้ชูธงสู้เพื่อในหลวง
...
เป็นข้อผิดพลาดอย่างมาก ที่ประเมินสนธิ 2567= สนธิ 2548
สนธิ 2567 ไม่ได้ชูธงสู้เพื่อในหลวงแล้ว แต่บรรดากูรูการเมืองโดยเฉพาะ พรรคเพื่อไทย ยังประเมิน เป็นสนธิ 2548 อยู่เช่นเดิม
ถ้าใครฟังสนธิ ล่าสุดที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมด ก็จะรู้ว่า สนธิในวันนี้ จับประเด็น ความไม่พอใจของคน ได้อย่างน่าสนใจ
อย่างที่เคย กล่าวไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่า สนธิอาศัย ความเป็นนักข่าวเชิงสืบสวน ของเขา หยิบยกประเด็นทนายตั้ม กรณี The Icon แล้วมา หยิบยกกรณีหมอบุญ วนาสิน ที่ทำแชร์ลูกโซ่โกงเงินคนไปหลักหลายพันล้าน
ในเวทีที่ธรรมศาสตร์สนธิ แทบไม่พูดเรื่องในหลวง หรือรัฐบาลเพื่อไทย กระทำการหมิ่นเเหม่ ต่อสถาบันกษัตริย์เหมือนกรณี สนธิ 2548
แต่ 2567 สนธิเริ่มด้วย การกระทืบทักษิณกรณี ไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียวซึ่งตอนนี้กลายเป็นฉันทามติของทั้งสังคมไปแล้วว่า เรื่องนี้ผิดแน่ๆ
ขณะที่เรื่อง MOU 44 แน่นอนว่าในทางวิชาการ ดูจะเป็นประเด็นที่อ่อน แต่กลายเป็นว่า ความไม่ชัดเจนของทั้งนายกรัฐมนตรีที่ตอบคำถาม แบบไม่ทำการบ้าน ผนวกกับ ครอบครัวชินวัตร กับฮุนเซน ก็มีดีลพิสดาร อยู่เนืองๆ
อย่าลืมนะครับแขกคนแรกของทักษิณหลังจากออกจากโรงพยาบาลตำรวจ แบบไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว คือฮุนเซน
และเรื่องสัมปทาน พลังงานกับกัมพูชา ก็มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับนายทุนพลังงาน ที่สัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทย และทักษิณด้วย
ส่วนพลังทางสังคม โดยเฉพาะนักวิชาการที่เคยหนุนช่วยอธิบายให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์กรณี MOU 44 ตอนนี้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็โดน นางแบกพรรคเพื่อไทย ด่าเช้าเย็นข้อหา ไปเชียร์พรรคส้ม
ดังนั้นการประเมินสนธิว่าไม่มีพลังการเมืองใดๆแล้ว ที่จะมาทำอะไรรัฐบาลได้ ก็จะนำมาสู่การประเมินที่ผิดพลาด และเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง ก็เป็นไปได้
สิ่งเหล่านี้ไม่เคยออกจากปากของบรรดานางแบก นายแบกพรรคเพื่อไทยหรอก
.....