วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 08, 2565

ประยุทธ์ 'แถไม่ตกฟาก' ไม่ยุ่งการสอน แค่เข้าไปตรวจสอบ ส่วนไตรรงค์ 'ชง' ห้ามนับองค์ประชุมสภาฯ

แถไม่ตกฟาก “ประยุทธ์ เผยไม่ยุ่งการสอนของโรงเรียนสาธิตฯ ธรรมศาสตร์ ขอแค่เข้าไปตรวจสอบเท่านั้นเอง” มีชาวทวิตภพย้อนให้ทันควัน นั่นละคือการเข้าไปยุ่งเหยิงเรื่องไม่เป็นเรื่อง ง่าว!!! แบบนี้แหละที่เป็นเหตุศาลไทยมักไม่ให้ประกันตัวจำเลย

ประยุทธ์ว่า “เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเข้าไปตรวจสอบว่ามีการเรียนการสอนเป็นอย่างไร หลังจากที่มีข่าวออกมา ไม่ได้เข้าไปบังคับหรือทำอะไรทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเข้าไปช่วยกันตรวจสอบเท่านั้นเอง” แต่ท่าทีมันคุกคามนะ

ซึ่งก็เป็นการกระทำซ้ำซาก (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า สันดาน) ที่ยังทำต่อไปไม่เคยยั้งคิดว่าเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเกลียดมากขึ้น เพราะตั้งท่าเตรียมตัวอยู่ต่ออีกสี่ซ้าห้าปีนั่นละ ทั้งที่เหตุการณ์แตกแยกภายในพรรคพลังประชารัฐทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่าไปไม่รอด

ถึงอย่างนั้นความดึงดัน (บางคนบอกเจ้าของคอกไม่ให้ลงจากหลังเสือ) ของคณะ สาม ป.ก็ทำให้เกิดการวิเคราะห์อีกว่า แท้จริงแล้ว ตู่ เค้าเอาอย่าง แม้ว ด้วยยุทธวิธี แตกแบ๊งค์พัน’ นั่นคือแยกพรรคการเมืองไว้หนุนเป็นฐานอำนาจ ๓ พรรค

โดยที่กลุ่มซึ่งขอให้ พปชร.ไล่ออกไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย นั่นก็จะยังคงคอยโหวตให้แก่รัฐบาลที่ยังมีประยุทธ์เป็นนายกฯ อยู่ต่อไป ส่วนพรรคใหม่ รวมไทยสร้างชาติ ที่ตั้งรอไว้เริ่มใช้การโดยส่งนายเสกสถล อัตถาวงศ์ไปกำกับดูแลนั้น หวังจะได้เสียงสูสีพรรคธรรมนัส

Trony@MagaTrony ชี้ว่าเลือกตั้งคราวหน้าพลังประชารัฐจะไม่ชูประยุทธ์เป็นแคนดิเดทเหมือนก่อน เช่นกันกับเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะมี ส.ส.ในสังกัดสัก ๔๐-๕๐ คน พอๆ กับพรรคใหม่ แรมโบ้ ที่จะเป็นพรรคเดียวในสามประสานที่เสนอชื่อประยุทธ์เป็นนายกฯ

แต่จากผลการประชุมพรรค พปชร.ล่าสุดซึ่งมีการแต่งตั้ง สุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้อำนวยการพรรค แล้วตัวหัวหน้า ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตั้งเป้าให้ได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เสียง และยืนยันว่ายังคงชูประยุทธ์เป็นนายกฯ เช่นเดิม สุชาติด้วยว่ามาอยู่ พปชร.เพราะเหตุนั้น

จะได้กี่เสียงก็ตามแต่ถ้าเป็นพรรครัฐบาลแล้วยังปล่อยให้สภาล่มอีกละก็ จะเอาคนเหล่านั้นมาลงเลือกตั้งเป็น ส.ส.เปลืองงบประมาณเปล่าๆ ขนาดฝ่ายค้านฟัดกันเรื่อง ไม่แสดงตน จนร่างกฎหมายของเพื่อนร่วมเดินทางหกคะเมนเท้งเต้งนั่น

วันนี้เขายัง 'คุยกัน' แก้ปัญหาได้ลงตัวแล้วเลย เป็นอันว่าต่อนี้ไปจะช่วยกันจี้ประธานฯ สั่งนับองค์ประชุมทุกครั้งไป ส่วนการแก้ปัญหาสภาล่มแบบที่ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เสนอน่ะหรือ น่าห์ ไร้สาระ อธิบายซะเป็นวรรคเป็นเวรเรื่องสภาอังกฤษห้ามอภิปรายยาว

