วันเสาร์, พฤษภาคม 31, 2551

เกาะติดสถานการณ์ รัฐบาลประกาศสลายการชุมนุมม๊อบป่วน

โดย ศูนย์ข่าว ThaiEnews
31 พฤษภาคม 2551

9.00 น.
นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ออกอากาศสดรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที ชี้แจงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยกล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เป็นความเสียหายอย่างยิ่งของบ้านเมืองของเรา

นายสมัคร กล่าวว่า 'บ้านเมืองเป็นของเราทุกคน แล้วคน 5 คนมาก่อกวน ดังนั้น ตนมีหน้าที่จะต้องจัดการ จะมาชุมนุมอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ผิดกฎหมาย จะไม่ชอบตนจะตำหนิติเตียนก็ว่าไป ถ้ารุนแรงไปตนก็จะไปฟ้องคดีเรื่องหมิ่นประมาท แต่จะมาใช้สิทธิตรงนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตนจะต้องดำเนินการเอาออกจากตรงนั้น ตนและตำรวจทหารไม่ยอม บ้านเมืองนี้ต้องการความสงบ โอกาสจะพัฒนาบ้านเมือง รอยแผลเป็นที่ทั้ง 5 คนสร้างไว้เมื่อ 7 วันที่ผ่านมา จะต้องลบออก'

11.00 น.
ที่พรรคพลังประชาชน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงเมื่อเวลา 11.00 น. ถึงแนวทางการรับมือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า พรรคพลังประชาชนได้เปิดศูนย์ติดตามและวิเคราะห์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ 'วอร์รูม' ซึ่งจะวิเคราะห์สถานการณ์การข่าวและตอบโต้ทางการข่าว โดยใช้ห้องกองโฆษกพรรคชั้น 1 อาคารไปเอฟซีที เป็นห้องทำการชั่วคราว และมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

12.00 น.
มีรายงานว่า ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ชุดที่ 2 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับคำสั่ง“ด่วนที่สุด” เร่งระดมกำลังเพื่อเตรียมความพร้อมถ้าได้รับคำสั่งให้เคลื่อนกำลังเข้าไปสนับสนุนใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกจากถนนราชดำเนิน

13.00 น.
ภายหลังฟังคำแถลงของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ที่รัฐบาลจะให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ นายพิภพ ธงชัย หนึ่งในแกนนำ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงท่าทีของกลุ่มพันธมิตร ระบุว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนายสุริยะใส กตะศิลา หนึ่งในแกนนำ อย่างไรก็ตาม นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แนวร่วมที่เข้าชุมนุมด้วย เปิดเผยว่า แกนนำพันธมิตรฯ นัดประชุมกันเที่ยงวันนี้ ที่บ้านพระอาทิตย์ แต่ยังไม่มีกำหนดการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

ทางด้าน พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมสลายการชุมนุมทันที หลังได้คำสั่งจากนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ ยังคงให้เวลากลุ่มพันธมิตร เคลื่อนย้ายจุดชุมนุมไปบริเวณอื่น ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เนื่องจาก ไม่อยากให้เกิดปัญหาการกระทบกระทั้งกัน จนอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นระหว่าง เจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมทั้ง มีการหารือกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถึงท่าทีการปฏิบัติด้วย และในเวลา 14.00 น. จะมีการประชุมหารือถึงแผนการปฏิบัติต่อไป ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีแนวทางการดำเนินการอยู่แล้ว

15.00 น.
เพิ่มกำลังตำรวจคุมเข้มบ้าน “สมัคร” หลังม็อบถ่อยขู่นำกำลังบุก แถมใช้วิชามารแจกเบอร์บ้านนายกฯ กลางเวทีชุมนุม ทำเอาโทรศัพท์ดังไม่หยุดหย่อน

16.00 น.
“อัศวิน ขวัญเมือง” สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สน. เตรียมตัว พร้อมรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาทันที เพื่อสกัดและป้องกันการรวมตัวก่อความวุ่นวาย

ทั้งนี้ ยังให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง และจุดต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อป้องกันการรวมตัวเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ตั้งด่านตรวจยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ที่มุ่งหน้าสะพานมัฆวานรังสรรค์ ด้วย

17.00 น. สถานีวิทยุเสรีชน ถ่ายทอดสด บรรยากาศการปราศรัยของกลุ่มสภาสนามหลวง ทาง http://www.serichon.com/ หรือทาง winamp http://denow1.no-ip.org:5000/

เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจลตรึงกำลังบรรยากาศบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์จำนวน 8 คันรถบัส พร้อมด้วยรถขนผู้ต้องหา 3 คัน และยังมีพลร่มพระนเรศวรจากตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 1 กองร้อยตั้งแถวเตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ จะประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุม ขนย้ายสิ่งของที่กีดขวางการจราจร ออกจากพื้นผิวถนนราชดำเนิน ทั้งแผงเหล็ก เวทีปราศรัย และเต้นท์ ในเวลาประมาณ 17.00 น. วันนี้ โดยอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.การจราจร และระบุว่า วัตถุประสงค์ของตำรวจกำหนดเป้าหมายให้ผู้ชุมนุมย้ายออกจากพื้นที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยจะไม่ใช้กำลังเข้าปราบปราม หรือ โต้ตอบกลุ่มผู้ชุมนุม

18.00 น.
มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วยตำรวจพลร่มจากค่ายนเรศวร อ. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 กองร้อย และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 191 จำนวน 2 กองร้อย พร้อมอุปกรณ์ปราบการจราจลครบชุด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจต่าง ๆ มาร่วมสมทบบริเวณโดยรอบการชุมนุมจำนวนกว่า 2,000 นาย

นอกจากนี้ยังเตรียมรถดับเพลิง จากหน่วยบรรเทาสาธารณภัย มาจอดรอไว้บริเวณเชิงสะพานมัฆวานฯ ด้านข้างทำเนียบรัฐบาลอีกจำนวน 5 คัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารถน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคได้สูบน้ำจากคลองจำนวน 20 คัน เพื่อเตรียมสลายการชุมนุมครั้งนี้

ม็อบพันธมิตรภูเก็ต ขู่ หาก ตร.สลายม็อบกทม. จะเดินทางไปปิดสนามบินภูเก็ตทันที

18.30 น.
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชี้ ม็อบพันธมิตรฯ ตุนอาวุธ ผิดกฎหมาย คลิกอ่านรายละเอียดแถลงการณ์ที่ ลิงก์

19:12 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจเริ่มขยับเข้ามาใกล้แผงรั้วเหล็ก กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ มากขึ้น ขณะที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ประกาศว่า ตนไม่ได้กลัวใครจะมาจับ แต่เพื่อเป็นการต่อสู้และร่วมชุมนุม แกนนำทั้ง 5 คน จะเข้าไปนั่งท่ามกลางประชาชนที่มาชุมนุม ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะยอมปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับพวกตนหรือไม่

20.00 น.
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวทางสถานีโทรทัศน์ว่า นายกฯสั่งงดสลายชุมนุม อ้างสกัดมือที่ 3 จ้องป่วนแล้ว

วันศุกร์, พฤษภาคม 30, 2551

นปช.ชุมนุมใหญ่ ต้านปฏิวัติวันนี้

ที่มา ประชาทรรศน์ออนไลน์
30 พ.ค. 2008

* นัดรวมพลสนามหลวง 5 โมงเย็น

นปช.นัดรวมพลชุมนุมใหญ่ 5 โมงเย็นวันนี้ ย้ำเจตนารมณ์ต้านการปฏิวัติรัฐประหาร หลังมีกลุ่มคนพยายามสร้างกระแส พร้อมเชิญชวนผู้รักประชาธิปไตย ออกมาแสดงพลัง โดยยืนยันไม่มีการเคลื่อนขบวนให้เกิดความวุ่นวาย พร้อมจี้สื่อเสนอข่าวอย่างเสมอภาค โดยเฉพาะ NBT และ TPBS อย่าทำตัวเป็นกระบอกเสียงพันธมิตรฯ เพียงด้านเดียว ขณะที่เวที “สภาสนามหลวง” เริ่มต้นด้วยความคึกคัก นักวิชาการ-ภาคประชาชน แห่ขึ้นเวที ท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างอบอุ่น ยืนยันขออยู่ข้างประชาธิปไตและประชาชน

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้งจากท่าทีในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ท่าทีของแกนนำพรรคการเมืองบางพรรค ตลอดจนการส่งสัญญาณของทหารบางนาย ทำให้หลายฝ่ายเกิดความหวั่นไหวว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นในบ้านเมืองอีกครั้ง หลังจากที่ผลกระทบทางการเมือง เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเพิ่งจะอยู่ในระยะฟื้นตัว

กรณีดังกล่าว นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าเนื่องจากในระยะนี้ แม้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ 2550 และได้ใช้ช่องทางตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับนี้ขอแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน จนเข้าสู่สภาไปแล้ว แต่ขณะเดียวกัน เมื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเคลื่อนไหวจัดการชุมนุมคัดค้าน สร้างกระแสเพื่อให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง สอดรับกับการออกมาให้สัมภาษณ์ของนายทหารบางคน จนเกิดเป็นข่าวลือหนาหูขึ้นเป็นระยะๆ นั้น

ในฐานะที่ นปช. คือภาคประชาชนที่รวมตัวกันออกมาต่อต้านการรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 และได้หยุดชุมนุมไปหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 เสร็จสิ้นลง ไม่ประสงค์จะให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกไม่ว่าจะด้วยกรณีใด ดังนั้น เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยพร้อมที่จะออกมาต่อต้านการรัฐประหารหากเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง

ดังนั้น นปช. จะจัดชุมนุมใหญ่เพื่อแสดงเจตนารมณ์ดังกล่าวขึ้นในวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งต้องขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยที่รักประชาธิปไตยและที่เคยร่วมต่อสู้มากับ นปช. เข้าร่วมชุมนุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีการเดินขบวนแต่อย่างใด

“เราอยากขอให้มากันมากๆ เหมือนเมื่อครั้งที่เราเคยร่วมต่อสู้กับเผด็จการ คมช.มาแล้วเพื่อเตรียมใจและสร้างพลังให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในการต่อต้านไม่ให้การเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง เพราะขณะนี้เราทราบดีว่า กลุ่มพันธมิตรฯกำลังพยายามสร้างเงื่อนไขและมีแผนให้เกิดการก่อการขึ้น” นายจรัล กล่าว

นอกจากนี้ นปช.อยากจะดูด้วยว่า เมื่อฝ่ายที่ต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหารออกมาชุมนุมใหญ่ สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที (NBT) และสถานีโทรทัศน์ไทย พีบีเอส (Thai PBS) จะเชิญชวนประชาชนเหมือนที่เคยรายงานข่าวเชิญชวนให้ผู้คนเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่ เพราะดูจากการรายงานข่าวแล้วไม่มีใจเที่ยงธรรม จนกล่าวได้ว่าได้กลายเป็นกระบอกเสียง หรือองค์กรโฆษณา ให้กลุ่มพันธมิตรฯไปแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที นำเสนอข่าวการชุมนุมของทางกลุ่ม นปช.ด้วย ซึ่งชุมนุมของ นปช.ไม่มีอะไรแอบแฝง เป็นเพียงต้องการให้ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาสู่ประเทศไทยเท่านั้น

ขณะที่ ความเคลื่อนไหวของ "สภาสนามหลวงต่อต้านเผด็จการ" เมื่อคืนวันที่ 29 พฤษภาคม ก่อนการชุมนุมของ นปช. ความเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเย็น โดยมีประชาชนต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประมาณการว่าไม่ต่ำกว่า 3 พันคน เนื่องจากในมีวิทยากรที่มีชื่อเสียงทั้งจากภาควิชาการและภาคประชาชน หลายคนด้วยกัน อาทิ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำ นปช. และที่สำคัญอีก 2 คน ที่เป็นนักวิชาการ คือ อ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งจะขึ้นพูดในเรื่อง “เศรษฐกิจไทย เมื่อเกิดรัฐประหาร”

โดย รศ.ดร.พิชิต กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานในช่วงไตรมาสกลางปีระบุดีขึ้นมาก โดยเฉพาะตัวเลขการนำเข้าเครื่องจักร ซึ่งหมายถึงนักธุรกิจเริ่มลงทุน สินค้าใหม่ๆ ก็จะทยอยออกมา ยอดขายรถยนต์-จักรยานยนต์ก็มีผลเป็นบวก สังเกตได้จากมีการออกรถป้ายแดงกันมากขึ้น และรายได้ภาคเกษตรกรก็ดีขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้ในช่วงครึ่งหลังของปี คือการใช้จ่ายในชนบทจะดี และภาคเกษตรกรก็จะมีเงินไปใช้หนี้ธนาคารมากขึ้น

รศ.พิขิต กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้ภาคเศรษฐกิจทำท่าจะดีขึ้นแล้ว แต่หากช่วงนี้การเมืองไม่มั่นคง มีการชุมนุมวุ่นวายเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดการรัฐประหารขึ้นมาด้วย ทุกอย่างจะจบสิ้นหมด ประเทศไทยก็จะกลับไปเหมือนปีที่แล้ว คือเศรษฐกิจดิ่งเหว

“เพียงแค่ให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็จะช่วยได้มาก หากรัฐบาลสามารถทำงานไปได้ด้วยทุกอย่างจะดีเป็นทวีคูณ แต่ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองยังวุ่นวายอยู่ทุกอย่างจะกลับไปสู่สภาพถดถอยเหมือนปีที่แล้ว เพราะนักลงทุนคงไม่มาลงทุน วันสองวันนี้หุ้นก็ตกลงมาแล้ว ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ทุกอย่างชะงัก ใครที่คิดจะทำรัฐประหารก็เตรียมรับปัญหาทางเศรษฐกิจ และรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐประหาร การเมือง แต่เศรษฐกิจดิ่งเหว แล้วจะอยู่ได้ไหม คนที่คิดจะทำรัฐประหารต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำด้วย” รศ.พิชิต กล่าว

ขณะที่ นายวิภูแถลง กล่าวในหัวข้อกลุ่มพันธมิตรฯปลุกระดมให้คนไทยฆ่ากันเองว่า เนื่องจากครั้งหนึ่งนายชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยหาเสียงไว้เมื่อปี 2535 ว่า พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา และกล่าวหา พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พาคนไปตาย แต่วันนี้ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ผนึกกำลังกับคนที่นายชวน เคยกล่าวหาไว้ว่า พาคนไปตาย

นอกจากนี้ หากสังเกตให้ดีบนเวทีปราศรัยจะพบว่า ผู้ขึ้นพูดล้วนแต่เป็นบุคคลที่สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น นายพิเชฐ พัฒนโชติ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสำราญ รอดเพชร นายประพันธ์ คูณมี รวมทั้ง คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งเป็นบุคคลระดับแกนนำพรรคทั้งสิ้น ดังนั้น จึงถือได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทรยศต่ออุดมการณ์ของตนเองเป็นที่ชัดเจน ซึ่งพฤติกรรมในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาแต่เชื่อมั่นในระบบนอกรัฐสภา แม้จะอ้างว่าเป็นการกระทำโดยส่วนตัวก็ตาม

“ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้จะเรียกว่าเป็นความโชคร้ายของประเทศก็ได้ที่พรรคเก่าแก่ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2489 กลับมีความคิดเห็นสนับสนุนโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงเป็นตามบทความของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องปฏิรูปการเมือง เพราะมีพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่เคยคิดนโยบายที่สร้างสรรค์ ไม่คิดนโยบายที่เป็นประโยชน์ คิดแต่โค่นล้มคู่แข่งเพื่อตัวเองจะได้มาเป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมสำหรับพรรคการเมืองเก่าแก่” นายวิภูแถลง กล่าว

นายวิภูแถลง ยังกล่าวถึง พล.ต.จำลอง ด้วยว่า ถึงวันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า พฤษภาทมิฬเป็นการต่อสู้เพื่อเหตุผลส่วนตัวของ พล.ต.จำลอง ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่าง จปร.รุ่น 5 ที่มี พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นหัวหน้า และเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขณะนั้น กับจปร.รุ่น 7 ที่มีพล.ต.จำลอง เป็นแกนนำ โดยเอาประชาชนเป็นเครื่องมือโค่นล้ม พล.อ.สุจินดา ทำให้พี่น้องส่วนหนึ่งล้มตาย เสียชีวิต บาดเจ็บและพิการจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ พล.ต.จำลอง ไม่มีจิตสำนึกของทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. เพราะกำลังปลุกระดมคนไทยให้ลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง แทนที่จะทำความเข้าใจหรือใช้วิธีการสันติวิธีตามแนวทางระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพล.ต.จำลอง มีวาระซ่อนเร้นคือการโค่นล้มรัฐบาล โดยใช้กระบวนการนอกรัฐสภา จึงอยากถามกลับไปว่า มีความสุขนักหรือที่เห็นคนไทยต้องมาฆ่ากันเอง ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พล.ต.จำลองได้วางระบบใช้ยุทธวิธีที่หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กลางถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นการตั้งป้อมสู้รบกับคนไทยด้วยกัน

นายวิภูแถลง ยังฝากไปถึงพี่น้องประชาชนที่ปักหลักอยู่สนามหลวงว่า การที่กลุ่ม นปช.จัดเวทีปราศรัยที่สนามหลวงในวันที่ 30 พฤษภาคม เพราะไม่สามารถทอดทิ้งประชาชนที่บริสุทธิ์ได้ และวันนี้ที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ท้องสนามหลวงภายใต้ชื่อว่า สภาสนามหลวงต่อต้านเผด็จการ จะได้มีความมั่นใจว่า นปช. ยังยืนอยู่เคียงข้างกันตลอด

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 29, 2551

ถึง.. เทพไท เสนพงศ์, ปชป., จาก.. ผู้ใช้เน็ต !!

