วันพุธ, กรกฎาคม 01, 2569

น่าจับตาดูอย่างยิ่งว่า โครงการรถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน หลังจากนี้ รฟท. และ สกพอ. จะเลือกทางออกไหน ระหว่าง "ยอมแก้สัญญาเพื่อเดินหน้าต่อ" หรือ "ยกเลิกสัญญาแล้วนับหนึ่งใหม่" ซึ่งไม่ว่าจะออกทางไหน ประเทศก็เสียโอกาสและเวลาไปแล้วอย่างปฏิเสธไม่ได้


ข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์-Dailynews
Yesterday
·
7ปีเสียเวลา-ประเทศเสียโอกาสโดยไม่มีใครต้องรับผิดชอบ
*ปล่อยสิ้นสุดสัญญา โครงการรถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน
*ยังต้องแก้ปัญหาคาราคาซังสัญญา4-1ทับซ้อนและARL

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ รฟท., สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน(กลุ่มซีพี) เอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุน

โครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด)เชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ได้ข้อสรุป 2 แนวทางที่จะเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาเดือน ส.ค.2569 ประกอบด้วย

1.การแก้ไขสัญญาฯ ตามร่างสัญญาฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว หาก กพอ. และคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบก็เดินหน้าโครงการฯ

2.หากไม่แก้ไขสัญญาฯ ต้องเข้าสู่กระบวนการสิ้นสุดสัญญา

ทางเอกชนแจ้งว่า หากไม่แก้ไขสัญญาฯ ก็เดินต่อไม่ไหว เนื่องจากปัญหาขณะนี้คือต้องหาแหล่งเงิน กับเงินกู้ เพราะปัจจุบันสถาบันการเงินไม่เชื่อมั่นภายหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 ปริมาณผู้โดยสารเดินทางลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ความคุ้มค่าในการลงทุนลดลง

โจทย์สำคัญในเวลานี้คือจะทำอย่างไรให้สถาบันการเงินกลับมาเชื่อมั่น เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้

ทั้งนี้หากไปต่อไม่ได้ยังมีเส้นทางรถไฟสายตะวันออกที่ให้บริการในพื้นที่อีอีซีได้ ส่วนจะเปิดประมูลหาผู้ร่วมลงทุนรายใหม่หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ต้องหารืออีอีซีก่อน

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ในทางกฎหมายเนื่องจากเป็นการร่วมลงทุน ไม่ใช่การจ้างงาน จึงไม่ใช้คำว่าบอกเลิกสัญญา แต่จะใช้คำว่าสิ้นสุดสัญญา เมื่อมีปัญหาก็ต้องมาเจรจา และแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ซึ่งในสัญญาฯ กำหนดเงื่อนไขรองรับไว้หลายกรณี อาทิ สิ้นสุดสัญญา เพราะครบกำหนดเวลา 50 ปี หรือสิ้นสุดเพราะไม่สามารถออกหนังสือแจ้งให้เอกชนเริ่มงาน(NTP) ได้ หรือสิ้นสุดเพราะต่างฝ่ายต่างแก้ไขปัญหาจนสุดความสามารถแล้ว เป็นต้น

หากต้องสิ้นสุดสัญญาก็ต้องดูว่า เข้าเงื่อนไขสาเหตุใด และแต่ละฝ่ายต้องปฏิบัติอย่างไร สำหรับการบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ตามบันทึกข้อตกลง(MOU) จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2569

ยังมีเวลาหาแนวทางหากต้องสิ้นสุดสัญญารฟท. ไม่ต้องการให้การเดินรถหยุดชะงัก จะให้กระทบผู้โดยสารน้อยที่สุด

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนพื้นที่ทับซ้อนสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ของโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 1 ได้เจรจากับเอกชนแล้ว เอกชนไม่ขัดข้องให้ รฟท. นำงานส่วนนี้กลับมาทำเอง

รฟท. อยู่ระหว่างนำแบบทางวิศวกรรมอันแรกที่ไม่มีรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบินมาทบทวนอีกครั้ง รวมทั้งสรุปวงเงินที่ต้องใช้ก่อนเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. และกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอขออนุมัติจาก ครม. ต่อไป ตั้งเป้าหมายต้องให้ ครม.อนุมัติภายในปี 2569 เพื่อเริ่มก่อสร้างปี 2571 และเปิดบริการทันปี 2574

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด อีอีซี ให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่แก้ไขสัญญาฯ

จึงมีแนวโน้มว่าโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน จะต้องสิ้นสุดสัญญา หลังลงนามสัญญาเมื่อ 24 ต.ค. 2562 เสียเวลาและประเทศเสียโอกาสไป 7 ปี โดยไม่มีใครต้องแสดงความรับผิดชอบ

__________
#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#รถไฟไฮสปีดสามสนามบิน

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1555888785988350&set=a.201870591390183
.....

Atukkit Sawangsuk
·
ย้ำความทรงจำ เซ็นสัญญาหลังประยุทธ์เป็นนายกฯ จากการตั้ง 250 สว. มาโหวตตัวเอง
.....

เพิ่มเติม

ปมปัญหาหลักๆ ที่ทำให้โครงการนี้ "คาราคาซัง" มีอยู่ 3 เรื่องใหญ่ๆ ดังนี้ครับ:

1. ปมสัญญาทับซ้อนช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง (สัญญา 4-1)

ปัญหา: โครงสร้างทางวิ่งช่วงนี้มีความทับซ้อนกับ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา)

ผลกระทบ: ทำให้การก่อสร้างไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มที่ เพราะต้องตกลงกันให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสร้างโครงสร้างร่วมนี้ และจะบริหารจัดการอย่างไร

2. การรับโอนสิทธิบริหาร แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)

ปัญหา: กลุ่มเอเชีย เอรา วัน (ซีพี) เจรจาขอผ่อนผันการจ่ายค่าสิทธิบริหารโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มูลค่ากว่า 10,671 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และจำนวนผู้โดยสารไม่เป็นไปตามเป้าเดิม

ผลกระทบ: กลายเป็นข้อพิพาทและต้องนำไปสู่การเจรจาแก้ไขสัญญาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

3. การแก้ไขสัญญาและกรอบเวลาที่งวดเข้ามา

สถานการณ์: การที่ผู้ว่าการ รฟท. (นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง) ต้องเรียกประชุม 3 ฝ่ายอย่างเร่งด่วน บ่งชี้ว่าโครงการกำลังถึงทางตันหากไม่มีการขยายเวลาหรือปรับเงื่อนไขสัญญา เพราะเงื่อนเวลาเดิมอาจสิ้นสุดลงโดยที่ยังไม่ได้เริ่มตอกเสาเข็มในส่วนหลักๆ เลย

มุมมองสะท้อน: 7 ปีที่สูญเปล่า? ความล่าช้าของโครงการนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ตัวรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น แต่ส่งผลเป็นโดมิโนไปยัง โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพราะหากไม่มีรถไฟไฮสปีดมาเชื่อมต่อ การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการท่องเที่ยวในเขต EEC ก็จะทำได้ยากขึ้นมาก