ส่วนการนับองค์ประชุมก่อนการประชุมก็เป็นเรื่องที่เขาไม่ทำกัน เพราะถือว่าไม่มีความสำคัญอันใดที่จะต้องเสียเวลามานั่งฟังการอภิปรายในที่ประชุม สมาชิกสามารถฟังการอภิปรายจากห้องทำงานส่วนตัวของตนเองก็ได้” แล้วค่อยออกมาเข้าประชุมตอนโหวต

ผมจึงเห็นว่าประเทศไทยควรจะมีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ โดยห้ามผู้ใดเสนอการนับองค์ประชุม ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่ประธานสภาฯ จะประกาศให้มีการลงมติ” ไฮ้ แล้วมันต่างกันตรงไหน นับก่อนนับหลัง ในเมื่อสภาไทยก็นับจำนวน ส.ส.เพื่อการโหวตเหมือนกัน

จะบอกให้น่ะ วุฒิสภาสหรัฐเขามี แท็คติก (คำนี้คุ้นๆ) ในการประชุมอย่างหนึ่งเรียกว่า ‘filibuster’ คือ การอภิปรายลากยาวต่อร่างกฎหมาย เพื่อไม่ให้เข้าไปสู่โหมดโหวตได้ บางทีเกาะโพเดี้ยมพูดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้พยายามจะยกเลิก

เพราะเป็นยุทธวิธีการเมืองล้วนๆ ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนที่จะได้จากการผ่านร่างกฎหมาย โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับปากท้องโดยตรง ดังเช่นฝ่ายค้านอเมริกันกำลังทำ เพื่อไม่ให้รัฐบาลพรรคตรงข้ามประสบความสำเร็จ

ไม่บังเอิญที่เสียงนำของพรรคฝ่ายไบเด็นปริ่มน้ำมากจนกระเซ็นล้นปรี่ได้ง่าย แถมยังมี งูเห่า อยู่สองตัว เพศผู้หนึ่งเพศเมียหนึ่ง คอยโหวตสวนเมื่อใดที่ผลประโยชน์ของธุรกิจยักษ์ใหญ่ในท้องที่จะต้องถูกกระทบกระทั่งโดยร่างกฎหมาย

ดูเหมือนว่าสถานการณ์แตกต่างกันกับประเทศไทย ที่พรรคย่อยๆ ฝ่ายค้านพรรคหนึ่งพยายามเสนอกฎหมายประเภท ก้าวหน้า ให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก ให้ในบ้านเมืองวิ่งทันพัฒนาการของโลก กลับต้องมาเสียโอกาสเพราะเรื่อง แท็คติก การเมือง

ส่วนเรื่องส่งผู้สมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่า กทม.คงต้อง ชั่งหัวมันไปก่อน ในเมื่อคนที่เหมาะสมจะเป็นหัวมัน มาไม่ได้ วงในจาก Meze@jenpasit ชี้ให้ไปดูรายการเจาะลึกทั่วไทยของ หมาแก่เมื่อเช้าวานซืน “ตั้งแต่นาทีที่ ๑๓:๒๔ เป็นต้นไป”

เผยว่า “มาดามแป้ง สนใจการเมืองแต่เล่นไม่ได้ เนื่องจากสามีของเธอ (พ.ต.อ.ณรัชต์) ที่เกษียณจากตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ได้รับตำแหน่งใหม่เป็น รองเลขาธิการพระราชวังทำให้กลายเป็นข้อจำกัด” (นึกถึงทูลกระหม่อมฯ กับไทยรักษาชาติกันได้มั้ย)

ก็เนอะ รักษาภาพพจน์ขนาดนั้น แต่ปล่อยให้ตำรวจสถุลหางแถวที่นครสวรรค์ตบหน้าชาวบ้าน ที่นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ของตน ซึ่งจอดรอขบวนเสด็จสมเด็จน้องยาเธอสิรินทรแล้วเล่นมือถือไปด้วย เพราะต้องการบังคับให้เขาลงไปหมอบกราบกับพื้นดิน

(https://youtu.be/Y8Vb1U3V3CU, https://www.matichon.co.th/politics/news_3173260, https://www.thairath.co.th/news/politic/2310147 และ https://www.facebook.com/thestandardth/posts/2964138560545683)