โดย คุณหนูดี
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
29 พฤษภาคม 2551

แถลงการณ์ จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อพลเมือง ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

29 พฤษภาคม 2551

เรื่อง ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจาก นายเทพไท เสนพงศ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ และขอเชิญชวนพลเมืองทุกคนร่วมกันปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่า เป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น

พวกเราดังมีรายนามข้างท้าย มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. เราเห็นว่า สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง ส่งเสริม และ ปกป้อง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน *เอาใจเขามาใส่ใจเรา* เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ในสังคมที่ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิเสรีภาพในแสดงออก ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง

2. เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูล หรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้น อย่างเหมารวม ของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดัน เพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่น โดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย

ขอเชิญทุกท่านร่วมลงชื่อ ได้ที่นี่ ลิงก์ gopetition

จัดสภาประชาชน ระดมความคิดเห็น เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 1 มิย.51

โดย คุณ สายน้ำ
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
29 พฤษภาคม 2551

จัดสภาประชาชน ระดมความคิดเห็นเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ณ หอประชุมคุรุสภา ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ บ่ายโมงตรงเป็นต้นไป

คณะกรรมการ คปพร.ผู้สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 โดยยึดแนวทางรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2540 ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า อำนวยประโยชน์สุข และความก้าวหน้าแก่ประเทศไทย มาตลอดเวลาที่ใช้บังคับอยู่เกือบสิบปี กำหนดจัดงาน ระดมความคิดเห็นของผู้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากทั่วทุกภาคส่วนของประเทศ รวมทั้งผู้ที่มีความห่วงใยในปัญหาของประเทศชาติ ที่เกิดจากปัญหาของรัฐธรรมนูญแต่ะฉบับ จากทั่วโลก ณ หอประชุม คุรุสภา บริเวณด้านหลังกระทรวงศึกษาธิการ ในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551 ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป

เนื้อหาของสภาประชาชน จะเป็นการให้ข้อมูลรายละเอียด และจุดเด่นจุดด้อยของรัฐธรรมนูญที่กล่าวถึง ทั้งสองฉบับ ก่อนที่จะรวบรวมความเห็นของผู้เข้าร่วมสัมนา นำเสนอเป็นข้อมูลต่อรัฐสภา เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แต่จะไม่เข้าไปก้าวล่วงการตัดสินใจใด ๆ ของรัฐสภา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินอยู่ โดยถือว่า เป็นเอกสิทธิของรัฐสภา และสมาชิกที่มาจากประชาชน ที่จะดำเนินการตามที่สมควร

ผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย เช่น นักวิชาการ สสร.ปี 2540 ผู้รักประชาธิปไตย พี่น้องประชาชนจากทุกภาคของประเทศ นักการเมือง นักธุรกิจ ศิลปิน นักเขียน และประชาชนทั่วไป ฯลฯ ต่างจะเข้าร่วมในการระดมความคิดเห็น เพื่อสนับสนุนให้เร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ในงานนี้ จะมีการสื่อสารด้วยระบบเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ และระบบอินเตอร์เนท ถ่ายทอดความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศ และทั่วโลก มายังที่ประชุมแบบสดทันที รวมทั้งจัดการถ่ายทอดสด ทางโทรทัศน์ ผ่านสถานีโทรทัศน์ MV News ช่องข่าว ถ่ายทอดสดภาพและเสียงผ่านระบบอินเตอร์เนท มีเดีย รวมทั้งเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านกล่องสนทนา (Chat Box) ของเครือข่ายเวบไซท์มากมายหลายเครือข่าย โดยมี เวบไซท์ www.newskythailand.com และเวบไซท์อื่น ๆ อีกหลายสิบเวบไซท์ ร่วมกันดำเนินการ ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป จากหอประชุมคุรุสภา

จึงเรียนมา เพื่อขอความกรุณานำข้อมูลเผยแพร่ในสื่อมวลชนต่าง ๆ ทั่วไปด้วย

แถลงการณ์ยุติการชุมนุมของกลุ่มคนวันเสาร์ฯ

ที่มา เวบไซต์ ประชาไท
29 พฤษภาคม 2551

แถลงการณ์ ยุติการชุมนุมของ กลุ่มคนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ

ตามที่กลุ่มคนวันเสาร์ ฯ ได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนออกไปชุมนุมต่อต้านพันธมิตรประชาชนฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2551 นั้น บัดนี้ภารกิจของกลุ่มคนวันเสาร์ฯ เกี่ยวกับการชุมนุมดังกล่าว ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามวัตถุประสงค์เรียบร้อยแล้ว


จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกัน ดังนี้

1.กลุ่มคนวันเสาร์ จะยุติการชุมนุม เพื่อต่อต้านพันธมิตรฯ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าพันธมิตรฯจะถูกทางการปราบปรามหรือจนกว่าการชุมนุมของพันธมิตรจะยุติไปเอง

2.จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดของกลุ่มเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มพันธมิตร ฯ อีกต่อไป หากพบเห็นหรือมีใครแอบอ้างทางกลุ่มจะไม่ขอรับผิดชอบทุกประการและอาจดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ใดที่แอบอ้างหรือพาดพิงให้กลุ่มเสียหายได้
ด้วยเหตุผล ดังนี้


1.ให้พันธมิตร ชุมนุมไปฝ่ายเดียว เพื่อสิ้นเปลืองงบประมาณตนเองและไม่มีคนวันเสาร์ เป็นคู่กรณีต่อไป เป็นการปลดชนวนการแอบอ้างซ่องสุมนักเลงและอาวุธ โดยฝ่ายบ้านเมืองจะได้จัดการกับพันธมิตรได้ด้วยกฎหมายอย่างชัดเจน

2.มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ออกมาทำหน้าที่ต้อนรับมวลชนสนามหลวงแล้ว หากคนวันเสาร์ยังอยู่หลายคนอาจไม่กล้าออกมา เพราะอาจกลัวว่าเราจะพาไปเสี่ยงภัย การยุติบทบาทของกลุ่มน่าจะช่วยให้ประชาชนออกมาแสดงพลังให้มากขึ้นๆ ไปเรื่อยๆเป็นการข่มขวัญฝ่ายพันธมิตร

3.แกนนำหรือสมาชิกของกลุ่มคนวันเสาร์ฯสามารถจะไปขึ้นปราศรัยในฐานะนักพูดเป็นครั้งคราวเป็นการส่วนตัวเท่านั้นบนเวทีสนามหลวง

4.หลีกเลี่ยงการเป็นเป้าของสื่อฝ่ายตรงข้ามที่จะพยายามยัดเยียดความผิดทุกประเภทให้แก่คนวันเสาร์

5.ลดอุณหภูมิความรู้สึกของกลุ่มประชาชนที่ไม่ชอบการต่อต้านแบบเสี่ยงภัยและรุนแรงให้อยู่ข้างประชาธิปไตยต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.51 น.

สุชาติ นาคบางไทร
กลุ่มคนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ

วันพุธ, พฤษภาคม 28, 2551

ถึงคราววิปลาส

โดย คุณกาหลิบ
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
28 พฤษภาคม 2551

ไม่รู้จะพูดอย่างไรถูก เมื่อรู้ว่ากลุ่มพันธมิตรฯที่กำลังกวนเมืองอยู่ในขณะนี้ บอกกับผู้ชุมนุมของตนเองว่า เหตุผลที่ต้องมาประท้วงกันใหญ่ ก็เพราะรัฐบาลกำลังเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบแบบอื่น ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ฟังแล้วก็น่าจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง ชนิดฆ่าฟันกัน ให้เลือดนองแผ่นดินได้ในทันที ไม่ต้องมานั่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือพัฒนาประชาธิปไตยกันอีกต่อไปแล้ว

สายตาของโลก จะเลิกมองเรื่องอื่นๆ และหันกลับมาจ้องมองเมืองไทย เหมือนคนที่จ้องงูเห่าแผ่แม่เบี้ยอย่างตาไม่กะพริบว่า จะฉกตน หรือไม่ทหารก็ต้องออกมาใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ และสรรพกำลังทั้งมวล เพื่อรักษาระบอบที่เป็นอยู่ไว้ รถควรจะหยุดวิ่ง ข้าวของควรจะหยุดขาย เด็กเล็กไม่ต้องไปโรงเรียน คนทุกคนต้องหยุดทำงาน มาติดตามข่าวอย่างชนิดลืมหายใจ ใครป่วยใครตายก็ขอให้ไปสู่สุคติก่อน ยังไม่มีเวลาจะจัดงานศพให้ ในขณะนี้พม่ากับจีนก็ช่วยตัวเองไป ไทยไม่ว่างจะไปแสดงน้ำใจได้มากกว่าที่ได้ทำมาแล้วครับ ถ้าหากบ้านเมืองเข้าตาจน อย่างที่กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังชวนเชื่ออยู่จริงๆ ผมว่าบัดนี้ เราทั้งหลายคงจะเปลี่ยนวิถีชีวิตไปหมดสิ้นทั้งปวงแล้ว ไม่มานั่งเขียนนั่งอ่านกันอยู่อย่างนี้หรอก

ประเด็นคือ สิ่งที่พ่นออกมานั้นไม่เป็นความจริง ไม่มีเค้าอะไร ที่สื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น และไม่มีใครในประเทศไทยที่เชื่อถือว่า กำลังเกิดปัญหาอย่างนั้นเลย ปัญหาที่เชื่อว่าจริง เพราะหนักใจอยู่ทุกวันนี้ คือ ราคาข้าว ราคาของ และราคาน้ำมัน ที่พุ่งสูงขึ้น จนคนจนจะตายกันหมดแล้ว ข้าวสารแทบจะไม่ซื้อกันแล้ว แต่ต้องไปซื้อข้าวหุงแล้วจากตลาดมาเป็นถุงๆ หรือห่อๆ แล้วกินกันเป็นมื้อเป็นคราวไปอย่างประหยัดที่สุด


ปัญหาการเมืองที่เล่นกันไม่รู้จบ ออกข่าวกันเรื่อยว่า ทหารคิดจะยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินอีก ทำให้รัฐบาลแทบไม่เป็นอันทำงานทำการ นายกรัฐมนตรี ควรจะมีเวลาบริหารประเทศเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับต้องมาตอบคำถามเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ ที่ไปร่วมรายการ ในฐานะวิทยากรว่า ผิดรัฐธรรมนูญตรงไหนบ้างหรือไม่

ปัญหาเหล่านี้มีตัวตนจริง และต้องได้รับการแก้ไข เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะสื่อสารกับคนทั้งหลายว่า ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ได้ผล สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ตลอดจนปัญหาอื่นๆ ของบ้านเมืองได้ดีกว่าระบอบเผด็จการ การป่วนเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ จึงเป็นส่วนเกินของประเทศในระยะนี้ มือไม่พายยังเอาส้นเท้าราน้ำ เจตนาให้รัฐนาวาลำนี้ แล่นช้าลง หรือเกิดอลเวงอยู่ภายในจนแล่นไม่ได้

ที่สำคัญ คือ บังอาจสร้างเงื่อนไขเกี่ยวกับระบอบการปกครอง ที่ไม่มีอยู่จริง พยายามจะปั้นเรื่อง ให้คนเขานึกว่าจริง นอกจากไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียสมองคิดแล้ว ยังหมิ่นเหม่กับการสร้างความระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท สงสัยเสียจริงว่า ทุรนทุรายแผลงฤทธิ์ให้รัฐบาลทำงานช้าลง และน้อยลง ทำให้สังคมแตกแยกไปเรื่อยๆ จนแทบไม่มีทางสมานฉันท์กันได้ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เขาต้องทุกข์ทรมานนานออกไปอย่างนี้ เพื่อประโยชน์อันใดหรือ?


จึงอดคิดไม่ได้ว่า ผลประโยชน์ของกลุ่มพันธมิตรฯ บัดนี้ได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว จากห้วงเวลาก่อนการยึดอำนาจ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ที่มีคนเชื่ออยู่ไม่น้อยว่า มีความจริงใจต่อบ้านเมืองและกำลัง “กู้ชาติ” อยู่จริงๆ บัดนี้กลายเป็นซากของแนวร่วมทางการเมือง ที่กระเสือกกระสนจะเอาชีวิตรอดเท่านั้น

ไม่อย่างนั้น จะหลุดออกมาได้อย่างไรว่า ตนชุมนุม เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปเป็นอื่น ซึ่งตัวก็ยังพูดไม่ค่อยจะเต็มปาก แล้วจะไปโน้มน้าวให้ใครเขาเชื่อ เรื่องนิยายถึงขนาดนี้

สำคัญคือ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เถอะครับ ที่ประกาศว่าจะไปร่วมชุมนุมกับเขาด้วยน่ะ เห็นอย่างเดียวกับเขาว่า จะมีการเปลี่ยนการปกครองของประเทศกระนั้นหรือ?

ช่วยรีบออกมาปฏิเสธข่าวหน่อยเถอะครับ จะได้รู้ว่า ตัวเลือกนายกรัฐมนตรีไทยคนหนึ่งไม่ได้เสียสติไปแล้ว.

