วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 12, 2565

แนวเดียวกัน ? ซาอุดีอาระเบีย: กำจัดคนเห็นต่าง ขังนักกิจกรรม ตั้ง IO ประชาสัมพันธ์สร้างความนิยม


way magazine
22h ·

ช่วงที่ผ่านมาหากพูดถึงซาอุดีอาระเบียคงไม่พ้น 2 เรื่อง หนึ่ง-การซื้อสโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษอย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สอง-การคืนความสัมพันธ์ในรอบ 30 ปี ระหว่างซาอุฯ กับไทย

สองเรื่องนี้เกี่ยวโยงโดยตรงกับ เจ้าชายมูฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) หรือที่มักเรียกกันด้วยชื่อย่อว่า ‘MBS’ มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ผู้ทำหน้าที่ปกครองประเทศที่แท้จริง เนื่องจาก King Salman ผู้เป็นกษัตริย์และพ่อของ MBS กำลังประสบกับปัญหาสุขภาพอย่างหนัก

Vision 2030 คือแผนพัฒนาประเทศของ MBS ที่พยายามปฏิรูปซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เป้าหมายสูงสุดของแผนนี้คือ ลดการพึ่งพิงน้ำมันเป็นรายได้หลัก และกระจายระบบเศรษฐกิจให้มีรายได้จากหลายทาง แผนพัฒนาประเทศนี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจซื้อสโมสรนิวคาสเซิล และคืนความสัมพันธ์กับไทย

เหตุผลที่เขาซื้อสโมสรนิวคาสเซิล เพราะต้องการปกปิดความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง โดยเฉพาะปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง กระทั่งหลายประเทศก็ยังจัดให้ซาอุดีอาระเบียเป็นรัฐอำนาจนิยม ด้วยวิธีปฏิบัติที่สากลโลกไม่อาจยอมรับได้ เช่น การลอบสังหารนักข่าวชาวซาอุฯ จามาล คาช็อกจี (Jamal Khashoggi) ผู้อพยพออกนอกประเทศและเขียนคอลัมน์วิจารณ์รัฐบาลของ MBS หรือการขังนักกิจกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะการจับขังนักกิจกรรมหญิงที่โด่งดังจากการเรียกร้องให้ผู้หญิงมีสิทธิขับรถได้ (ทั้งๆ ที่ตัว MBS ก็ประกาศยกเลิกกฎห้ามผู้หญิงขับรถแล้ว) กระทั่งในประเทศยังมีปฏิบัติการ IO ที่คอยสอดส่องประชาชน โจมตีผู้เห็นต่าง และสรรเสริญท่านผู้นำ

สถานการณ์ข้างต้นอาจเป็นเหตุผลที่ MBS ตัดสินใจให้ซาอุดีอาระเบียคืนความสัมพันธ์กับไทย เพราะข่าวฉาวเหล่านั้นกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของกลุ่มทุนต่างประเทศอย่างมาก การหันมาจับมือกับไทยจึงเป็นการดิ้นรนเพื่อให้ Vision 2030 เดินหน้าต่อไป (ซาอุฯ ต้องการนำเข้าแรงงานไทยจำนวนมากเพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว)

แต่นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจ ก็น่าคิดว่ารัฐไทยภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐแบบใดกัน ถึงกล้าสานสัมพันธ์กับรัฐที่ตัวชี้วัดแทบทุกด้านบอกว่าเป็นพวกอำนาจนิยม บางทีการหาคำตอบเรื่องนี้อาจเกินขีดความสามารถของมนุษย์ธรรมดา ที่ไม่มีสติปัญญามากพอที่จะสื่อสารกับม้าได้

อย่างไรก็ดี บทความนี้ไม่ได้พูดถึงไทย แต่พูดถึงซาอุดีอาระเบีย ประเทศสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีกษัตริย์รวยเป็นอันดับ 3 ของโลก

---
ซาอุดีอาระเบีย: กำจัดคนเห็นต่าง ขังนักกิจกรรม ตั้ง IO ประชาสัมพันธ์สร้างความนิยม
https://waymagazine.org/monarchy-of-saudi-arabia/

text: อภิสิทธิ์ เรือนมูล

---
ชวนอ่านซีรีส์ Monarchy in Motion: ในความเคลื่อนไหวของ ‘สถาบันกษัตริย์’ ต่อเนื่องจากสิ้นปี 2021 จนถึงต้นปี 2022 นี้ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสถาบันกษัตริย์ยุคใหม่ทั่วโลก ท่ามกลางความท้าทาย แรงเสียดทาน ข้อครหา และการรักษาภาพลักษณ์หรือความจำเป็นสำหรับการมีตัวตนอยู่ในโลกปัจจุบันที่กำลังหันหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่เสรี
...
ขนาดรวยเป็นอันดับสาม ยังขนาดนี้
ถ้ารวยเป็นอันดับหนึ่งจะขนาดไหน
ความเห็นหนึ่ง