ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาเหตุความไม่ลงรอยระหว่างรัฐมนตรีจากกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับปมสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขยายสัญญาสัมปทานให้กับ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ออกไปอีก 30 ปี ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง
เปิด 4 ข้อสังเกตจากกระทรวงคมนาคม
ปมปัญหาหลักที่ยังเป็นข้อกังขา ซึ่งถือเป็นข้อสังเกตโดยกระทรวงคมนาคม ต่อการพิจารณาต่ออายุสัมปทานตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอมานั้น ประกอบด้วย 4 ข้อ ตามรายงานของสื่อหลายแขนง ดังนี้
1. ความครบถ้วนตามหลักการของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 มาตรา 46 และมาตรา 47 ในขั้นตอนการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ไม่มีการเสนอความเห็นว่า การต่อสัญญาสัมปทานควรมีการประกวดราคาหรือควรเจรจาต่อรองกับเอกชนรายเดิม และต้องสอดคล้องตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 และหลักการการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีให้เกิดความครบถ้วนและเป็นไปตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561
2. การคิดค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการ รถไฟฟ้าสายสีเขียวสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดได้ต่ำกว่า 65 บาท โดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้ผลักดันนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูงในการเดินทางภายในโครงข่ายรถไฟฟ้าที่มีการเดินทางเชื่อมต่อกัน และได้ประสานไปยัง กทม. เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารที่ถูกลง
3.การใช้สินทรัพย์ของรัฐที่ได้รับโอนจากเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรพิจารณาให้เกิดความชัดเจนถึงการใช้สินทรัพย์ว่ารัฐควรได้ประโยชน์จากการขยายสัญญาสัมปทานเป็นจำนวนเท่าใด อย่างไร จนกว่าจะครบอายุสัญญา เพื่อป้องกันมิให้รัฐเสียประโยชน์ที่ควรจะได้รับและประโยชน์แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ
4. ข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณี กทม. ได้ทำสัญญาจ้าง บมจ. บีทีเอสซี เดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 และ ส่วนต่อขยายที่ 2 ไปจนถึงปี 2585 และได้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้นควรรอผลการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนการพิจารณาดำเนินการต่อไป
กทม. ยังเป็นหนี้บีทีเอสกว่า 3 หมื่นล้านบาท
นอกจากข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐแล้ว ในส่วนการดำเนินงานของ บมจ. บีทีเอสซี กับ กทม. และวิสาหกิจในสังกัดกรุงเทพฯ ยังพบข้อพิพาทเช่นกัน เนื่องจาก กทม. ยังไม่มีความชัดเจนในการชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว
เมื่อ 29 ก.ย. 2564 นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. บีทีเอสซี ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า บริษัทได้ยื่นคำฟ้อง กทม. และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ต่อศาลปกครอง เนื่องจากปัญหาการชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยศาลปกครองได้รับคำฟ้องแล้วเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564
โดยรายละเอียดในการยื่นฟ้องครั้งนี้แบ่งเป็น สัญญาจ้างเดินรถ มูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านบาท หนี้ที่เกิดจากสัญญาติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลอีกราว 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบีทีเอสได้รับผลกระทบทางธุรกิจอย่างมากต้องไปกู้เงินมาแก้ปัญหาการบริหารจัดการ รวมเป็นการค้างจ่ายค่าจ้างราว 3 หมื่นล้านบาท
ที่มา บีบีซีไทย
รถไฟฟ้าสายสีเขียว : สรุปความขัดแย้งระหว่าง คมนาคม กับ มหาดไทย
อ่านบทความเต็มที่ บีบีซีไทย