แถลงการณ์ของคุณจักรภพ 26 พ.ค. 51

28 พฤษภาคม 2551



ดาวน์โหลดภาพหรือเสียง

คลิปวีดีโอ (คลิปเดียวกันแต่ความละเอียดแตกต่างกัน)
1. http://www.mediafire.com/?jybuwvtef5n 97.04 MB (โดยเกียรติมุข)

2. http://baygon3.no-ip.org/savefiles/Jakrapop-080526.WMV 59 MB (โดย fujiko2)

ไฟล์เสียงอย่างเดียว
1. http://www.mediafire.com/?xyytyjuyoxt 8.85 MB
2. http://www.upupz.com/download.php?file=7b9aaabf4137f5030e2d184a1fa77387 8.85 MB
3. http://baygon3.no-ip.org/savefiles/Jakrapop-080526.MP3 14 MB

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ

จากเว็บรัฐบาลไทย
เอกสารคำแปลคำบรรยายโดยนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกล่าวต่อสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550

จากเว็บ Thai People Voice
เอกสารคำแปลคำบรรยายโดยนายจักรภพ เพ็ญแข(1.18 MB)
เอกสารคำบรรยายภาษาอังกฤษ(797.65 KB)
ฉบับพรรคประชาธิปัตย์(728.61 KB)

พันธมิตรฯหนาว พลังประชาธิปไตยรวมติด ตั้งพลสนามหลวงขัดตาทัพ

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 พฤษภาคม 2551

รวมชุดภาพถ่ายดูได้จากเว็บไซต์คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ แสดงถึงกลุ่มมวลชนที่ต่อต้านกับกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ตั้งเวทีคู่ขนานขึ้นที่ท้องสนามหลวงเมื่อคืนนี้ โดยภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประชาชนที่ได้รวมกลุ่มกันขึ้นมาเอง โดยไม่มีการจัดตั้ง ได้ตั้งเวทีขึ้น โดยใช้ชื่อว่า "สภาสนามหลวงต่อต้านพันธมิตรฯเผด็จการ และความไม่เป็นธรรม" โดยมีป้ายผ้า "คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ" ขนาบข้าง

ประชาชนที่มารวมกลุ่มกัน ประเมินจากภาพถ่าย มีประมาณ 300 คน โดยมีวิทยากรสลับกันขึ้นพูด และมีการถ่ายทอดผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้เรายังไม่มีข้อมูลว่าจะมีการชุมนุมดังกล่าวขึ้นทุกคืนหรือไม่

วันอังคาร, พฤษภาคม 27, 2551

ฉากจบของ ‘สนธิลิ้ม’

โดย คุณกาหลิบ
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
27 พฤษภาคม 2551

คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ออกอาละวาดเที่ยวนี้ ประกาศไว้ล่วงหน้าว่า จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของตนเอง ถึงจะไม่ได้บอกว่าสุดท้าย เพราะเงินหมด ไถใครไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หรือสุดท้าย เพราะได้ใช้เล่ห์กระเท่ห์ต่างๆ หลอกคนสำคัญมาจนรอบพระนคร จนไม่มีใครเชื่อแล้ว หรือเพราะกรรมเวรใดๆ ก็ตาม

ผมก็เชื่อว่า คุณสนธิ มาถึงวาระสุดท้ายแล้วจริง เพราะประเทศชาติ คงจะไม่ไร้สติปัญญา ขนาดถูกหลอกได้หลายหน ด้วยเรื่องราวต่างๆ ชนิดนักประพันธ์ยังอาย ที่ไปเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมา ทำร้ายกันในทางการเมือง เท่าที่ถูกหลอกมาหนหนึ่ง จนเขาจับไปเหตุยึดอำนาจรัฐประหารกันสบายใจเฉิบไปนั้น ก็น่าจะเพียงพอแก่เหตุ

สูตรที่ว่านี้ เริ่มต้นด้วยการออกมาใช้เวทีสื่อ ในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่ฟังแล้วต้องอ้าปากค้าง จริงหรือไม่จริงไม่รู้ แต่มีกลวิธีในการเล่าที่น่าสนใจ และน่าเชื่อถือยิ่ง เพราะเป็นคนเล่าประเภทที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี และไม่มีความละอายต่อบาปใดๆ ทั้งสิ้น เห็นว่าการโกหกเป็นศิลปะในการขึ้นสู่ที่สูง หรือหาเงินเข้ากระเป๋าอย่างหนึ่งด้วยซ้ำ

แต่เมื่อเรื่องนั้นๆ ไม่มีมูลความจริง คนที่เป็นเจ้าของสถานี หรือเวทีสื่อ ก็เริ่มอึดอัด มีข่าวเข้าหูมาเรื่อยว่า มีคนเข้าไปนั่งปั้นน้ำเป็นตัวอยู่ในสถานีของตน และกำลังใช้อำนาจสื่อ เพื่อหาประโยชน์เป็นการใหญ่ แถมยังปั้นเรื่องให้คนเขาเสียหาย เพื่อจะขู่กรรโชกตามสันดานที่ติดตัวมาแต่เดิม เขาก็เริ่มกดดันให้ออกไปเสีย หรือไม่ก็หยุดทำรายการ เพื่อปกป้องเจ้าของ หรือผู้บริหารเขานั่นเองไม่ใช่อะไรอื่นเลย เหมือนที่เกิดกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ในยุคคุณทักษิณมาแล้วครั้งหนึ่ง


พอถูกกระทบอย่างนี้เข้า ผีในตัวก็ออกอาละวาด ไปนำการประท้วงชุมนุมอะไรต่อมิอะไรมากมาย โดยชวนเชื่อว่า ชาติกำลังจะล่ม และสถาบันหลักของชาติกำลังได้รับอันตราย คือบาปกรรมของตัวเองแท้ๆ แต่นำเสนอเหมือนเป็นความทุกข์ร่วม เพื่อขยายพันธมิตรออกไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เลยดูเหมือนเป็นคนสำคัญขึ้นมา ชนิดเขาจามทั่วประเทศต้องไอหรือเป็นหวัดไปเลยทีเดียว ฟังแล้วก็ดูคล้ายสังคมปัญญาอ่อน ที่ถูกชักจูงได้ง่าย จากอวิชชาและมิจฉาทิฐิ แต่ก็เป็นไปได้ และเป็นไปแล้ว ในห้วงเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมา

คำถามคือ สังคมเดียวกัน รู้จักเติบโตทางปัญญาขึ้นบ้างหรือไม่ หรือยังจมปลักอยู่ที่เดิม รอให้ใครมาสนตะพาย และจูงจมูกไปหาหญ้ากินที่อื่น

ส่วนตัวผมแล้ว ไม่เชื่อว่า จะเป็นเช่นนั้น ผมเชื่อว่า บัดนี้ผู้คนได้รู้จักคนอย่างคุณสนธิดีขึ้นแล้ว และเริ่มจะคิดหนัก เมื่อคุณสนธิขอร้องให้ออกจากบ้าน มาร่วมชุมนุมประท้วงกับเขา เดี๋ยวนี้เขา ไม่ออกมาง่ายๆ ด้วยหัวจิตหัวใจตามแบบเก่าอีกแล้ว เพราะถูกหลอกหนเดียวก็เกินพอ


ปัญหาคือ รู้ว่าถูกหลอกแล้ว และเข็ดแล้วก็จริง แต่ด้วยความที่เคยเล่นงานเขาไว้ จนเต็มเขี้ยว ร่วมไปกับคุณสนธิ ในขณะนี้ หลายคนจึงเกิดความเขิน เพราะการยอมรับความจริง จะเท่ากับว่า ตนเองถูกหลอกมานานปี ร่วมหัวจมท้ายกับเขาไป ชนิดที่ถอนตัวถอนใจได้ยากลำบาก ไม่อาจจะบอกได้อย่างหน้าชื่นตาบานว่า ผิดไปแล้ว นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ คือ การรักษาหน้าและ “ศักดิ์ศรี” ในทางการเมือง จนไม่อาจปรับเปลี่ยนท่าทีอะไรได้ อย่างมากก็เก็บตัวอยู่บ้าน ใครถามก็บอกเท่ๆ ว่าเบื่อการเมือง วุ่นวายกันไม่รู้จักจบสิ้น แต่แท้ที่จริงแล้ว คือถลำตัวลงไปจนถอนไม่ได้นั่นเอง

ปัญหาแบบไทยเราก็คือ การมุ่งรักษาหน้า แต่ไม่รักษาสมอง สนธิลิ้ม ถึงยังยื่นหน้ามาหลอกหลอนสังคมอยู่ได้ จนถึงเดี๋ยวนี้

แต่คงไม่นานหรอกครับ.... เห็นว่า “มือที่มองไม่เห็น” เอื้อมมาขีดเอาไว้แล้วนี่.

Hotel Rwanda กับ Thailand Massacre : การปลุกปั่นความเกลียดชัง ของพวกพันธมิตร

โดย คุณลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบไซต์ thaifreenews
27 พฤษภาคม 2551

เหตุการณ์เมื่อคืนที่ม็อบพันธมิตร ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเคลื่อนขบวนเพื่อไปทำเนียบ และมีการปะทะกันเลือดตกยางออกไปหลายคน ระหว่างม็อบพันธมิตรและม็อบต่อต้านพันธมิตร ที่เดินตามหลังไป ผมคิดว่าการปะทะกันเมื่อคืนนี้ เป็นแค่หนังตัวอย่างเท่านั้น

หากยังมีการชุมนุมอีก และมีการปลุกระดม เพื่อสร้างความเกลียดชังกันต่อไป ผมว่าอารมณ์ของประชาชนตอนนี้ รับไม่ไหวแล้วครับ พร้อมที่จะฆ่ากันทันที เหมือนเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศรวันดา ในช่วงก่อนปี ค.ศ. 1990 ซึ่งมีการฆ่ากันครั้ง มโหฬารในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของมนุษยชาติ ที่ใช้เวลาแค่ 2 เดือน ก็ฆ่ากันด้วยมีดตายไปไม่ต่ำกว่า 500,000 คน หากใครดูหนังเรื่อง Hotel Rwanda ก็คงจะรู้เรื่องนี้ และอารมณ์ของคนที่แม้เป็นเพื่อนบ้านกัน ก็ลุกขึ้นมาฆ่ากันด้วยความเกลียดชัง

บางคน อาจมองตามทฤษฎีประชาธิปไตยอย่างตายตัวว่า "กลุ่มพันธมิตรมีเสรีภาพ ที่จะเดินขบวนได้" เพราะเสรีภาพนี้ รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าการกล่าวเช่นนี้ หรือการคิดอย่างนี้ ในเวลานี้ เป็นการคิดที่ตื้นเขิน และไม่มองกาลเทศะ บริบทและอารมณ์ของคนในสังคมในเวลานี้ ที่กำลังสุกงอม ความเกลียดชังได้ขึ้นมา จนถึงจุดที่ปรอทจะแตกแล้ว

หากเรามองย้อนหลังไปแค่ไม่นาน ประมาณ 2 ปี เท่านั้น จะเห็นว่า กลุ่มพันธมิตรพวกนี้ ก่อกวนบ้านเมืองมาเกือบสองปีแล้ว ออกมาเล่นการเมืองข้างถนน ปลุกม็อบ ปลุกระดมให้คนเกลียดชังกัน และวางแผนกับผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ให้ทหารใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร ฉีกทำลายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ประชาชนร่วมกันร่างขึ้นมา

การทำรัฐประหารครั้งนั้น นอกจากไมได้แก้ปัญหาอะไรแล้ว ยังทำให้บ้านเมืองตกต่ำ เสื่อมโทรมถดถอยลงไปอีก สถาบันหลักต่างๆ เสื่อมศรัทธาลง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นี่เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในสองปีมานี้

เมื่อมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกผ่อนคลาย คาดหวังว่าความสงบจะกลับคืนมาสู่ประเทศขาติ การเมืองกลับเข้ามาสู่เส้นทางอารยะชน เหมือนกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก คาดหวังว่าความขัดแย้งทั้งหลาย จะนำขึ้นมาต่อสู้กันในรัฐสภา ตามวิถีแห่งอารยประเทศทั้งหลาย เขากระทำกัน

ประชาชนจำนวนมาก ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ และกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของพวกเขา เมื่อมีการเลือกตั้ง ประชาชนคิดว่าชีวิตเขาจะกลับคืนมาสู่ปกติเสียที

นอกจากนี้ ทักษิณก็ไม่ได้เป็นนายกฯ หรือเป็นนักการเมืองแล้ว กลุ่มพันธมิตรพวกนี้ โจมตีทักษิณที่ประชาชนจำนวนมากรัก จนต้องถอยออกไปแล้ว แล้วทำไมกลุ่มนี้ จึงยังไม่พออีก ทำไมต้องออกมากลางถนนอีก ดังนั้น เมื่อพันธมิตรขนคนออกมาบนถนนอีก อารมณ์คนก็ระเบิดออกมาทันทีว่า "มันเอาอีกแล้ว" มันสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองอีกแล้ว

การที่จะมองตื้นๆ เพียงว่า กลุ่มพันธมิตรมีเสรีภาพที่จะชุมนุมอีก จึงเป็นการมองที่ตื้นเขินเกินไป และประชาชาเรียนรู้จากประสบการณ์ว่า กลุ่มนี้ ไมได้ใช้เสรีภาพเพื่อระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นการใช้เสรีภาพการชุมนุม เป็น “เครื่องมือ” หรือเป็นข้ออ้าง เพื่อชักนำเอาระบอบเผด็จการ ระบอบอำมาตยาธิปไตยกลับคืนมา


คนกลุ่มนี้คือ พวกที่สนับสนุนเผด็จการ ดังนั้นการอ้างเรื่องเสรีภาพ ของคนพวกนี้ ในสายตาประชาชนที่ต้องทนความยากลำบากมา 2 ปี จึงฟังไม่ขึ้น เมื่อพวกนี้ออกมา อารมณ์ของคนกลุ่มใหญ่ จึงระเบิดออกมาทันที การจะมาอ้างเรื่องเสรีภาพ มันจึงฟังไม่ขึ้น ในสายตาของประชาชนอีกฝั่งหนึ่ง

ความเกลียดชังที่สั่งสมมาเกือบสองปี ทำให้โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบ Rwanda มีสูงมาก แม้ขนาดจะไม่เท่ากับเหตุการณ์ที่ฆ่ากันในรวันดา แต่ระดับความเกลียดชัง ที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมาในขณะนี้ อาจขึ้นไปเท่ากันแล้ว
โอกาสเกิด Thailand Massacre หรือการสังหารกันบนถนนราชดำเนินนั้น มีแน่ หากพันธมิตรยังจะยั่วยุ จัดม็อบออกมาเช่น นี้อีก

ม็อบต่อต้านพันธมิตรเมื่อคืนนี้ ไม่มีแกนนำ ไม่ได้มีการจัดตั้ง แต่ไปกันเอง ดังนั้นโอกาสที่จะมีใครควบคุมได้ จึงมีน้อยมาก เมื่อมีการยั่วยุ ก็จะรุนแรงทันที ม็อบที่ไม่มีแกนนำเช่นนี้ จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และเมื่อถูกทำร้าย อารมณ์ของเพื่อนร่วมม็อบที่อยู่ด้วยกัน มีอารมณ์ร่วมกัน ความเป็นตัวตนหายไป การเข้าตลุมบอน ฆ่าฟันกัน จึงเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

และม็อบเช่นนี้ จะมีผู้นำที่เกิดขึ้นเองในกลุ่ม และผู้นำของกลุ่ม มีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรง เพราะสติของม็อบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว (หากมีสติก็ไม่ใช่ม็อบ ตามความหมายที่แท้จริง)

การจะไปกล่าวหาว่า นปก.หรือใคร ว่าจัดตั้งมา มันก็ได้แต่กล่าวหา เหมือนที่ชอบกล่าวหากันประจำในประเทศนี้ มันจึงไม่ได้ความจริง

เมื่อพันธมิตรชุมนุม คนที่อารมณ์เกลียดชังพันธมิตรขึ้นเลยขีดแดงเหล่านี้ ก็จะออกไปเผชิญหน้าทันที ใครก็ห้ามไม่ได้ พวกพันธมิตรคิดว่า ทหารจะออกมาช่วยทำรัฐประหารเหมือนครั้งที่แล้ว ผมว่า ยากแล้ว ที่ทหารจะกล้าออกมาทำรัฐประหารอีก เพราะเห็นแล้วว่า มีข้อเสียมากกว่าข้อดี และแม้จะสามารถยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนไปได้ ก็ไม่สามารถคุมอำนาจทางการเมืองได้อีกต่อไป ต่างชาติก็จะต่อต้านอย่างรุนแรง

การทำรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งของประชาชน สองครั้ง ในเวลาไม่ถึงสองปี จะจุดอารมณ์ของรัฐบาลทั่วโลก ที่จะไม่ยอมรับรัฐบาลจากรัฐประหารนี้ และจะมีการตอบโต้อย่างรุนแรงแน่นอน ประชาชนกลุ่มไม่เอารัฐประหาร ก็จะไม่ยอมนิ่ง เพื่อฟังใครปลอบใจอะไรอีกแล้ว และผมเชื่อว่า ไม่มีใครมีบารมีพอ ที่จะทำให้ใครเคารพอีกแล้ว เหตุการณ์ที่ผ่านมาสองปี ประชาชนไม่ได้โง่อีกแล้ว ใครที่คิดว่า จะมาห้ามทัพเพื่อเป็นวีรบุรุษ ผมไม่คิดว่าประชาชนจะยอมรับการหลอกเช่นนั้นง่ายๆ อีกแล้ว

เกมของพันธมิตรขณะนี้ จึงมีแต่การสร้างความเกลียดชังให้มากขึ้นทั้งสองฝ่ายเท่านั้น และสถานการณ์ ก็จะวนไปวนมา หาทางออกไม่ได้ และย้อนกลับไปเหมือนช่วงก่อนปี 2549

การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรครั้งนี้ ผมไม่คิดว่า จะมีผลต่อการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั้งสองฝ่าย ขณะนี้ ได้เลือกข้างไปหมดแล้ว ไม่มีพวกที่เป็นกลางเหลือมากพอ ที่จะทำให้การเมืองพลิกขั้วอำนาจได้แล้ว

คะแนนเสียงของผู้เลือกตั้งมันบล็อกหมดแล้ว คนชั้นกลางและคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ ก็เลือกข้างประชาธิปัตย์ไปแล้ว ดูได้จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่คะแนนเสียงของคนชั้นกลางในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ก็ไม่มีมากพอ ที่จะไปหักล้างกับคะแนนเสียงคนในชนบทในภาคเหนือ และภาคอีสานได้แล้ว

คะแนนเสียงระหว่างคนเมืองกับคนชนบท ระหว่างคนรากหญ้ากับพวกศักดินา มันได้ถึงจุด ที่ไม่มีทางหักล้างขั้วอำนาจทางการเมืองปัจจุบันได้แล้ว

จะหวังให้มีการเปลี่ยนข้างโหวตนั้น ยากที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

บทความทวีวุฒิ จุลวัจนะ : อำมาตย์ “ตอกตะปูลงโลง” ระบอบอุปถัมภ์

โดย คุณทวีวุฒิ จุลวัจนะ
ที่มา เวบไซต์ thai-journalist-democratic-front
27 พฤษภาคม 2551

ฝรั่งเขาเตือนกันมานานมากแล้วว่า ระวังจะขุดกับดักจับสัตว์ที่แยบยล จนเจ้าของกับดักเอง เอาตัวรอดจากกับดักนั้นเองไม่ได้ ฉันใดฉันนั้น การออกมาโจมตีจักรภพที่ไปพูดเรื่อง ระบอบอุปถัมภ์ ก็คือการฉีดยายี่ห้อ ประชาธิปไตย และเสรีภาพ ครั้งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์การเมืองครั้งหนึ่ง เข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ของ ปชช.โดยตรง เพราะจะมีแต่คนออกไปหามาอ่านกัน

ไม่ถึงห้านาที หลังจักภพแถลงข่าวเสร็จ เพื่อนรักที่เป็นลูกหม้อพี่ลิ้มก็ SMS มาทันทีว่า จักรภพนี่ “สุดเลวเลย” สำหรับผม ที่ยังกล้าพูดว่ารักประชาธิปไตย เหนือสิ่งอื่นใด ก็ “ยิ้ม อยู่กับตัวเองอยู่นานทีเดียว กับปฏิกิริยาของเพื่อนรัก"


สาเหตุก็เพราะว่า เหมือนไฟลามทุ่ง คนไทยคงจะไปหาสิ่งที่จักรภพพูด แล้วแปลมาให้อ่าน กันเป็นหมื่นเป็นแสนคน แล้วหลังจากอ่านกัน ก็คงจะมีเป็นหมื่นเป็นแสนคน ที่จะเข้าใจว่า ระบอบอุปถัมภ์ มันสุดแลว และเป็นรากของระบอบอำมาตย์ ที่เป็นมะเร็งร้ายของประชาธิปไตย มาอย่างยาวนาน

พูดง่ายๆ คนที่ไม่เคยเลยจะสนใจสาระของการเมืองว่า เบื้องหลังการโจมตีกันไปมา แบบ ปชป.นิยมชมชอบ มันมีปรัชญาและสาระอะไรอยู่ข้างหลัง

มาวันนี้ เพราะอำมาตย์ออกมาเอาเรื่องกับจักรภพ เรื่องอุปถัมภ์ คนเป็นหมื่นเป็นแสน ก็หันไปมองดูปรัชญากันแล้ว ก็คือ “เอากล้องจุลทัศน์” มองระบอบอุปถัมภ์ชนิดลึกๆ

บอกตรงๆ มันเป็นการแพร่กระจายของปรัชญาด้านประชาธิปไตย ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในไทยเลยทีเดียว กับการที่ไปเอาเรื่องจักรภพ


แน่นอน ไม่ทันไร คนออกมาวิพากษ์กันแล้วว่า คำแปลมันไม่สำคัญ แต่สาระที่จักรภพพูดมันสำคัญกว่า ก็คือพยายามโจมตีจักรภพอยู่ดี แล้วแน่นอน คงจะมีคนเชื่อเหมือนเดิมว่า มุมมองจักรภพนั้น “อันตราย” อย่างที่ ปชป.เขาว่าไว้ เพราะจักรภพพูดถึงองคมนตรีตรงๆ หลายจุด

แต่ในอีกมุมมอง สำหรับคนไม่เล่นการเมือง เหมือนที่ สื่อและ ปชป.หรือ พลพรรคพี่ลิ้ม และพวกอำมาตย์เอง ที่เล่นการเมืองกัน เพื่อชนะคะคาน ที่กล่าวมาก็คือ พวกที่เลือกข้างอำมาตย์กันไปแล้วนั้น มันสายไปแล้ว แต่สำหรับคนกลางๆ วันที่หยิบการพูดของจักรภพมาอ่าน มันก็คือการฉีดประชาธิปไตย เข้าเส้นเลือด ขนาดใหญ่แน่นอน เพราะใครจะถียงว่า ระบบเส้นสาย หรืออุปถัมภ์ มันเป็นมะเร็งร้ายในสังคมไทยมานาน

ไม่ต้องบอก ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่า หมิ่นสถาบัน ที่เป็นผลทางอ้อมมาจากการเปิดประเด็นของ พลพรรค ปชป.ว่า มีเว็บอยู่ 30-40 แห่ง ที่ละลาบละล้วงสถาบัน ที่เป็นผลขยายมาจาก การหาเรื่อง กับคำพูดของจักรภพ เรื่องสถาบันอีกที


ก็ไม่ต้องบอกว่าคนที่ถูกกล่าวหานั้น บางกลุ่มไม่ใช่การเมืองเลย แต่เป็นนักวิชาการเสียส่วนมาก ก็เช่นเว็บ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ที่ถูกกล่าวหาว่า หมิ่นสถาบัน ที่คนเข้าไปหาบทความอ่านกัน แล้วเป็นล้านๆ คน จนมีชื่อเสียงไปทั่วว่า เป็นแหล่งความรู้ใหญ่ของไทย ยังต้องออกมา “สับ” ปชป.เสียน่วม ว่าด้วยเรื่อง “สำหรับคนบางคนแล้ว เสรีภาพและประชาธิปไตย อยู่เหนืออื่นใด”

มุมมองนั้นจะผิดถูกยังไง ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันคือ แบบมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เขาอยู่ของเขา เป็นตัวของตัวเองของเขา มีวุฒิภาวะ และสติปัญญาเต็มร้อย แต่พวกสมองนิ่ม อย่าง พลพรรค ปชป. ยังออกมาโจมตีเขาได้ พูดง่ายๆ เอาเรื่องสถาบันมาใช้โจมตีเขา มันก็เกิดปฏิกิริยาที่ “เข้าใจได้ขึ้นมา” คือถูกโจมตี เขาจะยิ่ง รักเสรีภาพและประชาธิปไตย มากขึ้นไปอีก เพราะสิ่งนี้ ที่เขารัก กำลังถูกโจมตี และตัวเขาเอง กำลังถูกกล่าวหา ว่า “ทำผิด”

ซึ่งในความจริงแล้ว เสรีภาพและประชาธิปไตย มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทั่วโลก ไม่ใช่ของคนไทยเท่านั้น เพียงแต่ไทย ยังมีระบอบอุปถัมภ์และอำมาตย์ มาทำให้ เสรีภาพ และ ประชาธิปไตยไทย “จะดับมิดับมานานมากแล้ว”

ก็ไม่ต้องบอก สรุปสักหน่อย โจมตีจักรภพ และโจมตีคนระดับมีสติและปัญญา แบบมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ก็เลยกลายเป็นการโปรโมทให้คนหาที่จักรภพพูด มาอ่าน และก็ทำให้คนรัก เสรีภาพและประชาธิปไตย มากขึ้นไปอีก ในที่สุด ก็แบบผมนะ มาถามผมว่า ผมรักอะไร ผมก็ต้องบอกว่ารักเสรีภาพและประชาธิปไตย เพราะสองอย่างที่ผมรักอยู่นี้นั้น มันกำลังถูกโจมตี และอาจจะหายไปจากเมืองไทย แล้วต่อจากนั้น ที่คนเริ่มคิดเรื่องนี้มากขึ้น จะเกิดอะไรขึ้น มันก็คือจุดเริ่มต้นของจุดจบของระบอบอุปถัมภ์ และอำมาตย์นั่นเอง

แล้วนอกจากคนแบบผม ที่ยังกล้าพูดว่า รักเสรีภาพและประชาธิปไตยมากที่สุด และนักวิชาการระดับสูงของไทย เช่นที่มหาวิทยาลับเที่ยงคืน ที่รักเสรีภาพในการวิพากษ์ปัญหา คนธรรมดาทั่วไทยจะคิดอย่างไรหรือ ก็แน่นอน จะมีคนอ่าน และรักการ “เลีย” มากเข้าไปอีก แต่ก็แน่นอนว่า ก็จะมีคนเข้าใจระบอบอุปถัมภ์ และ อำมาตย์ มากขึ้นว่า เป็นมะเร็งร้าย


ก็อย่างที่ฝรั่งเขาสอนนักเรียนกันนะ เวลา สอนเรื่องเมืองไทยกัน เขาจะบอกกันในวันแรก และเป็นประโยคแรกๆ เลย ว่า “Thai Means Freedom” และ “Thailand is The Land of The Free”

Bloomberg ตีข่าวไปทั่วโลก ศก.ไทยพุ่งแรงในยุคสมัคร

โดย มีดบินลี้น้อย
ที่มา พันทิป
27 พฤษภาคม 2551

นี่ไง ข้าวยากหมากแพง Bloomberg ตีข่าว ศก ไทยพุ่งแรงในยุคสมัครไปทั่วโลก

บลูมเบิร์ก สำนักข่าว ศก. อันดับหนึ่งของโลก ทำเอาสื่อไทยช็อคเพราะโกหกไม่มิด และไม่มีหัวในการดูตัวเลข ศก. ตีข่าวพาดหัวเวปมาสองวันแล้วว่า Thai Economic Growth Accelerates on Consumer Spending http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=newsarchive&sid=aSzgFQ9tkzp4



รวมความคือ ศก ไทยไตรมาสแรกหรือสามเดือนแรกผ่านฉลุย ทำเอารัฐบาลสุรยุทธ์ และทีม ศก ทหารอายม้วน เมื่อผลิตภัณฑ์มวลนวมประชาชาติโตถึง 6% เป็นไปตามค่าเฉลี่ย หรือ median line ที่นักวิจัย 15 คนของบลูมเบิร์ก คาดไว้ และยังสูงกว่าไตรมาสสุดท้ายของรัฐบาลเผด็จการทหารทำได้ 5.7% สูงสุดในรอบสองปีด้วย

ต้องปรบมือให้ทีม ศก ข้าวยากหมากแพงครับ ตอนนี้ เดลินิวส์ กับมติชน คงอึ้งที่ใส่ไฟแล้ว โดนสำนักข่าวนานาชาติกลบเสียงซีท่า เอิ๊กๆๆ

สรุปรายละเอียดคือ ในไตรมาสแรกค่าเงินบาทแข็งขึ้น 7% การลงทุนเพิ่ม 5.4% สูงกว่าสามเดือนแรกของรัฐบาลทหารทำได้แค่ 4% การก่อสร้างขยายตัว 0.4% ต่ำครับ แต่สูงกว่ารัฐบาลองคมนตรีสุรยุทธ์ที่ดีแต่ฟอร์มเพราะตอนนั้น การก่อสร้างตกต่ำติดลบ 8.5%

การส่งออกเพิ่ม 21% ต่ำกว่าสุรยุทธ์ไตรมาสสี่ 24% นิดหน่อย การนำเข้าเพิ่ม 34.5% เทียบกับ 9.6% ในยุครัฐบาลทหาร ถือว่าดี เพราะส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าทุน และราคาน้ำมันที่เพิ่มจากไตรมาสแรกของปีกลายกว่า 33% แต่ก็มีผลบวกคือ ช่วยดึงให้ค่าเงินบาทไม่แข็งเกินไป และช่วยลดทุนสำรองที่ไทยมีมากเกินไปในเวลานี้ได้ และทำให้เงินเฟ้อที่หนักหนาไม่พุ่งกว่านี้ ถือว่าการนำเข้าไม่ได้เสียหายร้ายแรงอะไรนักกลับจะเป็นผลดีด้วยซ้ำ

ปัญหาข้างหน้า แม้ว่า ศก ไทยในยุคสมัครจะดีกว่ายุครัฐบาลทหารอย่างชัดเจน แต่ปัญหาราคาข้าวของแพงเงินเฟ้อ 5% และอาจจะสูงกว่านี้ได้ เนื่องจากราคาน้ำมันมหาโหด 133 ดอลลาร์ สูงสุดในประวัติศาสตร์

เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องวางแผนรับมือหรือบรรเทาผลร้าย แก้คงไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ผลิตน้ำมันเองต้องซื้อเข้าประเทศ แต่ข้างหน้า ภาพ ศก ไทยก็มีดีอีกหลายอย่าง ราคาพืชผลทางการเกษตรทั้งข้าวที่พุ่งสูงไม่หยุด ชาวนารายได้ดี แม้คนกินเงินเดือนต้องซื้อข้าวสารแพงบ้าง แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 ดีขึ้น โครงการรถไฟฟ้า ที่จะประกาศผลการประมูลในเดือนสิงหาหรือกันยา รถไฟฟ้าสีม่วงเงินกู้เจบิคราคาดอกเบี้ยถูก จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต การจ้างงาน ลดการใช้น้ำมันไปได้อีกมาก เราจึงหวังว่าทีมงานโฆษกรัฐบาลจะมีความสามารถทาง ศก ออกแถลงข่าวดีๆ โต้สื่อนรกที่พยายามบิดเบือนให้เข้มข้นและมากกว่าที่ทำอยู่นี้

ข่าวเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณของชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาเหนือระบบทหารและเผด็จการที่แก๊งค์ข้างถนนของพันธมิตรสนับสนุนอย่างไม่มีใครปฎิเสธได้

การ์ตูน: "นักข่าวสภา"แจ้งความ ถูกแก๊งค์"นปช."คุกคาม


==============================



โดยคุณ Juninho

หมายเหตุ: ท่านสามารถรับชมคลิปภาพเหตุการณ์สื่อคุกคามผู้แถลงข่าวได้ที่ ลิงค์สำนักข่าวไทย

'คนวันเสาร์'ประเมินสถานการณ์หลังการปะทะ 'พันธมาร'เสียหมาหมดฟาร์ม

27 พฤษภาคม 2551

คุณ Red Earth หนึ่งในสมาชิกเว็บบอร์ดคนวันเสาร์ฯ ที่ได้ไปร่วมชุมนุมต่อต้านและแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ประเมินสถานการณ์ดังนี้
"จากเหตุการณ์เมื่อวาน สนธิและพันธมารได้เสียหมาไปหมดฟาร์มจำลองแล้ว นอกจากคนจะไปกันน้อยแล้วยังโดนกองกำลังประชาชนจำนวนน้อยกว่าเกือบสิบเท่าไล่ แม้ว่าพวกมันจะมีการ์ดสี่ห้าร้อยคนถือไม้พลองซ่อนมีด ไม้หน้าสาม แก๊สน้ำตา แท่งเหล็กและ ก้อนหิน ทำร้ายพวกเราได้ไปกว่าสิบคน ลากขึ้นรถพยาบาลไปหกคน แต่พวกมันก็เหมือนหมาจนตรอกแล้ว กระแสจุดประเด็นแตกแยกและปฏิวัติจึงมอดไปในคืนวาน ประยุทธ์คุยเครียดกับ ดาวพงษ์และไพบูลย์ ปอดแหกเลิกการเอ๊กเซอร์ไซส์ทันทีวันนี้ พวกมันจะยังอยู่ ประชาชนก็ไม่จำเป็นจะต้องไปประจันหน้าพวกมันอีก ปล่อยมันไปตามยถากรรม"

"นับแต่นี้มันนั่งที่ราชดำเนินนานเท่าไร คนก็ยิ่งสมเพทมันทั้งแผ่นดิน พวกมันจัดกำลังการ์ดที่ดุดันกว่าเดิมโดยการจัดหาของ พิธาน พืชมงคล น้องชาย ไพศาล พืชมงคล ถ้าประชาชนมีจำนวนน้อยไปท้าทายมัน อาจจะส่งผลร้ายกลับไปอีกด้านทันที และไม่ควรเป็นเป้านิ่งที่กลางสนามหลวง จึงต้องพิจารณามากๆ"

อนึ่ง ท่านสามารถติดตามชมภาพถ่ายเหตุการณ์จากกล้องคุณ Red Earth ช่างภาพภาคสนามคนวันเสาร์ฯได้ที่ลิงค์ดังต่อไปนี้

ภาพวันที่ 25 พ.ค. เวลา 22.00-02.00 น.
ภาพวันที่ 25 พ.ค. เวลา 19.00-22.00 น.
ภาพวันที่ 25 พ.ค. เวลา 18.00-19.00 น.
ภาพวันที่ 25 พ.ค. เวลา 14.00-18.00 น.

