วันพุธ, สิงหาคม 28, 2562

ถวายสัตย์ไม่ครบคือเหยียบย่ำ รธน. "อาศัยร่มพระบรมโพธิสมภาร ละเมิดกฎหมายสูงสุดของบ้านเมืองตามอำเภอใจ" ไม่ได้

ใครจะตีความเช่นไร ว่าข้อความพระราชดำรัสพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ ที่มีลายพระหัตถ์กำกับ ซึ่งเนื้อความให้กำลังใจแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีในการบริหารประเทศ เป็นความจงใจ “ร่วมมือกับประยุทธ์แก้รัฐธรรมนูญ”

การกระทำของประยุทธ์ในการขอ “พระราชทานตามที่ผมขอไป” ไม่ใช่เพียงบิดเบือนรัฐธรรมนูญ หรือแค่แก้ไขตามอำเภอใจเท่านั้น หากแต่เป็นการ ยึดอำนาจรัฐธรรมนูญที่พวกตนเขียนขึ้นเองแล้วไม่ได้ผลทุกอย่างไปดั่งต้องการ

พระราชดำรัสในลายลักษณ์อักษรซึ่งประยุทธ์ใส่กรอบสีทองนำออกแสดง หมายจะอ้างว่า “ผมไม่ไปก้าวล่วงใครทั้งสิ้น ผมก็เฉยๆ แต่ผมปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ” เป็นการเบี่ยงเบนเมื่อเกิดกรณีฝ่ายค้านยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินให้วินิจฉัย

จนเมื่อ ๒๗ ส.ค. รักษเกชา แฉ่ฉาย “เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงข่าวมติที่ประชุม ปมการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ ของนายกรัฐมนตรี และกรณีการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา”
 
ว่าได้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทำการวินิจฉัยแล้วนั้น ส่อให้เห็นว่าปมเงื่อนดังกล่าวมิใช่ความในขอบข่ายที่สถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องทรงรับผิดชอบเป็นธุระจัดการ เนื่องจากเป็นประเด็นแห่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเท่านั้น

และไม่ได้เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่อย่างใด (หมิ่นรัฐธรรมนูญน่ะใช่แน่) และมิอาจ โหน-อิงแอบ สถาบันอย่างย้อนยอกเช่นที่ นิติพงษ์ ห่อนาค บิดเบี้ยวว่าเป็นความ “พยายามขยายประเด็น” เล่น “เกมการเมือง...จับผิดรัฐบาล” แต่อย่างใด

พระราชดำรัสที่ว่า “ให้พรให้ท่านมีกำลังใจความมั่นใจ แลฃะความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาน...เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้าตรงจุด” นั้นมิได้เจาะจงให้ชัดแจ้งว่าหมายรวมถึงส่วนที่ประยุทธ์ละเว้น หรือตัดทิ้งไป

ในเมื่อไม่ได้มีการเปิดเผยว่าเนื้อถ้อยที่ประยุทธ์ ขอพระราชทานไป เป็นเช่นไร และพระราชดำรัสมิได้ระบุในประเด็นอันเป็นหัวใจของ ความผิด ตามมาตรา ๑๖๑ คือการไม่ถวายสัตย์ว่า จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้นการกล่าวว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงสมรู้ร่วมคิดในการละเลยไม่กล่าวคำถวายสัตย์ให้ครบถ้วนของประยุทธ์ ย่อมกระทำไม่ได้ การเช่นนี้มิได้ต่างอะไรกับการปฏิบัติเป็นปกติในรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงพระราชทานความเห็นชอบในงานราชการที่รัฐบาลกราบบังคมทูลอย่างสม่ำเสมอ

แม้กระทั่งการเสด็จออกรับคณะทหาร คมช.เข้าเฝ้าฯ ในยามดึก หลังจากที่มีการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนในวันเดียวกันนั้น

หากประยุทธ์หรือใครๆ ต้องการให้ประชาชนทั่วไปยอมรับว่า การละเมิดอำนาจรัฐธรรมนูญในประเด็นถวายสัตย์ขาดตกของประยุทธ์เป็นไปตามพระราชประสงค์ หรือทรงพระราชทานอภัยโทษให้ประยุทธ์แล้ว 

จักต้องมีราชการอันชี้ชัดอย่างทางการกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศรัฐประหารต่อรัฐธรรมนูญ และพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานลัญจกรประทับรับรู้ เฉกเช่นที่ได้เคยปฏิบัติในรัชกาลที่ ๙ นั่นแล้ว 

โดยมีกระบวนการยกเลิกรัฐธรรมนูญปัจจุบันและประกาศใช้กฎหมายสูงสุดชั่วคราวละก็ จึงจะถือว่าเป็นผลสมบูรณ์ในกระบวนการเมืองการปกครองแบบไทยๆ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

มิฉะนั้นจะเป็นเพียง พล.อ.ประยุทธ์และคณะผู้ปกครองชุด คสช.๒ อาศัยร่มพระบรมโพธิสมภาร ละเมิดกฎหมายสูงสุดของบ้านเมืองตามอำเภอใจ

(https://thaipublica.org/2019/08/prayut-cabinet2-2562-07/medium=twitter, https://www.nationtv.tv/main/content/378735852/?qm= และ https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_223725)