การ์ตูนโดย Gag: "โอย..มันเล่นได้ทุกเรื่อง"

วันจันทร์, พฤษภาคม 26, 2551

เก็บตกภาพบรรยากาศม๊อบพันธมิตรปะทะฝ่ายต่อต้าน 25/05/51

ถ่ายภาพโดย ต้นกล้าประชาธิปไตย, Democracy Train, Red Earth
ที่มา Thai Center News, เว็บบอร์ดคนวันเสาร์ฯ
26 พฤษภาคม 2551





บทความสายลมรัก: เมือคืนผมเป็นไอ้กุ๊ยครับ

โดย สายลมรัก
ที่มา Thai Free News
26 พฤษภาคม 2551

อดรนทนไม่ไหว กับการรับข้อมูลข่าวสารจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ในเวปไซด์ไทยฟรีนิวส์ ทางโทรศัพท์ ของแมวอ้วน ๆ และ Ice Angle ที่ไปรายงานสดการชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยตั้งแต่บ่ายสามโมง ว่าข้อเท็จจริงในการชุมนุมครั้งนี้ อะไรมันคืออะไรกันแน่ ระหว่างเรื่องจริงกับการรายงานผ่านสื่อมวลชน บางฝ่ายที่ดูเอนเอียงในการรายงานข่าว ยกฝ่ายหนึ่งเป็นเทพ แต่กลับเหยียบอีกฝ่ายหนึ่งให้จมดินเสียเหลือเกิน

เกือบ 19.00 น. ผมก็เดินทางไปถึง ซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่ากลุ่มพันธมิตร จับจองบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนินขาออกตั้งแต่บริเวณแยกโรงเรียนสตรีวิทย์ฯ ยาวไปถึงฝั่งตรงข้ามวัดราชนัดดา จำนวนคนผมไม่กล้าเฉียดเข้าไปนับเพราะบนเวทีพันธมิตรขณะนั้น กำลังปลุกเร้าให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ จนผมต้องยอมรับและบอกตรง ๆ ว่า อันธพาลอย่างผม “กลัว” ความสุภาพของกลุ่มผู้มารวมตัวกันอย่างบริสุทธิใจในขณะนั้นจริง ๆ ครับ

ถ้านับแบบไม่เข้าใครออกใคร น่าจะหลัก 1 หมื่น บวก/ลบ กุ๊ยอย่างผม เดินไปตามถนนเฝ้าดูเหตุการณ์ บวกกับความเป็นห่วงเพื่อน ๆ ที่ฝ่าอันตรายออกมาทำข่าวที่แท้จริง จนมาถึงถนนราชดำเนินขาเข้า ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มพันธมิตรที่ร่วมชุมนุม เริ่มสังเกตเห็น ประชาชนทยอยมาจับกลุ่มวิพากวิจารย์ การรวมตัวกันของกลุ่มพันธมิตร อยู่ค่อนข้างหนาแน่นตามฟุตบาทตั้งแต่หน้าหนังสือพิมพ์สยามรัฐ จนไปถึงบริเวณอนุสาวรีย์ฯ พวกเขาเหล่านั้น ผมไม่กล้าถามครับ แต่ถ้าสังเกตอากัปกริยา สายตามองไปที่เวทีพันธมิตร ด้วยความชิงชัง สายตาอันแข็งกร้าวของคนส่วนใหญ่เหล่านั้น ผมไม่อยากพูดเลยครับ ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ มันน่ากลัวจนขนลุก ผมเดินเลียบแถวของตำรวจที่ตั้งไว้เป็นคู่ขนานระหว่างประชาชนทั้งสองกลุ่ม จนมาถึงหน้าร้านอาหารศรแดงเดิม (ปัจจุบันเป็นชื่อร้านเมธาวลัย ) ก็พบกับกลุ่มแนวหน้าของฝ่ายต่อต้านพันธมิตร จับกลุ่มกันอยู่ ตามข่าววิทยุบอกว่าประมาณร้อยกว่าคน แต่ถ้ากะด้วยสายตา บนฟุตบาทดูแล้วผู้คนมันเนืองแน่น จากหัวมุมของฟุตบาทยาวไปถึงหน้าบริเวณป้อมยามของตำรวจที่เป็นที่ขายตั๋วของบริษัทเมืองโบราณ คนเท่าไหร่ บวกลบคูณหารกันเอง

ไม่นับรวม พวกที่กระจัดกระจายจากฝั่งตรงข้ามการรวมตัวของฝั่งพันธมิตรยาวไปจนถึงหน้าวัดราชนัดดาเช่นเดียวกัน ผมเดินมาหันรีหันขวางอยู่หน้ากลุ่มประจัญบานของฝ่ายต่อต้านพันธมิตร เลยได้เจอกับนางฟ้า แมวอ้วน ๆ น้องแป๊ก ซึ่งเดินทางมาถ่ายรูปและอัดเทป การปราศรัยอยู่ก่อนแล้วที่นี่ นาทีนี้แหละครับผมที่สองหูของผม ก็ได้รับการสถาปนาจากท่านผู้ทรงเกียรติ์บนเวทีพันธมิตร ว่าพวกเราคืออันธพาลรับจ้าง พวกเราคือไอ้พวกกุ๊ยข้างถนน จากนักปลุกระดมบนเวทีพันธมิตร พวกรับจ้าง พวกจัดตั้ง พวกไม่รักชาติ ครบทุกข้อกล่าวหา (ตอนนั้นกลุ่มคนวันเสาร์ยังอยู่ที่สนามหลวงอยู่เลย)

บรรยากาศการปราศรัยบนเวทีเป็นไปในลักษณะ ยั่วยุ กลุ่มคนต่อต้านอยู่แทบจะตลอดเวลา ท่ามกลางเสียงโห่สวนของกลุ่มต่อต้านกันเป็นระยะ ๆ การปลุกเร้าบนเวทีแบบจับประเด็นอะไรไม่ได้เลยนอกจากซ้ำ ๆ ซาก ๆ ปกป้องรัฐธรรมนูญไว้ด้วยชีวิต ไล่นายกฯ สมัคร ข้อหานอมีนี ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น สรุปด้วยทักษิณ ออกไป ๆ ๆ เป็นระยะ (แล้วเมิงเสือกเรียกร้องให้เขามาขึ้นศาลทำหอกอะไร)

ลักษณะกุ๊ยที่ผมได้ถูกจัดรวมไปอยู่ในกลุ่มด้วยนั้น มันทำให้ผมอดเหลือบไปมองอย่างสมเพชจริง ๆ ครับ กุ๊ยแต่ละคนล้วนแต่อายุรวมกันประมาณ 2 คน 100 ปี เกินครึ่ง บางคนบางท่านห่อข้าว ห่อน้ำ พร้อมเสบียง มารอต่อต้าน มากันแบบตัวใครตัวมัน กระจัดกระจายกันมา คุณป้าบางคนถือโทรโข่งแบบตัวจิ๋ว พยายามตะโกนใส่สวนการปราศรัย กับเวทีเครื่องเสียงระดับเงินล้าน คุณลุงอายุน่าจะเกิน 60 ปี ขับมอเตอร์ไซด์ คันเก่า ๆ ผูกแป๊บน้ำ(ห่อผ้าขาว) ติดมากับท้ายรถ จนผมอดวิตกไม่ได้ ได้แต่พูดปลอบประโลมให้แกใจเย็น ๆ บางคนหันรีหันขวาง ว่าจะยืนตรงไหน ที่จะหลบก้อนหิน ที่มาจากกลุ่มผู้รักประเทศชาติ ที่ประเคนเข้ามาให้กับพวกต่อต้านพันธมิตร ชนิดที่หากเห็นขนาดหินแล้วถ้าโดนจุดสำคัญคงถึงกับสาหัส

ทำไมพวกจัดตั้งมามันอายุขนาดนี้ว๊ะ หรือว่าพวกต่อต้านรับจ้าง คนเลว คนชั่ว ที่ท่านกล่าวหาป้ายสีพวกเขาบนเวทีหนะ เขาจ้างแต่คนสูงอายุ หากมองพวกเขาด้วยหัวใจ พวกเขาเดินทางมากันเอง ต่างคนต่างมา ไม่มีการจัดตั้ง ไม่มีผู้นำกลุ่ม ไม่มีอะไรเลย สงสัยมั้ยครับว่าพวกเขามากันอย่างไร มากันทำไม มาด้วยอะไร “หัวใจ” ไงครับ พวกเขามาด้วยหัวใจของพวกกุ๊ย ที่เกลียดชังการ ป่วนบ้านเผาเมือง เพียงแค่ต้องการเข้าไปตักตวงหลังจากเกิดการยึดอำนาจของพวกท่านงัยหละครับ เพราะบุฟเฟ่รัฐประหารเมื่อครั้งที่แล้ว มันยังตำตาตำใจพวกเรา รวมทั้งกุ๊ยอย่างตัวผมอยู่มิรู้ลืม

วันนี้ผมได้รู้ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง อะไรบางสิ่งบางอย่างจากฝั่งพันธมิตร ที่หยามศักดิ์ศรีของความเป็นคนที่เห็นแตกต่าง ในประเทศนี้ราวกับว่าพวกเขาไม่ใช่คนไทยเหมือนกัน บนเวทีพันธมิตรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ๆ ๆ จนทำให้ผมนึกไปถึงอารมณ์ในขณะนั้นของ สส.การุณ ที่บังอาจไปถีบท่านผู้ทรงเกียรติ์ คงจะอยู่ในอารมณ์เดียวกันกับ กุ้ย ทั้งหลายที่รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ด้วยจิตวิณญาณรักชาติไม่น้อยไปกว่าใครเมื่อคืนนี้

พี่น้องกุ้ย ที่เคารพครับ ผมอยากบอกท่านว่า ผมอยากบอกกับพวกท่านว่า ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติ์อย่างสูงครับ ที่ได้เป็นกุ๊ย เป็นอันทะพาล และเป็นพวกรับจ้าง ร่วมกับพวกท่าน ตามที่ได้รับข้อกล่าวหา ผมเข้าใจแล้วครับว่า ค่ายบางระจันเกิดได้อย่างไร เพราะมันมีพวกกุ๊ยอย่างพวกท่านอยู่ในผืนแผ่นดินนี้งัย โปรดได้รับการเคารพจากผม

ขอแสดงความนับถือครับ

สายลมรัก (กุ๊ยคนหนึ่งเมื่อคืนนี้)

ภาพสถานการณ์พันธมิตรฯช่วงเจ็ดโมงเช้า 26/05/51

ถ่ายภาพโดย Wasabi
บรรยายภาพโดย CrazyBMW
ที่มา พันทิป
26 พฤษภาคม 2551

บทความทวีวุฒิ จุลวัจนะ : สาวก ตกขอบประวัติศาสตร์ ไปกับ เจ้านายลิ้ม

โดย คุณทวีวุฒิ จุลวัจนะ
ที่มา เวบไซต์ thai-journalist-democratic-front
26 พฤษภาคม 2551

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า เห็นด้วยที่มองว่า การประท้วงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ปัญหาก็คือ เหมือนในต่างประเทศ ที่เจริญแล้ว และเป็นประชาธิปไตยจริงๆ แต่ถึงขนาดในประเทศที่เปิดกว้าง รับผิดชอบ และ แฟร์ๆ กันขนาดนั้น แต่เวลาพรรค Natzi เดินขบวนทีไร เป็นต้องเจอคนรวมกันโจมตี ทุกครั้งไป

เมื่อวานนี้ พันธมารรวมตัวกันเพื่อประท้วงใหญ่ คงจะฝันว่าจะ “พาเหรด” และนำ “ริ้วขบวน ที่สวยงามและบริสุทธิ์” อย่างที่ ASTV เขาเรียกตัวเอง ไปตามท้องถนน ไปทุกหนทุกแห่ง ได้อย่างสง่างาม เพื่อให้ได้มาซึ่งจุดหมายอันยิ่งใหญ่ คือเอาพลังออกมาอวด ให้คนฝ่ายตรงกันข้าม “ต้องกลัวจนหัวหด ตดหาย” แล้วก็ดำเนินการเรียกร้อง จนล้มรัฐบาลได้ในที่สุด

เออ ฟังความฝันดูมันก็ยิ่งใหญ่พอดู เหมือนสมัยล้มทักษิณได้ไม่มีผิด ปัญหามันคือ สาวก ลิ้ม ตกขอบประวัติศาสตร์ ไปกับเจ้านายตัวเอง มานานแล้ว ตกกันไปตั้งแต่ออกมาเรียกร้อง ม7 และตามมา ด้วยการเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติยึดอำนาจ และตกไป ตั้งแต่ไม่ด่ารัฐบาลเผด็จการ ไม่ต่อต้านเผด็จการ แต่กลับสนับสนุนอยู่นานมาก จนโน่น ผลประโยชน์ไม่ลงตัวกัน ถึงออกมาด่าเขา แต่ก็ไม่วายสนับสนุนระบอบเผด็จการ อยู่ดี


แล้วทำอย่างนั้นมันคืออะไร ก็แน่นอน คนเขารักทักษิณของเขากันมากมาย เขาก็โกรธกันสิ ที่มาไล่นายกฯของเขาออกไป แล้วต่อด้วย แน่นอน คนเขาไม่ชอบเผด็จการกัน มันก็แน่นอน เขาไม่ชอบคนสนับสนุนเผด็จการ แบบ พี่ลิ้มไปด้วย ยังไม่พอ พี่ลิ้มแกดันเอาหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ มาทำเป็นเครื่องมือ Propaganda ที่บิดเบือน และผิดจรรยาบรรณสื่ออย่างสุดขั้วแล้ว คนไม่มีสื่อในมือ แต่ต้องทนกิน “สวะ” ที่ผู้จัดการยัดเข้าใส่สังคม มันก็อดโกรธไม่ได้สิ

แล้วสุดท้ายสำคัญที่สุด คนเขาต้องการอยู่กันภายใต้ประชาธิปไตย และเขารัก รธน. ปี 40 กัน นี่ดันไปสนับสนุนคนฉีก รธน. นั้น แถมพ่วงท้ายมาด้วย พรบ.ความมั่นคง ที่สุดจะไม่ประชาธิปไตย และให้ต้องมาฟังเรื่อง แผน 1234 4567 ขั้นในการทำลาย พรรค ทรท. และ พปช. ลง

สรุปสั้นๆ ตรงนี้ แล้วจะไม่ให้คนเขาทั้งโกรธและเกลียด พี่ลิ้มและสาวก ได้ยังไง เมืองไทยมันก็แค่นี้นะ คนมันก็หยิบมือเดียว มันก็ง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก คือ “ลองลื้อมาทำร้ายอั้ว” แล้วอั้วเป็นง่อยหรือ ถึงจะไม่ “อัดกลับ”

สรุปตรงนี้ คือรวมๆ กันเข้า สาวก และ นายสาวก แบบพี่ลิ้ม ลงเอยก็เป็นเหมือน พรรค Natziไป ก็เท่านั้นเอง คือคนโกรธและเกลียดเต็มไปหมด มันเลยเกิดแบบเมื่อคืนขึ้นมา คือโดยไม่ได้นัดหมายกันมากนัก หรือมีศูนย์รวมบัญชาการอะไร คนมันออกมาเพื่อ “ยำ” พี่ลิ้ม และสาวกพี่ลิ้ม กันเอง โดยธรรมชาติเสียส่วนมาก


การเดินขบวน ชนิด “นำริ้วขบวนอันสวยงาม” เลยกลายเป็นการต้องคอยหลบ สิ่งของที่เอามาโยนเข้าใส่ “ริ้วขบวนอันสวยงาม” เช่นขวดน้ำ ที่เต็มไปด้วย ของเสีย เป็นต้น แถมเจอหมด ทั้งถูกวิ่งเข้าชกต่อย ทั้งแก๊งมอเตอร์ไซต์ ทั้งแท็กซี่ ไม่ต้องบอก ริ้วขบวนอันสวยงาม ต้องป้องกันตัวเอง ด้วยการหันมาถือ “กระบองที่เตรียมกันมา” แทนที่จะมาถือธงชาติ แล้วสนับสนุน Slogan ที่พี่ลิ้มใช้ทั้งคืน คือ “เป็นสิทธิที่จะปกป้อง ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์” อย่างที่พูดแล้วพูดอีก กรอกหูให้สาวกฟังไป ประมาณ พันสองพันหน เมื่อคืนนี้

โถเอ๋ย น้องๆ และเด็กๆ ทั้งหลาย แรกเลย สถาบัน ชาติ ศาสตร์ และ กษัตริย์ นะ เขาก็มั่นคงกันดีอยู่หลอก ไม่ได้ตก ชะตากรรมอะไรเลย แล้วยิ่งมาบอกว่า คนเดินขบวนกัน หมื่นสองหมื่นคน พ่วงท้ายด้วยการถูกสารพัด ม๊อบเล็กๆ ที่ท้ายสุด มากันเหยียบหมื่น ตามอัด "ริ้วขบวนอันสวยงาม” แบบเกาะติด ตลอดเวลา มันปัญญานุ่มแท้ ที่จะเชื่อได้ว่า จะมาปกป้อง สถาบันชาติ ศาสตร์ และ กษัตริย์


แต่ไอ้การเอาสามสถาบันหลักนี้มา อ้างแล้วอ้างอีก ในการทำกิจกรรมการเมือง มาไม่รู้กี่ร้อยพันครั้งแล้ว คนฟังมันแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง คือมันโกรธหว่ะ ที่ไปด่าเขาว่าไม่รักสามสถาบันนั้น แล้วส่วนที่สอง อีกฝ่ายเขาเห็นว่า คนพูดคือพี่ลิ้ม มันเสี้ยมทำลายสถาบันเสียเองหว่ะ คืออำนาจการเอาสถาบันมาทำให้คนเข้าข้างตัวเอง มันแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว นอกจากเป็นอำนาจของการ เสี้ยมให้ชาติแตกแยกและปะทะกัน

ในที่สุด พี่ลิ้มและสาวก ก็ตกขอบประวัติศาสตร์ไป นอกจากเพราะสร้างความโกรธและเกลียดชัง ให้ตัวเองมากมาย สิ่งที่ดีงาม ที่พี่ลิ้มและสาวก จะพอเอามาอวดอ้างได้นั้นว่า ที่ต้องกลายเป็นที่จงเกลียดจงชังของคนทั่วไปมากมายนั้น จริงๆ แล้วมันหวังดี


แต่เอ ความหวังดี มันก็คือ “สวะ” ทางความคิดอีกเหมือนเดิม ซึ่งนั้นก็คือ รธน.ฉบับปี 50 นั่นก็คือ พี่ลิ้มและสาวก ยังสนับสนุนเผด็จการไม่รู้จบไม่รู้สิ้น อยู่ๆ จะเอาระบอบอำมาตย์ มาครอบงำคนไทยส่วนมาก ที่ใจเขารักอิสรภาพ และ อยู่ภายใต้กฎหมาย ด้วยความเท่าเทียม และมองกันว่า คนส่วนมาก ต้องเป็นคนปกครองประเทศ

แต่นี่อะไรกัน จะเอาชาติไปให้ พวกอำมาตย์ มันปกครองประเทศ แล้วพี่ลิ้มและสาวก ก็ทำตัวเหมือน “หมาเฝ้าบ้านระบอบอำมาตย์” ก็มันอย่างนี้สิ คนเขาถึงไม่ยอมกัน แล้วออกมา “ปะทะ” พี่ลิ้มและสาวก ทั้งคืน จนริ้วขบวนอันสวยงาม มันออกมาเหมือน “ผ้าขี้ริ้ว”

คนหนอคน ขนาด พี่ลิ้ม ยังเลือกที่จะเป็นพรรค Nazi เข้าไปได้ ไม่รู้เวรกรรมอะไรของไทย ต้องมาเจอ แบบนี้ แถมยังดันเป็นนักข่าว ที่มีสื่อใหญ่ในมือไว้ปลุกระดมอีก มันซวยจริงๆ

NBT ตีแผ่ความจริง การขนคนมาชุมนุมของม๊อบพันธมิตร

โดย ศูนย์ข่าว ThaiEnews
26 พฤษภาคม 2551

วิดิโอ เผยแพร่โดยทีมข่าว NBT ติดตามขบวนการขนคนจากเพชรบุรี เพื่อเข้ามาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ของกลุ่มพันธมิตรฯ 25 พค.51

สามารถ download คลิปนี้ได้ที่ ลิงก์นี้

video

เหลือ 300-500 คน เมื่อตอนตีสี่

โดย คุณมังกรดำ
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
26 พฤษภาคม 2551

ดูเอาตามรูป นักข่าวท่าทางจะเป็นสายโจร บอกว่า มี 3 ถึง 4 พันคน
ตำรวจ หลายคน คุยด้วย บอกว่า ราวๆเกือบพัน
แต่จากการตระเวณดูด้านหน้า ด้านหลัง ทั้งหมด ตอนตีสี่ เหลืออยู่ 300 ไม่เกิน 500 คน (นับรวมทั้งหมด)
เจ๊งเป็นเจ๊ง ตายเป็นตาย

ภาพชัดๆ พันธมิตรฯรุมทำร้ายประชาชน

ภาพโดย ฮินดูบราซิล, For Nuch, RedEarth, แมวอ้วนๆ
บรรยายภาพ ฮินดูบราซิล
ที่มา พันทิป Thai Free News
26 พฤษภาคม 2551




รายงาน "บทสรุปสิบชั่วโมงบนถนนราชดำเนินเมื่อคืนที่ผ่านมา"

โดย Bugbunny
ถ่ายภาพและบรรยายโดย Wasabi
ที่มา เว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่
26 พฤษภาคม 2551

ผมใช้เวลาสิบชั่วโมงที่ทั้งตื่่นเต้น เหน็ดเหนื่อย ร้อน แค้น โกรธ มีความสุข มีความทุกข์ สลับกันไปมาจนบางทีก็แทบปรับความรู้สึกไม่ทัน มันมีหลายช่วงจังหวะเหลือเกินตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงสองยามครึ่งบนถนนราชดำเนินในคืนวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

ไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยราวบ่ายสามกว่า ผู้คนจำนวนสามสี่ร้อยคนในผ้าคาดหัวพันธมิตรยืนอยู่บนบันไดอนุสาวรีย์ และด้านหน้าของคนพวกนี้คือตำรวจจำนวนมากที่ยืนเป็นกันชนไว้ และที่หน้าร้านศรแดง ประชาชนผู้โกรธแค้นการทำร้ายชาติบ้านเมืองมากว่าสองปีทีี่ผ่านมาจำนวนน้อยกว่ากำลังปราศรัยด้วยคำพูดซื่อ ๆ ด่าทอพวกทำลายชาติอย่างโกรธแค้น ความเคียดแค้นเหล่านั้นแสดงออกอย่างชัดเจน เครื่องเสียงกระจิบกระจอกและเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กปะทะกับรถปั่นไฟและระบบเสียงซูเปอร์ซาวด์ของพันธมิตรอย่างไม่หวาดเกรง แม้ระดับความดังจะแสนแตกต่าง แต่ระดับความกล้าหาญกลับเหนือกว่าจนเทียบกันไม่ได้ แม้รายรอบกลุ่มพันธมิตรคือ การ์ดหน้าเห้ม ของพิธาน พืชมงคล หลายสิบคน แต่ชายหญิงต่างวัยที่กำลังปะทะทางความคิดกับคนพวกนั้นก็ไม่ได้ย่นระย่อ ยืนหยัดท้าทายพวกหน้าเห้มที่แป๊ะลิ้ม ไอ้ส่วยชั่วใส ทุ่มทุนจ้างมาโดยไม่หวาดหวั่น

ชั่วโมงเศษผ่านไป ผู้คนเพิ่มจำนวนขึ้นทั้งสองฝ่าย ผู้คนในสำเนียงทองแดงเดินกันมาเป็นกลุ่ม ผิวคล้ำผมหยิกกันทั้งชายหญิง เข้าร่วมการชุมนุมของพันธมิตร และผู้คนรากหญ้าจำนวนมากก็เข้าสมทบกับประชาชนฝ่ายต่อต้าน ความเครียดเคร่งเพิ่มมากขึ้นอีก เมื่อกลุ่มเด็กหนุ่มสาวห้าหกคนแบกป้ายและแขวนป้ายหน้าหลังแบบแซนด์วิชแมนเดินมาตามแนวด้านข้างของพันธมิตร เสียงโห่ขับไล่กระหึ่มก้อง เสียงด่าสังวาสบรรพสตรีของสนธิลิ้มและบักใสตามมาเป็นระลอก เสียงโห่และบริภาษดังไปทั่ว

ฉับพลัน ขวดน้ำจำนวนหนึ่งก็ถูกโยนมาจากบนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มันไม่เกิดบาดแผล แต่เร่งดีกรีแห่งความแค้น แล้วขวดน้ำจำนวนมากก็ถูกโยนข้ามกลับไปบนอนุสาวรีย์

สงครามขวดน้ำคือสงครามแรกที่ประกาศขึ้นบนถนนราชดำเนิน มันดำเนินไปครู่ใหญ่ก่อนที่ตำรวจจะตัดสินปล่อยให้รถแล่นผ่านถนน มันบังสายตาทั้งสองฝ่ายจากกัน และลดการปะทะลงไปหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง

ค่ำลงแล้ว ถนนราชดำเนินจากอนุสาวรีย์ไปผ่านฟ้าฝั่งหนึ่งถูกยึดไปโดยกลุ่มพันธมิตร ผู้คนไม่เต็มถนนนัก แต่อีกฝั่งหนึ่งก็ไม่ได้ลดการท้าทายต่อสู้ลงแต่ประการใด เวทีพันธมิตรประกาศการเดินขบวนตอนสามทุ่ม ผู้คนยังที่ล้วนคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์แค้น ก็ไม่ได้ถดถอยออกจากกลุ่มนักสู้หน้าศรแดง กลับเตรียมการไล่ล่ากดดันขบวนพันธมิตรกันอย่างเป็นงานเป็นการ สงครามขวดน้ำ กระป๋องโค้ก ขวดลิโพ ดำเนินไปอีกหลายระลอก แต่ก็ยังไม่รุนแรง

ขบวนพันธมิตรเริ่มออกเดิน รถบรรทุกหลายคันแล่นไปเป็นระลอก คันสุดท้ายที่มี อัญชลี ไพรีรักษ์ เป็นโฆษก เริ่มออกแล่น ฉับพลัน นักต่อต้านเริ่มออกตาม กดดันรถยนต์และมอเตอร์ไซค์พันธมิตร การปะทะเริ่มขึ้นอีกครั้ง และผลก็คือรถเหล่านั้นหันกลับ ขับหนีไป พวกพันธมิตรขว้างก้อนหินและไม้กลับมา นักต่อต้่านโต้กลับด้วยบล็อกตัวหนอนปูถนน ขวดน้ำ ข่าวลือที่น่ายินดีก็คืออัญชลี ไพรีรักษ์ โดนหินตัวหนอนได้เลือดไปด้วยท่ามกลางความสะใจของผู้ชมที่เห็นสภาพของนาง

จากสนามหลวง ขบวนประชาชนชาวสนามหลวงออกเดินขบวนติดตามทันที พวกเขาประกาศมาว่า “ไอ้ลิ้มเดินเมื่อไหร่ เราเดินตามทันที” เสียงกระหึ่มก้องตามมา “ไอ้ลิ้ม ออกไปๆๆๆๆ” ผู้คนที่ระอุไปด้วยเคียดแค้นเหล่านั้นตามมาเป็นแถวยาว

ขบวนพันธมิตรหยุดที่ผ่านฟ้า กลุ่ม รปภ พันธมิตร จำนวนมากวิ่งมาป้องกันด้านหลัง ท่อนไม้ มีด และบางคนเลวถึงขนาดถือปืนฉมวกยิงปลาในทะเลมาด้วย นี่มันมนุษย์หรือเปล่า จะเอากันให้ตายเลยหรือกับแค่ความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชาชนโห่ฮา เสียงท้าทายดังก้อง “แน่จริงมาเดี่ยว ๆ กับกรู ไอ้พวกชาติหมา คนจริงไม่เล่นของโว้ย” เสียงโห่ฮาและประชาชนกลุ่มหนึ่งวิ่งไล่ตามไอ้โพกหัวตัวหนึ่งที่หนีหัวซุกหัวซุน เผ่นพรวดเดียวหายไปกลางกลุ่มพวกมัน ไหนบอกว่ากล้า

มืดแล้ว หน้า สน.นางเลิ้ง หน่วยปราบจลาจลถอนตัวไป เว้นช่องว่างเหลือเพียงตำรวจท้องที่สิบกว่าคน ช่องว่างนั้นกลายเป็นสาเหตุแห่งการนองเลือดของประชาชน เมื่อกลุ่ม รปภ ในอาณัติของไอ้หน่อง รวมกำลังกรูกันเข้าหากลุ่มต่อต้าน ทุกคนอาวุธครบมือ ไม้พลองกระบองสั้น ที่ชักออกมาคือมืดคมแบบเสือฃ่อนเล็บที่ชักออกมาไล่ตีไบ่แทงประชาชน ตีตะลุยประชาชนที่มีทั้งผู้หญิง คนแก่ รถเข็นแม่ค้า ตะลุยตีไม่เลือกทั้งคนแก่ คนสาว เด็กเล็ก สลบไปหนึ่งคน บาดเจ็บอีกนับสิบ ประชาชนโต้กลับด้วยท่อนไม้ บล็อกตัวหนอน จบลงด้วยคนหนึ่งเข้าโรงพยาบาล และยังไม่ฟื้นจากสลบในตอนที่ผมกำลังเขียนอยู่

แล้วพวกมันก็วิ่งอ้าวหนีไปทั้งแก๊งค์ เมื่อชาวสนามหลวงรวมพลังพุ่งเข้าใส่ด้วยความเคียดแค้น หายกลับไปหลังแนวตำรวจที่เข้ามาระงับเหตุ

เมื่อครึ่งคืนมาถึง บนเวทีพันธมิตรนั้ พวกอมนุษย์หายหัวไปหมด หายไปจากขบวนทั้งแก๊งค์ ไอ้ลิ้ม ไอ้ใส ไอ้สมเกียรติ ไอ้สมศักดิ์ ไอ้พิภพ เหลือแต่เถรเฒ่าทุศีล จำลอง เพียงคนเดียวเห่าหอนอยู่บนเวที

เรากลับมานั่งที่รัตนโกสินทร์ ทันได้เห็นภาพพวกโพกผ้าโพกหัวกรู้ชาติและเสื้อเหลืองถือไม้ไล่กรุ้มรุมทำร้ายประชาชน ผู้หญิงและเด็กออกแพร่ภาพประจานโจรปล้นชาติไปทั่วทางช่องเจ็ดสี ตามมาด้วยภาพแป๊ะลิ้มหน้าเครียด อัดบุหรี่อย่างแรง ใบหน้านั้นดูสิ้นหวังกังวล เหมือนคนที่พอเข้าใจว่า วาระสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามาทุกวินาที

สะพานมัฆวาฬ ตำรวจหลายร้อยคนรออยู่ที่นั่น รถบรรทุกสำหรับขังผู้ต้องหาเตรียมพร้อมนับสิบคัน กำลังปราบจลาจลนระจันหน้ากับพันธมิตรที่เหลือจำนวนหนาตาอยู่แค่หน้าตึกยูเอ็น ที่เหลือถนนว่างโล่ง เหลืออีกราวสองร้อยคนถือไม้คนละท่อนเตรียมปะทะอยู่ที่แยกกระทรวงคมนาคม โดยถนนที่เหลือระหว่างสองกลุ่มยาวหลายร้อยเมตรไม่มีคนเหลือพอจะเรียกได้ว่าเป็นม็อบ

จำลองพยายามต่อรองขอผ่านทางจากตำรวจ แต่ไม่มีใครยอมและจำลองเองก็คงสิ้นปัญญา เพราะเวลาผ่าไปแล้วหลายชั่วโมง

เรายังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แต่ที่แน่นอน “เรายอมพวกอัปรีย์เหล่านี้ต่อไปไม่ได้แล้ว” มันต้องได้รับโทษกันบ้าง

(๐๒.๐๐ น. ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 25, 2551

รายงานการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ 25/05/51

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 พฤษภาคม 2551

วันนี้มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยการนำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่ช่วงบ่าย ซึ่งท่านสามารถติดตามข่าวดังกล่าวได้จากสื่อหลักทั่วไป ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ได้มีปรากฏการณ์การรายงานข่าวผ่านเครื่องมือสื่อสารโมบายโดยอาสาสมัครประชาชนที่อยู่ ณ บริเวณดังกล่าว ผ่านทางเว็บบอร์ดการเมือง วิทยุอินเตอร์เน็๖หลายสถานี (เช่น เสรีชนฯ PCC-Thai ฅนไทย amnarj.icspace วิทยุแท็กซี่ ชมรมฟ้าใหม่) รวมไปถึงเว็บข่าวทางเลือก ทั้งนี้เราจะพยายามประมวลผลข้อมูลต่างๆ ดังกล่าว และนำเสนอท่านดังนี้

18.20 น. ลูกชาวนาไทย: "นักข่าวของไทยฟรีนิวส์ ซึ่งได้ไปสังเกตุการณ์การชุมนุมของพันธมิตรที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รายงานมาว่า มีฝ่ายพันธมิตรไปร่วมชุมนุมประมาณ 3,000 คน ส่วนใหญ่สวมผ้าโพกหัวกู้ชาติ และกลุ่มนี้ประกาศว่าประมาณ 1 ทุ่ม จะเคลื่อนขบวนไปทางสะพานผ่านฟ้า เพื่อไปปักหลักที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และจะปักหลักอยู่จนถึงเช้า เพื่อยื่นหนังสือถอดถอน สส.และ สว. ที่เข้าชื่อกันแก้ไข รธน.ครับ คุณ Ice Angel ยังบอกอีกว่า "ฝ่ายตรงข้ามกับพันธมิตร ประมาณ 5-600 คน ชุมนุมกระจัดกระจายไปทางสี่แยกคอกวัว ตอนนี้มีการปะทะขวางปากันด้วยขวดบางประปรายนะครับ"

18:28 น. ลูกชาวนาไทย: คุณแป๊กให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ม็อบที่นั่งอยู่มีประมาณครึ่งหนึ่ง สังเกตแล้วส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างจังหวัดหน้าตาออกไปทางคนใต้ ส่วนพวกที่ยืนอยู่รอบๆ มีคนแก่บ้างคนสาวๆ บ้าง หน้าตาออกไปทางหมวยๆ ซิ้มๆ คนที่อยู่รอบๆ ท่าทางจะเป็นคนมีฐานะดี เพราะเข้าไปกินอาหารเคเอฟซี (คุณแป๊กว่าอย่างนั้น)ส่วนฝ่ายตรงข้ามกับพันธมิตร (นักข่าวไทยฟรีนิวส์ใช้คำว่า "พวกเรา) ก็ทะยอยมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ประเมินจำนวนคนคุณแป๊กบอกว่าสัก 3,000-4,000 คน ครับ

18:50 น. ลูกชาวนาไทย: รายงานสถานการณ์ม็อบ 18.50 น. โดยคุณ Ice angel เมื่อครู่นี้ คุณ Ice angel รายงานมาว่ามีการปะทะกัน ระหว่างม็อบพันธมิตร กับฝ่ายตรงข้าม โดยการขว้างขวดพสาสติกและขวดอื่น ๆ เข้าใส่กันทั้งสองฝ่าย และมีการใช้ไม้คันธงด้วย ตอนนี้ตำรวจปราบจลาจล เข้าไปแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันแล้วครับ จุดปะทะอยู่ใกล้ ๆ กับ "ร้านศรแดง" (ผมเคยนอนกลางถนนหน้าร้านศรแดง สมัยพฤษภาทมิฬ) สำหรับฝ่ายตรงข้ามพันธมิตร ตำรวจเอาแผงเหล็กมากั้นให้อยู่บริเวณร้านศรแดงครับ ส่วนกลุ่มพันธมิตร ก็อยู่ในบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยครับ การชุมนุมครั้งนี้ ตำรวจได้เตรียมกำลังไว้รับกับสถานการณ์มากพอสมควร

19.30 น. ลูกชาวนาไทย:"ตอนนี้คุณแป๊กรายงานเพิ่มเติมมาอีกว่ามีการขว้างปากันด้วยขวดอีกแล้วที่บริเวณถนนดินสอ ฝ่ายพันธมิตร มี ตำรวจคอยเอาโล่ห์บังให้ ส่วนฝ่ายตรงข้ามมีแต่แผงเหล็กกั้นครับ ขณะนี้ นายสุริยะใส กำลังอภิปรายบนเวที โดยกล่าวว่าวันนี้จะเป็นวันที่เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทยครับ (รายงานข่าวโดย Ice Angel และ pak2007)"

19:50 น. ลูกชาวนาไทย: "3 ทุ่มม็อบจะเคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาลครับ"

19:57 น. นึกแนะ: 15 นาทีที่แล้ว TPBS รายข่าวว่า กลุ่มพันธมิตรเข้าไปทำร้ายร่างกาย กลุ่มต่อต้านพันธมิตรจนได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากไม่พอใจที่กลุ่มต่อต้านใช้วาจาต่อว่ากลุ่มพันธมิตร

20:45 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯ มีประมาณพันเศษๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะถอย ยังสู้ไปเรื่อยๆ

20:50 น. ดีเจมะลิ: นายสนธิลิ้มทองกุล ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ทั้งนี้มีเสียงเรียกร้องจากเว็บบอร์ดให้จับกุมนายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากเป็นการละเมิดคำสั่งศาลไม่ให้ขึ้นเวที

20:50 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯ โกรธแค้นที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ยกเรื่องราวโกหกต่างๆ รวมถึงยกเบื้องสูงมาปลุกปั่น และได้ปาของ เขวี้ยงขวดเข้ากลุ่มพันธมิตรฯ

20:54 น. firefoxC4: กลุ่มพันธมิตรฯ ผมได้ข่าวจากตร.ว่าประเมินแค่ 1500-2000 คนเท่านั้นเอง เพราะอยู่บนอนุสาวรีย์และเกาะกลางถนนด้านเลยไปสะพานผ่านฟ้า ส่วนของฝ่ายต่อต้านพันธมิตรมีประมาณ 700-800 คนอยู่บริเวณหน้าร้านศรแดง ถนนดินสอ และหน้าโชว์รูมเบ๊นซ์ และมีที่สนามหลวงอีกราวๆ200-300คนเป็นกลุ่มคนวันเสาร์แต่ยังไม่ได้เคลื่อนขบวนมาสมทบ

20:58 น. ดีเจมะลิ: มีการแฝงตัวของกลุ่มพันธมิตรฯ เข้าในหมู่ของกลุ่มคนต้านพันธมิตรฯ จึงทำให้โดนไล่และรุม

21:00 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯส่วนหนึ่งนำโดยคุณสุชาติ กำลังเคลื่อนพลจากสนามหลวงมาที่อนุสาวรีย์ เพื่อสมทบกับกลุ่มต้านพันธมิตรฯบริเวณดังกล่าว
21:10 น. ดีเจมะลิ: ฝ่ายพันธมิตรฯ กำลังเตรียมตัวที่จะเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ในขณะที่ฝ่ายต้านพันธมิตรฯ พร้อมที่จะเคลื่อนขบวนขนานกันไปเพื่อคุมเชิง

21:15 น. ดีเจมะลิ: รายงานจากที่ชุมนุมแจ้งว่ามีการแจกข้าวต้มกลางคืน เชื่อว่าจะอยู่ข้ามคืน

21:17 น. ลุงผึ้งทีมข่าวเสรีชน: การเข้าร่วมชุมนุมในวันนี้ ท่านที่เป็นผู้ใหญ่ของพวกเราฝากความห่วงใยมา หากพี่น้องต้องการเข้าร่วมการชุมนุม ขอให้พี่น้องพิจารณาให้รอบคอบ ขอให้ท่านตัดสินใจด้วยสติ ด้วยเหตุด้วยผล

21:21 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มม๊อบพันธมิตรฯใช้วิธีเดิมๆ ที่เคยใช้กับพ.ต.ท.ทักษิณ แล้วเปิดโอกาสให้ฝ่ายทหารเข้ามายึดอำนาจ จึงขอให้สมาชิกเว็บเพื่อหาเซ็นเตอร์เพื่อเช็คข่าวการเตรียมกำลังทหารตามค่ายทหารต่างๆ (อ่านเพิ่ม: วันอาทิตย์ช่วยกันสอดส่องกองทหารเหล่านี้ด้วย - โดย RedEarth)

21:26 น. ดีเจมะลิ: มีการเรียกร้องจากฝ่ายต้านพันธมิตรฯไม่ให้ใช้สัญลักษณ์ของชาติ หรือสถาบัน เพื่อกันการใส่ร้ายป้ายสีของกลุ่มพันธมิตรฯ

21:28 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มของคุณสุชาติ นาคบางไทร ได้เคลื่อนมาจากสนามหลวงแล้ว

21:38 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯ ได้เคลื่อนมาถึงฐานของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

21:41 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มมวลชนต้านพันธมิตรฯ ได้เคลื่อนตัวล้อมมวลชนกลุ่มพันธมิตร รอบทิศทาง มีรายงานว่ามีการปะทะกัน ยังไม่มีรายละเอียดของการปะทะว่ารุนแรงหรือหนักเบาประการใด

21:45 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯ ที่อยู่บริเวณอนุสาวรีย์ มีกำลังปราบจราจล คุมเชิงอยู่

21:47 น. ดีเจมะลิ: อารมณ์ของกลุ่มต้านพันธมิตรฯ กำลังคุกกรุ่น มีความเชื่อว่า จะไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธแค้นที่มีต่อกลุ่มพันธมิตรฯ ได้และอาจจะมีการปะทะกันในท้ายที่สุด

21:48 น. ดีเจมะลิ: กำลังตำรวจมีจำนวนมากที่คอยดูแลสถานการณ์อยู่

21:54 น. ดีเจมะลิ: ตำรวจใช้รถหกล้อที่ขังคนได้ มาวางอุดบริเวณสะพานมัฆวาน โดยมีความเข้มแข็งในการดูแลสถานการณ์ ในขณะที่บริเวณราชดำเนินนอกบรรยากาศเงียบกริบ และสบายใจได้ น้ำพุไม่เปิด และเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถคุมสถานการณ์ได้

21:57 น. ดีเจมะลิ: มีการสกัดมวลชนกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ให้เดินทางมาที่ทำเนียบ

21:58 น. ดีเจมะลิ: ท้ายขบวนพันธมิตรฯ อยู่บริเวณสะพานผ่านฟ้า

22:00 น. ดีเจมะลิ: กำลังตำรวจสามารถดูแลมวลชนทั้งสองฝ่าย และจัดการให้อยู่ห่างกันในระยะที่ปลอดภัย ในขณะที่ตำรวจได้สกัดไม่ให้มวลชนทั้งสองฝ่ายเดินไปถึงทำเนียบรัฐบาลได้เพื่อป้องกันความวุ่นวาย

22:08 น. ดีเจมะลิ: การรายงานก่อนหน้านี้ที่กล่าวว่ามีการปะทะกัน พบว่าไม่ร้ายแรง เป็นการทะเลาะเบาะแว้งกัน

22:10 น. ดีเจมะลิ: มีรายงานเชื่อว่า กลุ่มแกนนำพันธมิตรฯได้แยกย้าย กระจัดกระจาย ในขณะที่ทีวี ASTV มีความขัดข้องในการนำเสนอข่าว

22:24 น. ดีเจมะลิ: สถานการณ์หยุดนิ่งอยู่ แต่ยังไม่อาจไว้วางใจได้ 50/50 คืนนี้ยังต้องติดตามข่าว

22:25 น. Rungsina โพสต์โพยรายชื่อการบริหารม๊อบของกลุ่มพันธมิตรฯไว้ที่เว็บบอร์ดประชาไท

22:30 น. รายงานจากวิทยุแท็กซี่ ทางตำรวจเตรียมระดมพลเพิ่มอีก 1000 นาย

22:30 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯ ที่โดนกักที่สะพานผ่านฟ้า ได้รับการปล่อยผ่าน โดยมีระยะห่างระหว่างม๊อบประมาณ 400-500 เมตร และมีตำรวจคอยดูแลตลอด ในขณะที่มีกลุ่มแท็กซี่และมอเตอร์ไซต์รับจ้างมาร่วมสมทบกับกลุ่มต้านพันธมิตรฯเพิ่มเติมอีก

22:35 น. ดีเจมะลิ: เชื่อว่าทางตำรวจจะปล่อยให้ม๊อบกลุ่มพันธมิตรฯเดินทางไปถึงทำเนียบรัฐบาล

22:39 น. นี่หรือเมืองไทย: ตอนนี้มีข่าวแจ้งมาว่า จำลอง กำลังต่อรองกับตำรวจ เพื่อที่จะขอออกไปทางสะพานมัฆวาน เพราะตอนนี้พวกมันโดนปิดไว้ทุกทางแล้ว

22:40 น. tiffy: แท็กชี่และมอเตอร์ไซด์กาลังมุ่งหน้าสู่สะพานมัฆวานเพื่อสมทบกับกลุ่มต้านพันธมิตรฯ

22:28 น. gasman.a: ASTV รายงานว่า เด็กแว้นต์จากบางเขนกำลังเดินทางไปตลบหลังกลุ่มพันธมิตรฯ โดยรายงานว่าฟังจากวิทยุของหน่วยกู้ภัย.

22:47 น. ดีเจมะลิ: มีการปะทะกันที่บิริเวณม๊อบ มีควันปรากฏขึ้นเชื่อว่าเป็นแก๊ซน้ำตา

22:50 น. ดีเจมะลิ: เกิดความโกลาหลของขบวน โดยมีการปะทะกันระหว่างม๊อบทั้งสองฝ่าย

22:51 น. ดีเจมะลิ: เหตุการณ์คลี่คลาย หลังเกิดการโกลาหล

22:53 น. ดีเจมะลิ: ขบวนต้านพันธมิตรฯ ถอยมาที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า นายสุชาติ นาคบางไทร ยังสบายดี

22:54 น. ทหารลม14: จะมีการจับแกนนำทั้งหมด ดร.เหลิมสั่งแล้ว

22:56 น. ดีเจมะลิ: มีคนบาดเจ็บ ขึ้นรถไปแล้ว

22:57 น. รู้จริงจ้า_ขับไล่พันธมาร: ขบวนทัพพันธมิตรฯแตกแล้ว

22.58 น. ลูกชาวนาไทย: ผู้สื่อข่าวไทยฟรีนิวส์ รายงานล่าสุดด้วยความกระหืดกระหอบ เพราะต้องวิ่งหนีด้วยว่า ขณะนี้ม็อบได้ตีกันแล้ว โดยม็อบพันธมิตรตอนท้ายขบวน ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ถือไม้วิ่งมาไล่ตีม็อบต่อต้านที่ตามหลังไป มีคนบาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก้สน้ำตามมาใส่ทางม็อบต้านต้านพันธมิตร โดยไม่ได้ยิงไปที่กลุ่มพันธมิตร

22:58 น. ดีเจมะลิ: มีการเตรียมกลุ่มหัวรุนแรงในขบวนของพันธมิตรฯ เพื่อดำเนินการสร้างสถานการณ์ หัวละสองพันบาท

22:59 น. sesame: พวกเราหนีขึ้นไปบนโรงพัก มีเสียงผ่านว.มาว่าปล่อยให้พวกมันตีกันให้ตายไปเลย มีไอ้พวกตัวร้ายบงการตีพวกเรา บาดเจ็บหลายคน แท็กซี่ถูกแทงหามไปรพ. กำลังพวกนี้คาดว่าแทรกซึมมากจากพวกทหาร

22:59 น. linuxuser_ขับไล่พันธหมา: ด่วน กระบวนพันธมิตรบางตาลงกว่าครึ่งแล้ว หลังเจอม็อบต้านอัด พันธมิตรฯหมดแรงแล้ว หลังเจอขบวนมอไซด์ และม็อบต้านรุมขว้างอัดเมื่อถ่อยมา ใช้การเดินขบวนขวางจราจร กดดันรัฐบาล ตอนนี้แนวต้านออกปิดล้อมระดมตี เป็นระยะ ทำให้เหล่าคนชั้นสูง และศักดินาเกิดกลัวตาย จากสี่พันคนเหลือไม่เกินสองพันคนแล้ว เป็นความปราชัยของสื่อ และพันธมิตรอย่างเห็นชัด แผนการเสี้ยมพันธมิตร ล้มรัฐบาลประชาชนตานี้ไม่หมูแล้ว ขณะเดียวกัน พรุ่งนี้แนวร่วมมหาประชาชนพร้อมลุยที่หน้าทำเนียบ และที่แน่ๆ กองทัพถูกจับตาวางตายเพราะอาจจะใช้โอกาสนี้แทรกแซง จึงมีการประกบหัวโจกแสบๆ ในกองทัพแบบไม่ให้กระพริบตา

23:03 น. บางเบียน: ด่วน มอไซรับจ้าง แท๊กซี่ เตรียม เล่นงานไอ้พวกพันธมาร แล้ว

23:10 น. อ.เคทอง: มีคำสั่งให้จับแกนนำพันธมิตรฯ

23:12 น. มีรายงานว่าสถานี ASTV ต้องออกภาพย้อน แสดงให้เห็นว่าเกิดความขัดข้องในการถ่ายทอด

23:12 น. คฑาวุธ: ขอเรียกร้องให้ช่างภาพไปถ่ายภาพที่หน้าเวทีสนธิ

23:15 น. อ.เคทอง: มีรายงานว่ากลุ่มพันธมิตรหัวรุนแรงบางส่วนพร้อมอาวุธพร้อมมือ ได้ตีฝ่าวงล้อมมาอาละวาดทำร้ายกลุ่มต้านพันธมิตรฯ

23:17 น. อ.เคทอง: รายงานสดว่ากองกำลังตำรวจนับพันนาย ดูแลสถานการณ์บริเวณดังกล่าว

23:24 น. ดีเจมะลิ: มีคำเตือนให้ระวังมือที่สามเพื่อป้ายสี และขอให้อยู่ห่างจากสถานที่ราชการ


ถ่ายภาพโดยคุณแมวอ้วนๆ


23:40 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯ อยู่ ณ บริเวณสะพานผ่านฟ้า โดยกำลังเรี่ยไรเงินเพื่อซื้ออาหารมารองท้อง

23:45 น. sesame: จับข่าวจากตำรวจในโรงพักนางเลิ้ง ได้ว่ามีการแทงกันตายในเหตุการณ์ (ข่าววงในได้ยินจากเสียงคุยกันของตำรวจ)

23:55 น. sesame: ทางสนามหลวงได้ข่าวว่ามีแทกซี่จะมาช่วยแต่ไม่เห็นสักคน ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องให้ข่าวไปทีสนามหลวง พวกที่เข้าตีประชาชนมีกว่า 100คน สู้ไม่ถอย ขว้างหินใช้ไม้และมีดคอยทำร้ายประชาชนในซอยระหวางทางใครหลบเข้าไปถูกทำร้าย ถ้าไม่มีคนไปช่วยไม่ควรออกข่าวให้ชาวสนามหลวงได้ยิน สนามหลวงเสียกำลังใจแล้วนะ

12:07 น. ดีเจมะลิ: กลุ่มต้านพันธมิตรฯ ปักหลักอยู่บริเวณสะพานผ่านฟ้า โดยมีจำนวนประมาณ 400 คน สถานการณ์นิ่ง

ขอจบรายงานข่าวชิ้นนี้แต่เพียงเท่านี้

บทความฮาร์ดคอร์จากเสธ.แดง: เบื้องหลังผจก.กับไทยโพสต์ไม่เล่นข่าวปลดเสรี

โดย เสธ.แดง
ที่มา เว็บบอร์ดคมเสธ.แดง
25 พฤษภาคม 2551

ข้อพิสูจน์"ผู้ไม่จงรักภักดี" ต่อสถาบันกษัตริย์ตัวจริง คือ "ไทยโพสต์" ของ "เปลว สีเงิน" และ"ผู้จัดการ" ของ "แป๊ะลิ้ม"

เรื่องการโปรดเกล้าให้ พล.ต.อ.เสรี ออกจาก ผบ.ตร. เป็นข่าวที่ใหญ่มากและดังมาก ประชาชนควรรับรู้ เพราะเป็นการลงพระปรมาภิไทยนอกฤดูการณ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างต่อข้าราชการทั้งประเทศ ในการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เสนอโดยนายกรัฐมนตรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับความไม่จงรักภักดีต่อราชวงค์ถึง ๗ ข้อหา นอกจากเรื่องทุจริตแล้ว เช่น

๑. แทงหนังสือราชการภายใต้เครื่องหมายพญาครุฑในราชวงค์จักรีเกี่ยวข้องกับการไว้ทุกข์พระพี่นางตามมติ ครม. ด่าลูกน้องว่า "ควายหรือเปล่า" ซึ่งข้าราชจะทำแบบนี้ไม่ได้ ในหนังสือราชการแม้นแต่เสมียน

๒. นำ ฮ.ยูโรคอบเตอร์ อีซี หมายเลข ๒๙๐๑ เครื่องพระที่นั่งไปใช้โดยไม่มีหมายกำหนดการ และไปลงที่เขื่อนข้างไร่ของตนที่เมืองกาญฯ โดยไม่มีเหตุผล กับ ฮ.๒๙๐๒ และ เบล ๒๑๔ ถึง ๑๗ เที่ยว

๓. ในวันที่ ๒ ธันวามคม ๒๕๕๐ เป็นวันราชวัลลภ ซึ่ง ผบ.ตร.ต้องถวายความปลอดภัย แต่ตัวเองระหว่างทหารเดินสวนสนาม กลับมาเปิดอาบอบนวดชื่อ " มายแคร์" ที่ถนนพระราม ๒ ของ "นายบุญงค์ เลิศวรา"

๔. จัดประชุมตำรวจที่ บชก.เมื่อ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ นั่งเป็นประธานวิพากษวิจารณ์ขบวนเสด็จของพระบรมฯ ว่าลูกหลานเยอะแยะ ทำให้ตำรวจไม่พอทำงานอื่น ถูกถ่ายวีดีคลิ๊บ

๕. วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เป็นวันที่ในหลวงออกจากโรงพยาบาล ประชาชนเข้าเฝ้าเป็นหมื่น ผบ.ตร.ต้องถวายความปลอดภัย แต่ไม่มา และช่วงในหลวงป่วย ๑ เดือน ก็มาเข้าเฝ้าครั้งเดียว

๖. รัฐบาลเชิญถวยพระพรในหลวงที่ทำเนียบ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ บอกไม่ว่างติดถวายพระพรที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

๗. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการถวายพระพรในหลวงเมื่อ ๓ เมษายน ๒๕๕๐ ปรากฎว่า ผบ.ตร.ให้ รองแทน ไม่มาด้วยตัวเอง แต่อ้างกับรัฐบาลว่าติดงาน ไปตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลไม่ได้

๘. เวลา ๒ ทุ่ม ของวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๑ ระหว่างมีข่าวในพระราชสำนักเกี่ยวกับในหลวง ผบ.ตร.ได้บังอาจวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งไม่ควร ถูกแอบถ่ายวีดีโอคลิ๊บมาฟ้อง

คนจองกฐินนาเก๊เยอะเพราะทำเวรกรรมเยอะ ขนาดจะตายอยู่แล้ว เมื่อ ๒ วันนี้ พยาน เสธ.แดง ผู้หญิงแก่อายุ ๕๐ กว่า รวม ๓๒ คน ถูกฟ้องร้องกระจองอแง แค่มาเป็นพยานให้ เสธ.แดง ว่า พวกเขาเอาลาภมาให้เสธ.แดง เอง เพราะเมื่อตำรวจขู่ไม่รู้พึ่งใคร จึงรวมตัวมาหา เสธ.แดง ทำให้ทะเลาะกับ จเรตำรวจ ถูกฟ้องถึง ๔๒ คดี

หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับ แต่หนังสือพิมพ์ทั้ง ๒ ฉบับนี้ไม่ลงข่าวเลย

ส่วนในผู้จัดการออนไลน์พอข่าวออก คนเข้าดูเป็นหมื่นแสดงความคิดเห็น แต่เว็บมาสเตอร์ผู้จัดการไม่ปล่อยคนวิพากวิจารณ์ ผบ.ตร.ออกมาเลย

ทั้งเปลวและแป๊ะลิ้มคือผู้ต้องหาร่วม เสธ.แดง เมื่อ ๒ ปี ที่แล้วในการที่ถูก "วีระบุรษนาเก๊" ฟ้อง คนละ ๔-๕ คดี แต่นาเก๊ ถอนฟ้องสื่อทั้งหมด

สื่อทุกฉบับเมื่อศาลปล่อยตัวกลับบ้าน ไทยรัฐ เดลินิวส์ คมชัดลึก บ้านเมือง กรุงเทพธุระกิจ โพสต์ทูเดย์ ช่อง ๙ อสมท. ฯลฯ เขาก็เฉยๆและลงข่าวปกติ ยังบอกว่า ผบ.ตร.ดีเลวอย่างไร

แต่ไทยโพสต์และผู้จัดการ เชียร์นาเก๊ทุกวันจนป๋าตั้งเป็น ผบ.ตร. ซึ่งครั้งแรกนาเก๊โดน เสธ.แดง ร้อง จึงถูกย้ายจาก จเรตำรวจเป็นประจำ สบ.๑๐ เพราะปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ถูก ผบ.ตร.(พล.ต.อ.โกวิทย์) ลงโทษทางวินัยย้ายกลางอากาศ เพราะไปยัดข้อหาอุ้มฆ่าเสธ.แดงที่ชลบุรี และด่าตำรวจพญาไทออกโทรทัศน์ แต่ไม่จับถือปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ถูก เสธ.แดง ร้องอีก ๑ เรื่อง

และเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน พันธมิตรชวนคนไทยสมองหมาปัญญาควายเดินขนวน ซึ่งไม่ใช่ เสธ.แดง เข้าข้าง รัฐบาล เพราะนายกทักษิณบาดเจ็บเพราะ เสธ.แดง เรื่องคาร์บองส์ และ จับทหารในค่ายทหารที่ระเบิดกรุงเทพฯ ๙ จุด สื่อทำข่าวจนวงแตก เพราะไอ้ภานุพงษ์ เด็กพี่ทักษิณ พยายามช่วยพี่ทักษิณลากระเบิดกรุงเทพฯ ๙ จุด มาผูกคาร์บองส์ ไปจับทหาร เสธ.คัท ในค่ายรบพิเศษ ลพบุรี

ที่เล่ามาเพราะจะบอกว่าไอ้คนรีไรท์เตอร์ข่าวหน้า ๑ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ เป็นน้องชายร่วมสายโลหิต สุริยะไส จึงถึงบางอ้อ..ว่าทำไมไทยโพสต์ เปลว สีแหบ กับแป๊ะลิ้ม เป็นพวกเดียวกัน ไม่ลงข่าวในหลวงโปรดเกล้าเรื่อง ผบ.ตร. แต่ลากสถาบันมาอ้างทุกวัน ให้ควายออกมาจากบ้านรวมกันที่ลานพระรูปก็อ้างไม่จงรักภักดี แต่ตัวเองคือตัวไม่จงรกภักดีตัวจริง

เรื่องที่เล่าทั้งหมดถ้าใช้สมองคิดก็จะเข้าใจ แต่ถ้าใช้ตีนคิดแบบไอ้ ๒๕๑ เหี้ย ก็จะเหมือน ไอ้คนไทย แม่ง...สมองหมาปัญญาควาย ถูกเจ๊กบ้าล้มละลาย อาศัยเมืองไทยอยู่ ปลุกระดมอ้างฟ้าอ้างแผ่นดิน ให้ไปรวมเย็นนี้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะไปดูไอ้พวกคนส้นตีนเหมือนกัลลลล์

การ์ตูนโดย Gag: "เฮ้ยตือ...ทีหลังลื้อพูดให้ระวัง"

แค่ฟังท่านนายกฯสมัครพูดเช้าวันนี้ วันเดียว ผลงานมากกว่าพรรค ปชป.ทำมาถึง 60 ปี

โดย คุณ อ้วนไม่มาก หนักแค่95กิโล
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
25 พฤษภาคม 2551

แต่สื่อไทย และพรรค ปชป.บอกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา สอบตก

จะไม่ตกได้อย่างไรล่ะ.. เปิดหน้า นสพ.ดูสิ.. วันๆ มีแต่ข่าวจ้องล้มรัฐบาลทั้งนั้น

นี่ไงครับ มาตรฐานสื่อไทย แค่ฟังท่านนายกฯสมัคร พูดเช้าวันนี้วันเดียว บอกตรงๆ นะ ผลงานมากกว่าพรรค ปชป.ทำมาถึง 60 ปี

เอาเรื่องน้ำก่อน.. ท่านนายกฯ บอกว่า ตอนนี้เซ็นสัญญากับลาวเรียบร้อบ เรื่องสร้างทำนบใหญ่ สูง 18 เมตร 3จุดเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดปี.. แต่ละทำนบ จะมีน้ำเต็มตลอดระยะ 120 กว่า กม.(มังถ้าผมจำไม่ผิด)

ที่สำคัญ การผันน้ำโขงมาใช้ใน จว.ภาคอีสาน..... (ซึ่งได้มีการสำรวจ และตั้งเป็นนโยบายไว้แล้ว....)คมนาคมมั่ง..

การทำรถไฟรางคู่ ท่านบอกว่า.. กำลังดำเนินการ รถเมล์สำหรับคน กทม. ท่านสมัคร ก็บอกว่า กำลังจะเพิ่มรถติดแอร์ใช้แก๊สเร็วๆ วันนี้ อีก 6000 คัน

ส่วนรถไฟฟ้า ท่านพูดมาหลายครั้ง(และกำลังจะประมูลเร็วๆนี้)ว่า มีแน่นอน ภายในรัฐบาลนี้

เรื่องการเกษตร รัฐบาลท่านสมัคร ก็สามารถทำให้ผลผลิตราคาสูงขึ้น.. ทั้งยางพารา/อ้อย โดยเฉพาะข้าว.. ซึ่งตั้งแต่มีประเทศไทยมา ปีนี้เป็นปีทอง/ปีแรกจริงๆ ที่ชาวนาขายข้าวได้ 13000-15000/ตัน ส่วนที่ขายได้ต่ำ(ข้าวเหนียวเพราะมีคนกินน้อย) ก็ช่วยประกันราคา

การเพิ่มค่าแรง ให้แรงงานทั้งของรัฐ และเอกชน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพที่สูงขึ้น อันเนื่องจากน้ำมันขึ้นราคา ซึ่งเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถคุมได้ เรื่องนี้โดน/กระทบไปทั่วโลกครับ.. ไม่ใช่ไทยประเทศเดียว

นี่แค่ 3 เดือนนะครับ.... งานมากมาย เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันคนไทยทั้งนั้น พรรค ปชป.และสื่อ มันยังบอกว่าสอบตก..

เอ้า..ไหนๆ ก็ด่ารัฐบาลสมัครว่าสอบตกแล้ว.. งั้นก็ขอผลงานของพรรค ปชป.หน่อยครับ เอาตั้งแต่ตั้งพรรคมาเลยก็ได้.. 62 ปี มาเนี่ย พรรคนี้ทำประโยชน์ให้คนไทย/ประเทศไทยอย่างไรบ้าง...

ปล.อย่าบอกนะว่า ปี้ชวน ปล่อยหมากัดชาวนาภาคอีสาน และเอาที่ดินสปก.4-10 ไปแจกพวกพ้อง และ สส.ในพรรคคือผลงาน... เอิ๊กๆๆๆๆๆ